โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้นำคริปโตสวนกลับ "บอริส จอห์นสัน" หลังกล่าวหาบิทคอยน์เป็นแชร์ลูกโซ่

Manager Online

เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 14.17 น. • MGR Online

เกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก เมื่อบรรดาผู้ทรงอิทธิพลและผู้นำทัพคริปโต นำโดย ไมเคิล เซย์เลอร์ และ เปาโล อาร์โดอิโน แท็กทีมออกโรงตอบโต้ บอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษอย่างดุเดือด หลังอดีตผู้นำเมืองผู้ดีสาดโคลนผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ ปรักปรำว่า บิทคอยน์ เป็นเพียงขบวนการแชร์ลูกโซ่ขนาดใหญ่ ด้านกูรูคริปโตงัดตรรกะทางคณิตศาสตร์และโครงสร้างการกระจายศูนย์ตอกหน้าหงาย ชี้ชัดแชร์ลูกโซ่ต้องมีตัวการคอยเชิดชักใย แต่บิทคอยน์คือระบบการเงินเสรีที่ขับเคลื่อนด้วยโค้ดคอมพิวเตอร์ ไร้ศูนย์กลางควบคุม สะท้อนความไม่เข้าใจในนวัตกรรมทางการเงินของกลุ่มผู้มีอำนาจในโลกยุคเก่า

กลายเป็นประเด็นร้อนระอุที่สะเทือนวงการการเงินยุคใหม่ เมื่อบรรดาผู้บริหารระดับสูงและผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี ต่างพร้อมใจกันออกมาตอบโต้ "บอริส จอห์นสัน" ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรในช่วงปี 2562 ถึง 2565 หลังจากที่เขาได้เขียนบทความลงในคอลัมน์ของหนังสือพิมพ์ เดลีเมล์ โดยแสดงความเห็นต่อบิทคอยน์อย่างรุนแรงซึ่งเขามีความสงสัยมานานแล้วว่าบิทคอยน์ คือขบวนการแชร์ลูกโซ่ขนาดยักษ์ พร้อมทั้งเอ่ยปากเตือนนักลงทุนให้หลีกเลี่ยงการนำเม็ดเงินไปจมกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ชนวนเหตุของการวิพากษ์วิจารณ์ในครั้งนี้ บอริส จอห์นสัน อ้างอิงถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบปะกับผู้สูงอายุรายหนึ่งที่โบสถ์ ซึ่งต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเงินอย่างหนักหลังตัดสินใจนำเงินไปลงทุนในบิทคอยน์ และต้องมาขอความช่วยเหลือเพื่อชดเชยผลขาดทุน แม้ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้จะยอมรับว่าบิทคอยน์ทำงานโดยปราศจากหน่วยงานกลางคอยควบคุม แต่เขากลับตั้งข้อสังเกตเชิงลบว่า มูลค่าของคริปโตนั้นถูกค้ำยันด้วยความเชื่อมั่นของมวลชนเพียงอย่างเดียว หากวันใดที่ผู้คนเสื่อมศรัทธา ระบบทั้งระบบก็จะพังทลายลงมาไม่เป็นท่า และเขาแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่านักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ จะต้องกลายเป็นเหยื่อและแบกรับความสูญเสียจากสินทรัพย์ชนิดนี้อีกเป็นจำนวนมาก

ทันทีที่มุมมองดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาคีย์แมนแห่งโลกคริปโต นำโดย ไมเคิล เซย์เลอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท สแตรทิจี ได้สวนกลับคำวิจารณ์ของ จอห์นสัน ผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ โดยอธิบายด้วยหลักการที่ว่า บิทคอยน์ ไม่มีคุณสมบัติใดที่เข้าข่ายนิยามของแชร์ลูกโซ่แม้แต่น้อย เซย์เลอร์ ชี้แจงว่า โครงสร้างของแชร์ลูกโซ่นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้ดำเนินการส่วนกลาง คอยทำหน้าที่ให้คำมั่นสัญญาเรื่องผลตอบแทน และนำเงินจากนักลงทุนรายใหม่ไปจ่ายอุดปากนักลงทุนรายเก่า ซึ่งกลไกเหล่านี้ไม่มีอยู่จริงในระบบของบิทคอยน์

สอดคล้องกับมุมมองของ เฟรด ครูเกอร์ นักลงทุนและผู้จัดการกองทุนชื่อดัง ที่ออกมาตอกย้ำความแตกต่างระหว่างโครงสร้างแบบกระจายศูนย์ของคริปโตกับสถาบันการเงินดั้งเดิม โดยเขาส่งข้อความโต้แย้งกลับไปว่า ขบวนการแชร์ลูกโซ่มักจะต้องการตัวกลางคอยบงการ แต่สำหรับบิทคอยน์แล้ว มันถูกขับเคลื่อนด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ล้วนๆ

ขณะเดียวกัน เปาโล อาร์โดอิโน ซีอีโอของ เทเทอร์ ก็ได้โต้แย้งต่อมุมมองดังกล่าวโดยหยิบยกข้อมูลจากบันทึกชุมชนบนแพลตฟอร์มที่เข้ามาช่วยอธิบายหักล้างแนวคิดของ จอห์นสัน ว่าเหตุใดสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกจึงไม่ใช่แชร์ลูกโซ่

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ บิทคอยน์ ถูกมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นวัตกรรมทางการเงินนี้ต้องเผชิญกับการโจมตีจากนักวิจารณ์และกลุ่มอนุรักษ์นิยมทางการเงินมาโดยตลอด ตัวอย่างเช่น นูเรียล รูบินี นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ที่เคยแสดงความเห็นว่าคริปโตเป็นเพียงแชร์ลูกโซ่ที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ หรือแม้แต่ ฟาบิโอ ปาเนตตา ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกลางยุโรป ที่เคยเปรียบเปรยตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลว่าเปราะบางราวเหมือนบ้านกระดาษ

ถึงกระนั้นกลุ่มผู้สนับสนุนและนักลงทุนสถาบันต่างยืนหยัดปกป้องด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า การนำบิทคอยน์ไปเปรียบเทียบกับแชร์ลูกโซ่นั้นเป็นตรรกะที่วิบัติ เนื่องจากเครือข่ายนี้ปราศจากตัวการควบคุมส่วนกลาง ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับของการฉ้อโกงแบบแชร์ลูกโซ่ ในทางกลับกันพวกเขามองว่าบิทคอยน์คือระบบการเงินแบบเปิดกว้างที่ถูกกำกับดูแลด้วยสถาปัตยกรรมทางโค้ดคอมพิวเตอร์และกลไกตลาดอย่างโปร่งใส ปราศจากการขายฝันหรือการการันตีผลตอบแทนใด ๆ ซึ่งถือเป็นแก่นแท้ที่ทำให้มันก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคปัจจุบัน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...