โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” ต้อนรับ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ก่อนทรัมป์เยือนปักกิ่ง จับตาเกมอำนาจฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 03.48 น.

"จีน" เปิดโต๊ะหารือกับ Abbas Araghchi ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางและความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนทรัมป์เดินทางเยือนจีนในสัปดาห์หน้า

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.25 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าจีนต้อนรับ Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่กรุงปักกิ่งในวันพุธ นับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่เหลือเวลาเพียงไม่กี่วันก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้พบหารือกับอารักชีในช่วงเช้าวันพุธ โดยสื่อทางการจีนเผยแพร่ข่าวการเยือนครั้งนี้ตั้งแต่คืนวันอังคาร พร้อมระบุว่าเป็นคำเชิญจากฝ่ายจีน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดวาระการหารือ

ด้านกระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การหารือจะครอบคลุมทั้งความสัมพันธ์ทวิภาคี และประเด็นระดับภูมิภาคกับระดับโลก

Amir Handjani นักวิเคราะห์จาก Quincy Institute มองว่า การพบกันครั้งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก เพราะอิหร่านและจีนกำลังจัดแนวผลประโยชน์ร่วมกันก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับ สี จิ้นผิง โดยจังหวะเวลาของการเยือนถูกเลือกมาอย่างตั้งใจ

อย่างไรก็ตาม เขามองว่าจีนต้องการรักษาเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อปกป้องเส้นทางการค้าและการนำเข้าพลังงาน โดยจีนต้องการให้เรือบรรทุกน้ำมันยังคงเดินทางผ่านภูมิภาคได้อย่างปกติ และไม่ต้องการเห็นวิกฤตปิดล้อมยืดเยื้อจนสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อและความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยในเอเชีย

นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หวังอี้และอารักชีได้พูดคุยทางโทรศัพท์อย่างน้อย 3 ครั้ง โดยจีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที และสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายเดือนเมษายน สี จิ้นผิง ยังเรียกร้องให้มีการสัญจรตามปกติผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก

ก่อนเกิดสงคราม น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลกถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา การเดินเรือเชิงพาณิชย์ชะลอตัวลงอย่างมาก แม้จีนในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ที่สุดของโลกจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตฮอร์มุซ แต่ระดับสต็อกพลังงานภายในประเทศและโครงสร้างพลังงานที่หลากหลายยังช่วยลดแรงกระแทกได้บางส่วน

ก่อนการเยือนจีนของทรัมป์ระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม ซึ่งถูกเลื่อนออกมานานกว่าหนึ่งเดือนเพราะสงครามอิหร่าน ที่ปรึกษาของทรัมป์ได้เรียกร้องให้จีนใช้อิทธิพลกดดันอิหร่านให้ฟื้นการเดินเรือเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนเคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า จีนไม่มีทั้งศักยภาพและความตั้งใจที่จะกดดันคู่ขัดแย้งเข้าสู่โต๊ะเจรจา แม้ก่อนหน้านี้จะเคยช่วยผลักดันข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ก็ตาม

ด้าน Danny Russel นักวิชาการจาก Asia Society Policy Institute มองว่า สำหรับอิหร่าน การเยือนจีนครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐว่า อิหร่านไม่ได้โดดเดี่ยวและยังมีพันธมิตรกับทางเลือกทางการทูตอยู่

เขาระบุว่า อิหร่านน่าจะต้องการคำมั่นจากจีนเกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมัน ช่องทางการเงิน และการสนับสนุนทางการทูต หากสหรัฐฯ กลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง

ในทางกลับกัน รัสเซลคาดว่า จีนจะกดดันให้อิหร่านยุติการคุกคามโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเดินหน้าสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

สำหรับสี จิ้นผิง การเยือนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้จีนวางตัวเองในฐานะมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ ก่อนการพบทรัมป์ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ของจีนเอง

นักวิเคราะห์มองว่า การประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทรัมป์ต้องการใช้เพื่อผลักดันให้จีนเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม และพลังงานจากสหรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน แต่หากสถานการณ์อิหร่านยกระดับเป็นความขัดแย้งรุนแรง อาจทำให้แผนดังกล่าวสะดุดลงได้

รัสเซลระบุว่า แม้ทรัมป์อาจมองว่าจีนกำลังช่วยประคองอิหร่านทั้งทางการทูตและเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริง สหรัฐกลับอยู่ในสถานะที่ต้องพึ่งจีนในการกดดันอิหร่าน มากกว่าจะปล่อยให้จีนสนับสนุนเตหะรานต่อไป

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...