“จีน” ต้อนรับ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ก่อนทรัมป์เยือนปักกิ่ง จับตาเกมอำนาจฮอร์มุซ
"จีน" เปิดโต๊ะหารือกับ Abbas Araghchi ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางและความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนทรัมป์เดินทางเยือนจีนในสัปดาห์หน้า
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.25 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าจีนต้อนรับ Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่กรุงปักกิ่งในวันพุธ นับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่เหลือเวลาเพียงไม่กี่วันก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้พบหารือกับอารักชีในช่วงเช้าวันพุธ โดยสื่อทางการจีนเผยแพร่ข่าวการเยือนครั้งนี้ตั้งแต่คืนวันอังคาร พร้อมระบุว่าเป็นคำเชิญจากฝ่ายจีน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดวาระการหารือ
ด้านกระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การหารือจะครอบคลุมทั้งความสัมพันธ์ทวิภาคี และประเด็นระดับภูมิภาคกับระดับโลก
Amir Handjani นักวิเคราะห์จาก Quincy Institute มองว่า การพบกันครั้งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก เพราะอิหร่านและจีนกำลังจัดแนวผลประโยชน์ร่วมกันก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับ สี จิ้นผิง โดยจังหวะเวลาของการเยือนถูกเลือกมาอย่างตั้งใจ
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าจีนต้องการรักษาเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อปกป้องเส้นทางการค้าและการนำเข้าพลังงาน โดยจีนต้องการให้เรือบรรทุกน้ำมันยังคงเดินทางผ่านภูมิภาคได้อย่างปกติ และไม่ต้องการเห็นวิกฤตปิดล้อมยืดเยื้อจนสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อและความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยในเอเชีย
นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หวังอี้และอารักชีได้พูดคุยทางโทรศัพท์อย่างน้อย 3 ครั้ง โดยจีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที และสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายเดือนเมษายน สี จิ้นผิง ยังเรียกร้องให้มีการสัญจรตามปกติผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก
ก่อนเกิดสงคราม น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลกถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา การเดินเรือเชิงพาณิชย์ชะลอตัวลงอย่างมาก แม้จีนในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ที่สุดของโลกจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตฮอร์มุซ แต่ระดับสต็อกพลังงานภายในประเทศและโครงสร้างพลังงานที่หลากหลายยังช่วยลดแรงกระแทกได้บางส่วน
ก่อนการเยือนจีนของทรัมป์ระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม ซึ่งถูกเลื่อนออกมานานกว่าหนึ่งเดือนเพราะสงครามอิหร่าน ที่ปรึกษาของทรัมป์ได้เรียกร้องให้จีนใช้อิทธิพลกดดันอิหร่านให้ฟื้นการเดินเรือเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนเคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า จีนไม่มีทั้งศักยภาพและความตั้งใจที่จะกดดันคู่ขัดแย้งเข้าสู่โต๊ะเจรจา แม้ก่อนหน้านี้จะเคยช่วยผลักดันข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ก็ตาม
ด้าน Danny Russel นักวิชาการจาก Asia Society Policy Institute มองว่า สำหรับอิหร่าน การเยือนจีนครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐว่า อิหร่านไม่ได้โดดเดี่ยวและยังมีพันธมิตรกับทางเลือกทางการทูตอยู่
เขาระบุว่า อิหร่านน่าจะต้องการคำมั่นจากจีนเกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมัน ช่องทางการเงิน และการสนับสนุนทางการทูต หากสหรัฐฯ กลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
ในทางกลับกัน รัสเซลคาดว่า จีนจะกดดันให้อิหร่านยุติการคุกคามโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเดินหน้าสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
สำหรับสี จิ้นผิง การเยือนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้จีนวางตัวเองในฐานะมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ ก่อนการพบทรัมป์ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ของจีนเอง
นักวิเคราะห์มองว่า การประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทรัมป์ต้องการใช้เพื่อผลักดันให้จีนเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม และพลังงานจากสหรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน แต่หากสถานการณ์อิหร่านยกระดับเป็นความขัดแย้งรุนแรง อาจทำให้แผนดังกล่าวสะดุดลงได้
รัสเซลระบุว่า แม้ทรัมป์อาจมองว่าจีนกำลังช่วยประคองอิหร่านทั้งทางการทูตและเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริง สหรัฐกลับอยู่ในสถานะที่ต้องพึ่งจีนในการกดดันอิหร่าน มากกว่าจะปล่อยให้จีนสนับสนุนเตหะรานต่อไป
อ้างอิง : www.cnbc.com