ครูหัวร้อนยอมรับผิด จ่ายลูกศิษย์ 300,000 เพื่อจบเรื่อง
(5 พ.ค. 69) จากกรณีที่นายอนุวัฒน์ อายุ 46 ปี ครูสอนศิลปะและดนตรี โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.วังยาง จ.นครพนม ก่อเหตุอุกอาจขับรถจักรยานยนต์ด่าทอและหว่านปลอกกระสุนปืนข่มขู่กลุ่มวัยรุ่นหน้าบ้านพักหลังหนึ่งกลางดึกคืนวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้พบเห็น โดยภายหลังทราบว่าหนึ่งในกลุ่มที่ถูกข่มขู่คือนักเรียนชั้นมัธยมต้นซึ่งเป็นลูกศิษย์ของตนเอง ซ้ำยังมีการโพสต์ท้าทายในโซเชียลอ้างความเป็น “โก๋ยุค 80” จนคู่กรณีรู้สึกไม่ปลอดภัย นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.วังยาง
.
ล่าสุดวันนี้นายอนุวัฒน์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ยงยุทธ ผิวพรรณ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.วังยาง และ พ.ต.ท.เมธี กุลวงค์ สารวัตรสอบสวนฯ เพื่อขอไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีคือนายอภิเดช อายุ 35 ปี นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เด็กชายบี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ซึ่งสองรายหลังเป็นนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว
.
โดยก่อนเข้าไปในห้องสอบสวน นายอนุวัฒน์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า ยอมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะที่ตนขับรถจักรยานยนต์มาช้าๆ คิดอะไรเพลินๆ บังเอิญมีรถจักรยานยนต์ขับเร็วปาดหน้าแซง จึงเกิดความตกใจและโมโหจึงขาดสติ ยืนยันว่าไม่ได้เมา วันนี้ตั้งใจมาพบคู่กรณีเพื่อขอรับผิด
.
ส่วนประเด็นที่โพสต์ข้อความ ในลักษณะท้าทายนั้น นายอนุวัฒน์ยืนยันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่โพสต์ถึงอีกกรณีหนึ่ง ที่มีคนร้ายปาระเบิดใส่ป้ายโรงเรียนเมื่อปี 2566 ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีบทสรุปอะไร และปัจจุบันยังจับกุมไม่ได้ โดยผู้ต้องสงสัยคงคอมเมนต์ข้อความเยาะเย้ยอยู่เนืองๆ
.
“ผมสายตายาว 250 และคืนนั้นไม่ได้ใส่แว่นจึงมองไม่ชัด ไม่รู้ว่าผู้ที่ขับจักรยานยนต์ปาดแซงเป็นลูกศิษย์ ส่วนปลอกกระสุนปืนเก็บมาจากสนามซ้อมยิงปืน ความจริงผมไม่มีอาวุธปืน” นายอนุวัฒน์กล่าวกับผู้สื่อข่าว
.
ด้านนายอภิเดชคู่กรณี ต้องการให้นายอนุวัฒน์เยียวยา ถือเป็นค่าตกใจ สอดคล้องกับคำพูดของนายชำนาญ อายุ 48 ปี มีศักดิ์เป็นตาของน้องบี ที่ต้องการเคลียร์ให้จบในวันนี้ หากไม่ลงตัวก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
.
ผลการเจรจาของทั้งสองฝ่าย ในห้องสอบสวน สภ.วังยาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มีผลสรุปว่านายอนุวัฒน์ยินยอมจ่ายค่าทำขวัญแก่คู่กรณีทั้ง 3 รายๆ ละ 1 แสนบาท โดยนัดจ่ายเงินกันในวันที่ 12 พค.นี้ และนายอนุวัฒน์ได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายและสังคมในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยจับมือกับนายอภิเดชคู่กรณีเป็นการยุติเรื่อง และจะไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ถือเป็นบทเรียนที่ต้องจดจำ