โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตา Sell in May! เตือนระวังความขัดแย้งตะวันออกกลางปะทุ ชี้เป้า "อิเล็กทรอนิกส์" โดดเด่นรับส่งออกฟื้น

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 04.19 น.
จับตาปรากฏการณ์ Sell in May! ประเมินทิศทางหุ้นไทยรับแรงกดดันความขัดแย้งตะวันออกกลาง เจาะลึกนโยบายรัฐ พร้อมแนะหลุมหลบภัย หุ้นเด่นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กับ ประกิต สิริวัฒนเกตุ

ตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 เผชิญความท้าทายจากโอกาสเกิดปรากฏการณ์ Sell in May หลังบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกถูกกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่อแววรุนแรงขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงต้องพึ่งพาการประกาศงบไตรมาส 1 และการแข็งค่าของเงินบาทเป็นตัวช่วยประคองตลาด ด้านผู้เชี่ยวชาญแนะรัฐบาลควรปรับเป้าหมายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปที่กลุ่มคนมีกำลังซื้อ พร้อมชูหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นดาวเด่นที่น่าจับตาในขณะนี้

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัดประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยและกลยุทธ์การลงทุน โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าติดตามดังนี้

ปัจจัยกดดัน ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางเสี่ยงบานปลาย

ตลาดหุ้นทั่วโลกและสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบในตะวันออกกลางที่มีความตึงเครียดสูงขึ้น

- การปะทะและข้อเสนอเจรจา มีรายงานการใช้โดรนโจมตีเรือขนส่งสินค้าของ UAE และความพยายามของอิหร่านที่ยื่นข้อเสนอ 14 ข้อต่อสหรัฐฯ (เช่น การยกเลิกการปิดล้อม และการเพิ่มสัดส่วนยูเรเนียมไม่เกิน 3.6% ที่ไม่ใช่ระดับอาวุธ) เพื่อแลกกับสันติภาพในอ่าวเปอร์เซียภายในกรอบเวลา 30 วัน

- Project Freedom สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ประกาศปฏิบัติการคุ้มกันเรือสินค้ากว่า 2,000 ลำ ส่งผลให้ความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงมีสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่อาจดันราคาน้ำมันดิบ (Brent) ให้พุ่งทำสถิติใหม่ และเสี่ยงที่นักลงทุนต่างชาติจะเทขายหุ้นไทยต่อ

เงินบาทและงบ Q1 ช่วยพยุงหุ้นไทย

แม้ปัจจัยต่างประเทศจะกดดันหนัก แต่ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่ช่วยลดทอนความเสียหายได้บ้าง

- ค่าเงินบาทฟื้นตัว การเข้ามาแทรกแซงค่าเงินเยนของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ส่งผลดีทางอ้อมให้เงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้น ประกอบกับตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในเดือนมีนาคมที่กลับมา "เกินดุล" ช่วยพยุงไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าจนเกินไป

- ผลประกอบการไตรมาส 1/69 การทยอยประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งที่มีทิศทางออกมาดี จะเป็นตัวช่วยประคองดัชนีและสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้ในระยะสั้น

มุมมองต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

สำหรับนโยบายกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาลที่เตรียมออกมาในรูปแบบคล้าย "คนละครึ่ง" (รัฐสมทบ 60% ประชาชนออก 40% วงเงินประมาณ 4,000 บาท ครอบคลุม 30 ล้านคน) คุณประกิต มองว่า เป็นเพียงการพยุงเศรษฐกิจ โครงการลักษณะนี้ไม่ได้สร้างผลกระทบทวีคูณให้กับระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง หากต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลจำเป็นต้องออกนโยบายที่ดึงดูดให้กลุ่มคนที่มีฐานะหรือ "คนรวย" นำเงินเก็บออกมาใช้จ่ายลงทุน

กลยุทธ์การลงทุน "อิเล็กทรอนิกส์" คือหลุมหลบภัย

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่ยังมีความเสี่ยงสูงจากต่างประเทศ และเม็ดเงินต่างชาติที่ยังไม่ไหลกลับเข้าหุ้นไทยอย่างเต็มที่ คุณประกิต ให้คำแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนดังนี้

- หลีกเลี่ยงหุ้นที่อ่อนไหวตามตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ

- เน้นกลุ่มตั้งรับ (Defensive) และส่งออก กลุ่มที่โดดเด่นและน่าจับตาที่สุดในตอนนี้คือ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนตามตัวเลขการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่กลับมาขยายตัวได้ดี ถือเป็นหลุมหลบภัยที่ปลอดภัยและมีโอกาสเติบโตในไตรมาสนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...