โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘อนุทิน’ แถลงครม. ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แก้วิกฤตพลังงาน-ค่าครองชีพ สกัดภาวะ Stagflation

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 05.39 น.

ครม.เคาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน! สกัดวิกฤตพลังงานจากพิษตะวันออกกลาง "อนุทิน" กางแผนอุ้มกลุ่มเปราะบาง-SMEs ป้องกันภาวะ Stagflation ย้ำชัดยึดวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด

5 พ.ค. 2569นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของรัฐบาล ซึ่งเป็นมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในการเห็นชอบให้มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ" หรือตามรายงานข่าวอาจจะเรียกสั้น ๆ ว่า "พรก. กู้เงิน"

ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีมูลเหตุ แต่สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก

วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่เรื่องของน้ำมันหรือไฟฟ้าเท่านั้น แต่ได้ลุกลามไปยังราคาอาหารและกลายเป็นแรงกดดันต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนอย่างหนัก รัฐบาลเล็งเห็นว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติที่สามารถรอเวลาได้ และเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาลที่ต้องเร่งหยุดยั้งความเสี่ยงไม่ให้เศรษฐกิจไทยก้าวเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจกลับชะลอตัวในระยะถัดไปอย่างทันท่วงที

ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษผ่านการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ ภายใต้หลักกฎหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชน และประคับประคองไม่ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักลง และเพื่อเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อลดความเปราะบางและตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาในระยะยาว

“รัฐบาลจะมุ่งเป้าการช่วยเหลือไปที่กลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ พี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) รวมถึงภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น”

โดยจะดำเนินการใน 2 ทิศทางควบคู่กันไปทิศทางแรก คือ การช่วยเหลือและบรรเทา รัฐบาลจะลดภาระค่าครองชีพและลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมผ่านการจัดหาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่จำเป็น

ทิศทางที่สอง คือ การปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคพลังงานสมัยใหม่ ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพื่อให้ประเทศมีต้นทุนพลังงานที่มั่นคงและแข่งขันได้ในเวทีโลก

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลผ่านการ Up-skill และ Re-skill ภาคการผลิตของเราให้มีศักยภาพพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

“ผมขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า แม้เราจะจำเป็นต้องกู้เงิน แต่รัฐบาลยังคงรักษา วินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด มาตรการนี้อาจไม่ได้ทำให้วิกฤตของโลกหายไปในทันที แต่จะช่วยให้คนไทยมี แรงที่จะรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น และเป็นการประคับประคองพี่น้องที่มีกำลังน้อยกว่าให้สามารถเดินฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดเชิงลึกและขั้นตอนการดำเนินงานของพ.ร.ก.ฉบับนี้ ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจงต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...