โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” แซงญี่ปุ่น ขึ้นแท่นผู้นำสิทธิบัตรโซลาร์เพอรอฟสไกต์ครั้งแรก เร่งเกมพลังงานยุคใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 03.51 น.

"จีน" แซงญี่ปุ่น ขึ้นแท่นผู้นำสิทธิบัตรโซลาร์เพอรอฟสไกต์ครั้งแรก เร่งเกมพลังงานยุคใหม่ ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนจีนอาจเหนือกว่าทั้งด้านการผลิตและเชิงพาณิชย์

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 00.05 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า จีนแซงหน้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในจำนวนคำขอจดสิทธิบัตรด้านเซลล์แสงอาทิตย์แบบเพอรอฟสไกต์ (perovskite) ซึ่งถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนยุคถัดไป โดยผลการศึกษาที่จัดทำโดย Clarivate Analytics ญี่ปุ่น ตามการว่าจ้างของ Nikkei พบว่า เมื่อพิจารณาคำขอสิทธิบัตรที่ยื่นในอย่างน้อยสองประเทศและได้รับการเปิดเผยจนถึงเดือนธันวาคม 2025 จีนขึ้นมาเป็นผู้นำ ขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งครองอันดับหนึ่งในช่วงปี 2559-2565 หล่นมาอยู่อันดับสอง และในแง่จำนวนคำขอรายปี จีนเริ่มแซงญี่ปุ่นตั้งแต่ราวปี 2563

เซลล์เพอรอฟสไกต์มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยสามารถผลิตได้ทั้งแบบแผ่นกระจกที่มีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูง หรือแบบฟิล์มที่สามารถติดตั้งบนพื้นผิวหลากหลาย เช่น ผนังหรือหลังคา รวมถึงพื้นที่ที่แผงโซลาร์เซลล์แบบเดิมไม่สามารถติดตั้งได้ ทั้งนี้มีคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องถูกเปิดเผยแล้วราว 2,000 รายการ

ในด้านการแข่งขันระดับบริษัท การจัดอันดับปี 2568 พบว่า Contemporary Amperex Technology Co. Ltd. บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน มีคะแนนสูงสุดจากจำนวนการอ้างอิงโดยคู่แข่ง ตามมาด้วย Panasonic Holdings ที่หล่นจากอันดับหนึ่งในปี 2566 มาอยู่อันดับสอง ขณะที่ Toshiba ตกจากอันดับ 3 มาอยู่อันดับ 5

ในเชิงอุตสาหกรรม จีนเร่งเดินหน้าผลิตเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทอย่าง Utmolight เริ่มสายการผลิตเชิงอุตสาหกรรมในปี 2568 และ Microquanta Semiconductor ได้เปิดกำลังการผลิตระดับ 100 เมกะวัตต์ตั้งแต่ปี 2565 โดยเน้นเซลล์แบบกระจกซึ่งผลิตได้ง่ายในระดับอุตสาหกรรม

ขณะที่ฝั่งญี่ปุ่นหันไปเน้นการพัฒนาเซลล์แบบฟิล์ม โดย Sekisui Solar Film เป็นผู้ผลิตรายแรกของญี่ปุ่นที่เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และมีแผนเปิดโรงงานผลิตขนาด 100 เมกะวัตต์ภายในปีงบประมาณ 2570 รวมถึงสตาร์ทอัพอย่าง EneCoat Technologies ที่เตรียมเริ่มดำเนินการและตั้งเป้าผลิตเชิงพาณิชย์ภายในปี 2572

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีเพอรอฟสไกต์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าจีนอาจได้เปรียบด้านการพาณิชย์ เนื่องจากมีประสบการณ์การผลิตและการส่งออกแล้ว อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านการแข่งขันราคา โดยผู้บริหารบริษัทพลังงานญี่ปุ่นรายหนึ่งระบุว่า หากเกิดสงครามราคา ญี่ปุ่นอาจแข่งขันกับสินค้าจีนได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อยังมีข้อจำกัดด้านความทนทานของเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยครองส่วนแบ่งตลาดแผงโซลาร์โลกในอดีต ก่อนจะสูญเสียความได้เปรียบให้กับสินค้าจีนที่มีราคาถูกกว่า ปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นยังคงสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีเพอรอฟสไกต์ โดยตั้งเป้าติดตั้งกำลังการผลิตรวม 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นในตลาดพลังงานสะอาดโลก

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...