โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัชชาติเร่งแก้กลิ่นโชย ‘โรงขยะอ่อนนุช’ ติดตั้ง E-NOSE - ฝากความหวัง ‘ผู้บริหารชุดใหม่’ สานต่อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 11.10 น.

ชัชชาติ เผยคืบหน้า 4 ปี เร่งแก้กลิ่นโชย ‘โรงขยะอ่อนนุช’ คุมเข้มทุกจุด ติดตั้ง E-NOSE – ฝากความหวัง ‘ผู้บริหารชุดใหม่’ สานต่อโครงการต่างๆ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการแก้ไขปัญหามลภาวะทางกลิ่นและควันในพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ ว่า กรุงเทพมหานครได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างทุกโครงการดำเนินมาตรการปรับปรุงระบบจัดการมูลฝอยและควบคุมผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบอย่างเข้มงวด ทั้งการปรับปรุงโรงงานให้เป็นระบบปิด ติดตั้งระบบควบคุมกลิ่น และเพิ่มการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

โดยในพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ประกอบด้วย โรงกำจัดขยะมูลฝอย 4 แห่ง ดังนี้

1. โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน
2. โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 600 ตันต่อวัน
3. โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 1,000 ตันต่อวัน
4. สถานีขนถ่ายมูลฝอยไปฝังกลบ ขนาด 1,000 ตันต่อวัน

โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน เป็นโครงการนำร่องใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (Mechanical-Biological Treatment : MBT) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเชื้อเพลิง RDF ได้ดำเนินมาตรการควบคุมกลิ่นอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปรับปรุงโรงงานให้เป็นระบบปิด 100% อุดรอยรั่วบริเวณอาคารรับมูลฝอยและอาคารขนถ่าย RDF ติดตั้งประตูอัตโนมัติ High Speed Shutter Door พร้อมม่านอากาศ และระบบ Air Lock เพื่อป้องกันกลิ่นรั่วไหลออกสู่ภายนอก

รวมถึงติดตั้งระบบบำบัดกลิ่นด้วยเคมีภายในอาคาร กำลังดูดอากาศรวม 167,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เน้นจุดที่มีกลิ่นรุนแรง เช่น เครื่องเตรียมหมัก เครื่องบีบอัด และชุดแยกกรวดทราย นอกจากนี้ ยังติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่น E-NOSE จำนวน 5 จุด ครอบคลุมทั้งภายในโรงงานและพื้นที่ชุมชน ได้แก่ หน้าอาคารขยะ หน้าอาคารขนถ่าย RDF หน้าโรงงาน ชุมชนเกาะลอย และหมู่บ้านอิมพิเรียลพาร์ค รวมถึงติดตั้งระบบตรวจวัดอัตราการไหลของปล่องไอเสียเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และจอมอนิเตอร์ CEMs Board เพื่อแสดงผลการตรวจวัดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส

ในส่วนของโรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 600 ตันต่อวัน และ 1,000 ตันต่อวัน ได้ปรับปรุงอาคารรับมูลฝอย อาคารบ่มมูลฝอย และอาคารเก็บกากมูลฝอย ให้เป็นระบบปิดทั้งหมด พร้อมติดตั้ง E-NOSE กล้อง CCTV และฉากปิดกั้นพื้นที่จัดเก็บวัสดุรีไซเคิลอย่างมิดชิด รวมถึงปรับภูมิทัศน์โดยปลูกต้นไม้เพิ่มเติม เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านกลิ่นและเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในศูนย์กำจัดมูลฝอย

สำหรับ สถานีขนถ่ายมูลฝอยไปฝังกลบ ขนาด 1,000 ตันต่อวัน ได้ปรับปรุงอาคารเป็นระบบปิดทั้งหมด พร้อมติดตั้งประตูอัตโนมัติ High Speed Shutter Door จำนวน 8 บาน และระบบบำบัดอากาศแบบ Wet Scrubber กำลังรวม 60,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของกลิ่นและฝุ่นละออง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16-18 และวันที่ 20 มิถุนายน 2565 กรุงเทพมหานครได้มีการปรับบริษัทคู่สัญญารับผิดชอบ โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 600 ตันต่อวัน วันละ 12,000 บาท รวม 4 วัน เนื่องจากพบมีขยะกากมูลฝอยตกค้างในโรงงาน ซึ่งผิดสัญญาว่าด้วย ข้อ (17.5) การกำจัดมูลฝอยและกากมูลฝอยไม่หมดวันต่อวัน ซึ่งมีค่าปรับที่ราคา 12,000 บาทต่อวัน โดยสอดคล้องกับที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ภายหลังจากที่มีการปรับแล้ว ทางโรงงานได้มีการปรับปรุงในด้านต่าง ๆ ต่อไป

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี กทม. ได้เร่งปลูกต้นไม้ยืนต้นในพื้นที่โรงขยะอ่อนนุชมากกว่า 50,000 ต้น โดยต้นไม้เหล่านี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนแล้ว ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และยังช่วยเป็นกำแพงกรองกลิ่นก่อนที่กลิ่นหรือลมจะพัดไปที่ชุมชนใกล้เคียง รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ 55 ไร่ จากพื้นที่เสื่อมโทรมกองภูเขาขยะในอดีต ปรับเปลี่ยนเป็นสวนป่านิเวศ ฟื้นฟูสภาพดิน สร้างระบบนิเวศบูรณาการ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ร่องน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ พัฒนาสู่ป่าชุมชนที่ยั่งยืน

จากข้อมูลร้องเรียนผ่านระบบ Traffy Fondue พบว่า ปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 68-เมษายน 69) เทียบกับปีงบประมาณ 68 (ตุลาคม 67-กันยายน 68) การร้องเรียนจากประชาชนผ่าน Traffy Fondue มีข้อมูลลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของทั้ง 2 ปีงบประมาณ (ช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน) พบว่ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาลดลง จาก 661 เรื่อง เหลือ 323 เรื่อง หรือลดลงกว่า 51%

ทั้งนี้ ปัญหากลิ่นมีความสัมพันธ์กับทิศทางลมในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ซึ่งทำให้กลิ่นพัดเข้าสู่พื้นที่ชุมชนด้านตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ ประกอบกับสภาพอากาศนิ่งและการยกตัวของอากาศต่ำ ส่งผลให้กลิ่นสะสมใกล้พื้นดินมากขึ้น

ในอนาคตกรุงเทพมหานครยังมีแนวคิดพัฒนาพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ให้เป็น “ศูนย์นวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน” พร้อมพัฒนาควบคู่เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยจะปรับผังพื้นที่ใหม่ทั้งระบบ ปรับเส้นทางเดินรถเก็บขนมูลฝอย ยกระดับบริหารจัดการและฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงออกแบบพื้นที่เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

นายชัชชาติกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาและกำชับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการระยะยาว แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาต่อไป เพื่อลดปัญหากลิ่นขยะที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ทั้งนี้ โครงการต่าง ๆ ยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อเนื่อง และคงต้องฝากความหวังไว้กับผู้บริหารชุดใหม่ที่จะเข้ามาสานต่อ อาจมีแนวคิดหรือแนวทางใหม่ๆ ที่ช่วยพัฒนาต่อยอดได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องของอนาคตต่อไป

เรื่องกลิ่นถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะเพียงเกิดกลิ่นรุนแรงแค่วันเดียว ก็สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ จึงไม่สามารถใช้เพียงค่าเฉลี่ยมาเป็นตัวชี้วัดได้อย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาค่าสูงสุดในแต่ละวันประกอบด้วย เนื่องจากแม้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนแล้ว”

“ดังนั้น ค่าเฉลี่ยอาจสะท้อนแนวโน้มภาพรวมว่าแนวทางที่ดำเนินการอยู่นั้นมาถูกทางหรือไม่ แต่ค่าความเข้มข้นสูงสุดในแต่ละวัน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกันด้วย จึงยังไม่สามารถกล่าวได้ว่าปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ เพราะยังคงมีบางวันที่ระดับกลิ่นสูงและสร้างผลกระทบต่อประชาชน” นายชัชชาติเผย

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมเราเชื่อว่าการดำเนินงานไม่ได้มาผิดทาง แต่จำเป็นต้องยกระดับมาตรการต่างๆ ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

“พร้อมน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงให้ดีที่สุด เพราะเรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง ส่วนข้อเสนอที่ให้ยกเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับจ้างนั้น อาจทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเงื่อนไขในการยกเลิกสัญญาไม่ได้ระบุประเด็นดังกล่าวไว้ หากดำเนินการยกเลิกสัญญา อาจส่งผลกระทบในด้านต่างๆ ตามมา จึงจำเป็นต้องดำเนินการภายใต้กรอบของสัญญา ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

ในการนี้ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าว นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชัชชาติเร่งแก้กลิ่นโชย ‘โรงขยะอ่อนนุช’ ติดตั้ง E-NOSE – ฝากความหวัง ‘ผู้บริหารชุดใหม่’ สานต่อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...