”อิหร่าน“ เผยกำลังพิจารณาข้อเสนอยุติสงคราม “ทรัมป์“ ชี้เจรจาช่วง 24 ชม. คืบหน้ามาก
“อิหร่าน” เผยกำลังพิจารณาข้อเสนอยุติสงคราม หลังมีกระแสข่าวใกล้ปิดดีล MOU 14 ข้อ “ทรัมป์“ ชี้เจรจาช่วง 24 ชม. คืบหน้ามาก และมีโอกาสสูงที่จะบรรลุข้อตกลงร่วมกัน
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 04.41 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า อิหร่านเปิดเผยว่า ข้อเสนอของสหรัฐเพื่อยุติสงครามยังอยู่ระหว่างการพิจารณา หลังมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายอาจกำลังเข้าใกล้ข้อตกลงร่วมกัน
สำนักข่าว Axios รายงานเมื่อวันพุธว่า ทำเนียบขาวเชื่อว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังเข้าใกล้การบรรลุบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) จำนวน 14 ข้อ
อย่างไรก็ตาม สมาชิกระดับสูงของรัฐสภาอิหร่านรายหนึ่งปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยเรียกว่าเป็นเพียง wish list หรือรายการความต้องการฝ่ายเดียว ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะส่งจุดยืนของตนเกี่ยวกับข้อเสนอของสหรัฐผ่านคนกลางจากปากีสถาน
รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน กล่าวว่า ประเทศของเขากำลังพยายามเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงนี้ให้กลายเป็นการยุติสงครามอย่างถาวร
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐได้หารือกับอิหร่านอย่างเป็นไปในทางที่ดีมากตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมองว่ามีโอกาสสูงที่จะบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้
Axios ระบุว่า MOU ดังกล่าวเป็นเอกสารเพียง 1 หน้า แต่ประกอบด้วย 14 ประเด็นสำคัญ ซึ่งอาจกลายเป็นกรอบสำหรับการเจรจานิวเคลียร์เชิงลึกในอนาคต
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญ ได้แก่
- การระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน
- การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
- การฟื้นฟูเสรีภาพการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
รายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คน และแหล่งข่าวอีก 2 รายที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเจรจา โดยระบุว่า หลายเงื่อนไขใน MOU จะมีผลก็ต่อเมื่อสามารถบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ได้ในอนาคต
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า แหล่งข่าว 2 รายที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ยืนยันข้อมูลที่ Axios รายงาน แม้ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ
Ismail Baghaei โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าว ISNA ว่า“ข้อเสนอของสหรัฐยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของอิหร่าน และเมื่อสรุปแล้ว อิหร่านจะแจ้งจุดยืนต่อฝ่ายปากีสถาน”
ด้าน Ebrahim Rezaei โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ผ่าน X ตอบโต้รายงานของ Axios ว่า “สหรัฐจะไม่ได้อะไรจากสงครามที่กำลังแพ้ ซึ่งพวกเขาไม่ได้มาจากการเจรจาแบบเผชิญหน้า”
เขายังเตือนว่า อิหร่านพร้อมอยู่เสมอและนิ้วอยู่บนไกปืน พร้อมขู่ว่า หากสหรัฐไม่ยอมถอยและไม่ให้สัมปทานที่จำเป็น อิหร่านจะตอบโต้กลับอย่างรุนแรงจนต้องเสียใจภายหลัง
ทรัมป์เองก็ข่มขู่เช่นกัน โดยโพสต์ผ่าน Truth Social ว่า หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลง การทิ้งระเบิดจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง และจะรุนแรงกว่าที่ผ่านมา
เขายังกล่าวด้วยว่า “Operation Epic Fury” ซึ่งเป็นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันของสหรัฐฯ และอิหร่านจะยุติลง หากอิหร่านยอมปฏิบัติตามสิ่งที่ตกลงกันไว้ หลังจากก่อนหน้านี้ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว
ทรัมป์ยังอ้างอีกว่า อิหร่านได้ตกลงว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ แม้ทางเตหะรานยังไม่ยืนยันเรื่องดังกล่าว โดยโครงการนิวเคลียร์ยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งหลักระหว่างทั้งสองฝ่าย
ทรัมป์ กล่าวว่า“อิหร่านต้องการทำข้อตกลง เรามีการพูดคุยที่ดีมากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะบรรลุข้อตกลง” พร้อมกล่าวเสริมว่า “ผมคิดว่าเราชนะแล้ว”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศระงับ “Project Freedom” เพียงไม่กี่วันหลังเปิดปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งมีเป้าหมายช่วยฟื้นฟูการขนส่งน้ำมันและเศรษฐกิจโลก ผ่านการคุ้มกันเรือที่ติดค้างในอ่าวเปอร์เซียให้ออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้
อิหร่านยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการต่อการระงับปฏิบัติการ แต่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ส่งสัญญาณว่า ช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดได้ หากภัยคุกคามจากฝ่ายรุกรานยุติลง
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก ถูกอิหร่านปิดกั้นโดยพฤตินัยนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
แม้สหรัฐและอิหร่านจะประกาศหยุดยิงในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยอิหร่านยุติการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธต่อประเทศอ่าวอาหรับ เช่น UAE แต่จนถึงขณะนี้ ยังมีเรือเพียงไม่กี่ลำที่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้
ขณะเดียวกัน สหรัฐก็ใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านเช่นกัน โดยระบุว่าสามารถสกัดเรือได้หลายสิบลำแล้ว
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า กองทัพสหรัฐได้ยิงสกัดและทำให้เรือบรรทุกน้ำมันติดธงอิหร่านลำหนึ่งในอ่าวโอมานไม่สามารถเดินเรือต่อได้ หลังพยายามฝ่าการปิดล้อม
ด้านBenjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่าเขาและทรัมป์มีการประสานงานอย่างเต็มรูปแบบในประเด็นอิหร่าน
เนทันยาฮู ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน โดยเฉพาะการกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดออกจากอิหร่าน และรื้อขีดความสามารถด้านการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน
คำกล่าวของเขามีขึ้นหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายน
เนทันยาฮูระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า เป้าหมายคือผู้บัญชาการระดับสูงของ Hezbollah ซึ่งรับผิดชอบการยิงโจมตีชุมชนชาวอิสราเอลและทหาร IDF
Hezbollah ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธและพรรคการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เริ่มโจมตีอิสราเอลตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เพื่อตอบโต้การโจมตีอิหร่านของอิสราเอล
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่อิสราเอลและ Hezbollah ยังคงโจมตีกันต่อเนื่อง พร้อมกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลง โดยการโจมตีทางอากาศส่วนใหญ่ของอิสราเอลเกิดขึ้นทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่ Hezbollah ยิงจรวดและส่งโดรนโจมตีกองกำลังอิสราเอลทั้งในเลบานอนและภาคเหนือของอิสราเอลต่อเนื่อง
อ้างอิง : www.bbc.com