“จีน-สหรัฐ” เห็นพ้องค้านเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
"จีน-สหรัฐ" เห็นพ้องค้านเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความพยายามกดดันอิหร่านให้ยุติการควบคุมเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก
วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 01.56 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนเห็นพ้องกันว่าไม่ควรมีประเทศหรือองค์กรใดสามารถเรียกเก็บค่าผ่านทางจากการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้ สะท้อนความพยายามของทั้งสองประเทศในการหาจุดร่วมเพื่อกดดันอิหร่านให้ยุติการควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือระหว่าง หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และมาร์โก รูบิโอ
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ในการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อเดือนเม.ย.
Tommy Pigott โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า “ไม่ควรอนุญาตให้ประเทศหรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าผ่านทางในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศอย่างช่องแคบฮอร์มุซ”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้ ซึ่งประเด็นการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านจะเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญ
นับตั้งแต่การโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมด ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากก่อนสงคราม ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซคิดเป็นราว 20% ของโลก
สถานทูตจีนในสหรัฐฯ ไม่ได้โต้แย้งรายละเอียดการหารือดังกล่าว โดยระบุว่า จีนหวังให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันฟื้นฟูการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ภาวะปกติ
Liu Pengyu โฆษกสถานทูตจีน กล่าวว่า “การรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพของพื้นที่ รวมถึงการรับประกันการเดินเรืออย่างเสรี เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ”
ก่อนหน้านี้ เตหะรานเรียกร้องสิทธิในการเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่เดินผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการยุติสงคราม ขณะที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน และทรัมป์เคยเสนอแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง หรือร่วมมือกับอิหร่านในการจัดเก็บค่าผ่านทางดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักทั้งในและต่างประเทศ ทำเนียบขาวยืนยันภายหลังว่า ทรัมป์ต้องการเห็นช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดเดินเรือโดยไม่มีข้อจำกัด
แหล่งข่าว 2 ราย ระบุว่า ระหว่างการหารือ รูบิโอยังหยิบยกประเด็นความเป็นไปได้ที่เรือจีนอาจต้องจ่ายค่าผ่านทาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามกดดันให้ปักกิ่งใช้อิทธิพลต่ออิหร่านมากขึ้นเพื่อยุติความขัดแย้ง
จีนยังคงรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ ขณะที่ทรัมป์พยายามผลักดันให้จีนใช้อิทธิพลโน้มน้าวเตหะรานให้บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ
หลังจากนั้น หวัง อี้ ยังได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และกล่าวว่าประชาคมโลกมี “ความกังวลร่วมกัน” ต่อการฟื้นฟูการเดินเรืออย่างปลอดภัยและเป็นปกติในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยืนยันว่าจีนสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ
ก่อนหน้านี้ จีนได้ใช้สิทธิวีโต้มติของสหรัฐฯ ในสหประชาชาติ ที่สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมกันปกป้องการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมองว่ามติดังกล่าวมีอคติต่ออิหร่าน
ล่าสุด สหรัฐฯ ร่วมกับบาร์เรนเตรียมเสนอร่างมติฉบับใหม่ต่อสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีและการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบ รวมถึงยุติความพยายามเรียกเก็บค่าผ่านทางที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม นักการทูตมองว่า หากมีการลงมติจริง จีนและรัสเซียอาจใช้สิทธิวีโต้อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน จีนยังสั่งให้บริษัทในประเทศไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อโรงกลั่นน้ำมันจีนที่ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของวอชิงตันในการกดดันและโดดเดี่ยวอิหร่าน
อ้างอิง : www.reuters.com