โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนวิกฤตซ้อนวิกฤต! ‘อภิสิทธิ์’ ห่วงกู้เงิน 4 แสนล้าน กดดันเงินเฟ้อพุ่ง-หนี้ชนเพดาน

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 04.32 น. • The Bangkok Insight

เตือนวิกฤตซ้อนวิกฤต! "อภิสิทธิ์" ห่วงกู้เงิน 4 แสนล้าน กดดันเงินเฟ้อพุ่ง-หนี้ชนเพดาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว เตือนวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นหลังการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ปัญหาการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์และให้ข้อมูลที่แตกต่างกันจากหลายฝ่าย ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนแรกๆ นับตั้งแต่มีข่าวว่าจะมีการกู้เงินในลักษณะนี้ที่ได้ท้วงติงแนวคิดนี้ตั้งแต่ต้น และได้พยายามใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรในการตั้งกระทู้ถาม

'อภิสิทธิ์' ห่วงกู้เงิน 4 แสนล้าน

จากนั้นเมื่อมีการตราพระราชกำหนดขึ้น ฝ่ายค้านก็ได้มีการตั้งกระทู้ถามเพิ่มเติม และได้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการตามพระราชกำหนดชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งต้องการทำความเข้าใจกับประชาชนถึงภาวะเศรษฐกิจ แนวทางการแก้ไขปัญหาและแนวความคิดของพรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ ว่าเหตุใดจึงได้เห็นด้วยกับการตราพระราชกำหนดและเชื่อว่ามีวิธีที่ดีกว่านี้ในการคลี่คลายวิกฤตที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยที่ผ่านมาการชี้แจงของรัฐบาลมีความสับสนในตัวเองหลายเรื่อง หลายครั้งเป็นเพียงการใช้วาทกรรมง่ายๆ เพื่อชวนให้ประชาชนคล้อยตามในทำนองว่าคนอื่นก็เคยกู้ หรือคนที่ยื่นศาลก็เคยกู้ จึงอยากทำความเข้าใจใน 3 ประเด็นหลักคือ 1.การกู้ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนอย่างไร 2.กู้แล้วเศรษฐกิจมั่นคงไหม และ 3.ถ้าไม่กู้ควรทำอะไร

ทั้งนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นคนละประเด็นกับความมั่นคง บางครั้งเศรษฐกิจเติบโตดี แต่เป็นการเติบโตบนความไม่มั่นคง ยกตัวอย่างกรณีความมั่นคงทางเศรษฐกิจสมัยวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และสถานการณ์จากโควิด-19 ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน GDP เติบโต 1.5% ขณะที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเดือน มี.ค. 2569 ภายหลังเกิดสงคราม 1 เดือน ตัวเลขภาคการส่งออกเดือน มี.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 19.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเดือน มี.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือน มี.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 7.2% การกู้เงินในครั้งนี้จึงต่างจาก ก่อนหน้านี้ที่ต้องการเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญระบุไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐบาลต้องเคารพกฎหมายวินัยการเงินการคลัง อย่างเคร่งครัด ซึ่งหากรัฐบาลยังยืนยันที่จะใช้กลไกนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะทำการตรวจสอบต่อเนื่อง วันนี้ไม่อยากได้ยินอีกแล้วกับคำว่า "คนอื่นก็เคยทำ"

'อภิสิทธิ์' ห่วงกู้เงิน 4 แสนล้าน

ทั้งนี้ จากการชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อสภาผู้แทนราษฎร การกู้เงิน 400,000 ล้านบาท จะใช้วงเงิน 200,000 ล้านบาท ภายใน 4 เดือน จึงมีความเป็นห่วงว่า จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่หนี้สาธารณะใกล้แตะเพดาน ซึ่งหากวิกฤตยืดเยื้อรัฐบาลจะทำอย่างไร การใช้เงินหมดภายใน 4 เดือนถือว่ามีความเสี่ยง หากเกิดวิกฤต ซ้ำซ้อน ถือเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจมีความไม่มั่นคงเพิ่มขึ้น เป็นการเติบโตบนฟองสบู่

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอเชิงนโยบายคือ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เก็บภาษีลาภลอยหรือลดค่าการกลั่น โอนงบประมาณค้างท่อ และสนับสนุนไบโอดีเซล บี 20 และบี 50 โดยรัฐบาลต้องทบทวนว่า มาตรการนี้เป็นการฉวยโอกาสจากวิกฤตเพื่อออกมาตรการหาเสียงหรือไม่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...