โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เมืองคอนเนรมิต “THE ONLY IN THAILAND ” มหาสงกรานต์แห่นางดานอลังการ

เดลินิวส์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เมืองคอนเนรมิต“THE ONLY IN THAILAND ” มหาสงกรานต์แห่นางดานสุดอลังการตำนานเมืองนคร 1 เดียวเมืองไทย

ประเพณีการ “โล้ชิงช้า” เป็นพิธีกรรมและประเพณีที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมูลเหตุของการสร้างเสาชิงช้านั้น จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ทั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ปรากฏชัดเจนว่า เมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองสำคัญของศาสนาพราหมณ์มาไม่น้อยกว่าพุทธศตวรรษที่ 10 ความสำคัญของพราหมณ์เมืองนครศรีธรรมราชปรากฏเห็นเป็นเด่นชัด โดยในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญชีพ่อพราหมณ์มาจากเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อประกอบพิธีกรรมหลวงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และมีพราหมณ์ผู้หนึ่งได้กราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชว่า ตามธรรมเนียมของการประกอบ “พิธีตรียัมปวาย” นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง “โล้ชิงช้า” ด้วย แต่ในขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่เพิ่งจะสร้างกรุงเทพฯ เสร็จใหม่ ๆ ยังไม่มี “เสาชิงช้า” เพื่อใช้ประกอบพิธีตรียัมปวาย พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสาชิงช้าขึ้นในบริเวณที่ดินหน้าวัดสุทัศน์เทพวรารามในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2327 ดังที่เห็น “เสาชิงช้า” มาจนถึงทุกวันนี้

การโล้ชิงช้า เป็นการจำลองตำนานการสร้างโลกตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ว่า เมื่อพระพรหมได้สร้างโลกขึ้นมาเสร็จแล้วได้ทูลเชิญ พระศิวะ ให้ยืนขาเดียวบนภูเขาลูกหนึ่ง โดยที่พญานาคทั้งหลายร่วมแรงกันกวนน้ำในมหาสมุทรและหากพระศิวะไม่อาจยืนได้ด้วยขาเดียวก็แสดงว่าโลกที่พระพรหมสร้างขึ้นนั้นไม่แข็งแรงพอ แต่ปรากฏว่าพระศิวะยังคงประทับยืนขาเดียวอยู่ได้ตลอดเวลา พระพรหมจึงเห็นว่าแผ่นดินที่สร้างขึ้นมานั้นมั่นคงเพียงพอแล้ว จึงได้ดำเนินการเนรมิตมนุษย์และเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลก ซึ่งประเพณีแห่นางดานจึงเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับพระศิวะหรือพระอิศวรที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์เพื่อประทานพรให้โลกมนุษย์อยู่กันด้วยความร่มเย็นเป็นสุขเป็นระยะเวลา 10 ราตรี โดยพระอิศวรจะบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นบรรดามนุษย์และเทพชั้นรองจึงจัดพิธีต้อนรับด้วยการแห่ไม้กระดาน 3 แผ่น ที่แกะสลักเป็นรูปเทพชั้นรอง 4 องค์ ประกอบด้วยแผ่นที่ 1 รูปพระอาทิตย์ พระจันทร์ แผ่นที่ 2 รูปพระแม่คงคา และแผ่นที่ 3 รูปพระแม่ธรณี (ชาวนครศรีธรรมราชเรียกไม้กระดานที่แกะสลักว่า นางดานหรือนางกระดาน) เพื่อไปต้อนรับพระอิศวรที่เชื่อกันว่าจะเสด็จลงมาทางเสาชิงช้า จากนั้นจะมีพิธี “ตรียัมปวาย” และ “โล้ชิงช้า”

ซึ่งประเพณีแห่นางดานมีการสืบทอดกันมาในหมู่พราหมณ์ ,ฮินดู โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียกพิธีกรรมทั้งหมดว่า “ประเพณีแห่นางดาน” เป็นประเพณีที่นำความมั่งคั่งและมั่นคงแข็งแรงมาสู่บ้านเมือง และยังมีการประกอบพิธีในการขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์รัชกาลต่าง ๆของกรุงรัตนโกสินทร์ตลอดมา เพิ่งมายกเลิกไปเมื่อปี พ.ศ. 2476 ในสมัยรัชกาลที่ 7 เนื่องจากมีคนขึ้นโล้ชิงช้าตกลงมาเสียชีวิต จนกระทั้ง พ.ศ. 2544 นางสาวกิตติกา ลิขิตวศินกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ เขต 2 ในขณะนั้นได้สืบค้นในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าการโล้ชิงช้าหรือตรียัมปวายจะรวมอยู่ในประเพณี “แห่นางกระดาน” และเล็งเห็นว่าประเพณีดังกล่าวเป็นประเพณีเก่าแก่ ที่ควรค่าแก่การศึกษาและมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ และคงจะหาดูชมประเพณีแห่นางกระดานที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกทางหนึ่งด้วย

“ดังนั้นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ชมรมรักษ์บ้านเกิด วิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช และองค์กรภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องฟื้นฟูประเพณี “แห่นางกระดาน” ขึ้นใหม่เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 นอกจากจะเป็นการบูชาเทพยดาตามความเชื่อของพราหมณ์แล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย โดยเชื่อว่าประเพณีนี้จะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้เข้ามาศึกษาและสัมผัสประเพณีอันหาดูได้ยากในโลกปัจจุบัน”

นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดหรือเมืองนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ ทั้งทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ ซึ่งมีหลักฐานชี้ชัดถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต โดยเฉพาะพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ คู่บ้านคู่เมือง มีพระบรมธาตุเจดีย์ และพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญเมือง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งใน 3 องค์ของประเทศไทย ส่วนทางด้านศาสนาพราหมณ์นั้นมีหอพระอิศวร เสาชิงช้า / หอพระนารายณ์ โบสถ์พรหมณ์ ฐานพระสยม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นทิพย์วิมานของพระอิศวร เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีสีสันต์มากยิ่งขึ้น ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ผนวกเอางานแห่นางดานซึ่งเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทยมาร่วมอยู่ในงานเทศกาลสงกรานต์ด้วย และกำหนดให้จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็น 1 ใน 13 เมืองศูนย์กลางการจัดงานเทศกาลมหาสงกรานต์เมืองไทย มาตั้งแต่ปี 2544

ในขณะที่ ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนคร นครศฯรีธรรมราช กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลมหาสงกรานต์แห่งนางดาน อลังการตำนานเมืองนคร ปีนี้เป็นปีที่ 25 และเป็นปีที่ยิ่งใหญ่มากกว่าหฃลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เพราะกลับไปจัด ณ.สถานที่เดิมคือหอพระอิศวร จากที่ก่อนหน้านี้มีการย้ายสถานที่จัดไปในสวนศรีธรรมโศกราชหลายปี และจะปิดถนนราชดำเนิน สำหรับกิจกรรมกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 11 – 14 เมษายน 2569 เวลา ในวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 07.00น. พิธีถวายเครื่องสักการะพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ณ สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช และเวลา 17.00 -21.00 น. กิจกรรมมหกรรมขนมพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง ชมนิทรรศการ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และดนตรีในสวน ณ .สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช , ในวันที่ 12 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น.ประกอบพิธีพิธีมหาพุทธาภิเษกน้ำศักดิ์สิทธิ์ 6 แห่ง และแจกน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ.สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช และในวันที่ 13 เมษายน 2569 วันมหาสงกรานต์ อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ อันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง หนึ่งในสามองค์ของประเทศไทย ไปประดิษฐานที่สนามหน้าเมืองระหว่างวันที่ 13-14 เม.ย. 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการบูชาและสรงน้ำ เพื่อเป็นสิริมงคล

ส่วนการแห่นางดาน 1 เดียวในเมืองไทย “THE ONLY IN THAILAND” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 เมษายน 2569 เริ่มในเวลา 17.00 น. ชมการแสดง Light And Sound แสง เสียง สื่อผสม “แห่นางดานอลังการตำนานเมืองนครฯ” ณ.หอพระอิศวร โดยปิดถนนราชดำเนินตั้งเวทีขนาดยักษ์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและประชาชนไม่น้อยกว่า 10,000 คน ซึ่งขบวนแห่งนางดาน จะเคลื่อนจากสนามหน้าเมืองบริเวณหกน้าศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนิน มุ่งสู่สถานที่ประกอบพิธีหอพระอิศวร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...