‘เอกนิติ’ เคาะดึง “กำไรส่วนเกิน” จากโรงกลั่น-ลดราคาน้ำมัน ชง ครม.6 เม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง
มติ คตร.ให้โรงกลั่นนำ “กำไรส่วนเกิน” ส่งกองทุนน้ำมันฯ-ช่วยประชาชนบรรเทาผลกระทบน้ำมันแพง -ชี้ค่าการตลาดเฉลี่ยไม่เกิน 2.45 บาทต่อลิตร เป็นอัตราที่เหมาสม ชง ครม.ไฟเขียว 6 เม.ย.นี้
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) กล่าวว่า จากการศึกษาเกี่ยวกับค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เหมาะสม รวมถึงการหารือร่วมกับโรงกลั่น ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า สถานการณ์สงครามและวิกฤติในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยมีปัจจัยจากค่า “war premium” ขณะเดียวกัน ต้นทุนราคาน้ำมันดิบก็เพิ่มขึ้นจากปัจจัยเดียวกัน
เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในอดีต โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าค่าการกลั่นในปัจจุบัน รวมถึงผลของ war premium ทำให้กำไรในช่วงสงครามเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขเฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2569 ที่โรงกลั่นหลายแห่งมีค่ากำไรเพิ่มขึ้น
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า “วันนี้ที่ประชุมคตร.จึงมีมติให้กระทรวงพลังงานหารือกับกลุ่มโรงกลั่น เพื่อคำนวณต้นทุนที่แท้จริง และคำนวณกำไรส่วนเกินตามหลักการที่ได้เสนอไว้ เพื่อนำกำไรส่วนเกินดังกล่าวนี้ไปใช้ช่วยเหลือประชาชนผ่านกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยจะมีการเรื่องดังกล่าวนี้เสนอที่ประชุม ครม.นัดแรกในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 นี้”
ดร.เอกนิติ กล่าวต่อว่า แนวทางดังกล่าวนี้อ้างอิงมาจากกรณีในอดีตช่วงที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือจากกลุ่มโรงกลั่น เพื่อนำส่งกำไรในช่วงวิกฤติราคาน้ำมันแพงไปช่วยเหลือประชาชน เพื่อบรรเทาผลกระทบน้ำมันแพง
“ในส่วนของค่าการตลาด ได้มีการพิจารณาค่าที่เหมาะสม โดยกระทรวงพลังงานมีผลการศึกษาที่ 2.45 บาทต่อลิตร และใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นหลักการ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกต่อประชาชน”ดร.เอกนิติ กล่าว
สำหรับแนวทางด้านภาษี จะพิจารณาเฉพาะในส่วนของกำไรส่วนเกิน โดยยืนยันว่าจะใช้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที โดยมองว่ากลไกการนำกำไรส่วนเกินมาใช้เป็นวิธีที่เร็วที่สุด
ในเชิงกฎหมาย ได้พิจารณาแล้วว่าจะเสนอเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปเจรจากับโรงกลั่น และมีกำหนดเสนอในวันที่ 6 เมษายน 2569
ดร.เอกนิติยังกล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในเดือนมีนาคมว่า ปรับเพิ่มขึ้นมากในช่วงปลายเดือน พร้อมระบุว่าคณะกรรมการมีข้อเสนอในเชิงหลักการเกี่ยวกับวิธีการคำนวณกำไรส่วนเกิน โดยให้ยึดจากต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้กระทรวงพลังงานนำไปพิจารณาตามกฎหมาย