โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ’ เคาะดึง “กำไรส่วนเกิน” จากโรงกลั่น-ลดราคาน้ำมัน ชง ครม.6 เม.ย.นี้

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 04 เม.ย. เวลา 20.10 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 22.40 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

มติ คตร.ให้โรงกลั่นนำ “กำไรส่วนเกิน” ส่งกองทุนน้ำมันฯ-ช่วยประชาชนบรรเทาผลกระทบน้ำมันแพง -ชี้ค่าการตลาดเฉลี่ยไม่เกิน 2.45 บาทต่อลิตร เป็นอัตราที่เหมาสม ชง ครม.ไฟเขียว 6 เม.ย.นี้

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) กล่าวว่า จากการศึกษาเกี่ยวกับค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เหมาะสม รวมถึงการหารือร่วมกับโรงกลั่น ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า สถานการณ์สงครามและวิกฤติในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยมีปัจจัยจากค่า “war premium” ขณะเดียวกัน ต้นทุนราคาน้ำมันดิบก็เพิ่มขึ้นจากปัจจัยเดียวกัน

เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในอดีต โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าค่าการกลั่นในปัจจุบัน รวมถึงผลของ war premium ทำให้กำไรในช่วงสงครามเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขเฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2569 ที่โรงกลั่นหลายแห่งมีค่ากำไรเพิ่มขึ้น

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมคตร.จึงมีมติให้กระทรวงพลังงานหารือกับกลุ่มโรงกลั่น เพื่อคำนวณต้นทุนที่แท้จริง และคำนวณกำไรส่วนเกินตามหลักการที่ได้เสนอไว้ เพื่อนำกำไรส่วนเกินดังกล่าวนี้ไปใช้ช่วยเหลือประชาชนผ่านกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยจะมีการเรื่องดังกล่าวนี้เสนอที่ประชุม ครม.นัดแรกในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 นี้

ดร.เอกนิติ กล่าวต่อว่า แนวทางดังกล่าวนี้อ้างอิงมาจากกรณีในอดีตช่วงที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือจากกลุ่มโรงกลั่น เพื่อนำส่งกำไรในช่วงวิกฤติราคาน้ำมันแพงไปช่วยเหลือประชาชน เพื่อบรรเทาผลกระทบน้ำมันแพง

ในส่วนของค่าการตลาด ได้มีการพิจารณาค่าที่เหมาะสม โดยกระทรวงพลังงานมีผลการศึกษาที่ 2.45 บาทต่อลิตร และใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นหลักการ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกต่อประชาชนดร.เอกนิติ กล่าว

สำหรับแนวทางด้านภาษี จะพิจารณาเฉพาะในส่วนของกำไรส่วนเกิน โดยยืนยันว่าจะใช้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที โดยมองว่ากลไกการนำกำไรส่วนเกินมาใช้เป็นวิธีที่เร็วที่สุด

ในเชิงกฎหมาย ได้พิจารณาแล้วว่าจะเสนอเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปเจรจากับโรงกลั่น และมีกำหนดเสนอในวันที่ 6 เมษายน 2569

ดร.เอกนิติยังกล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในเดือนมีนาคมว่า ปรับเพิ่มขึ้นมากในช่วงปลายเดือน พร้อมระบุว่าคณะกรรมการมีข้อเสนอในเชิงหลักการเกี่ยวกับวิธีการคำนวณกำไรส่วนเกิน โดยให้ยึดจากต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้กระทรวงพลังงานนำไปพิจารณาตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...