“บริษัทที่ลูกชายทรัมป์หนุน” ลุยขายโดรนสกัดให้ชาติอ่าวที่ถูกอิหร่านโจมตี
"บริษัทที่ลูกชายทรัมป์หนุน" ลุยขายโดรนสกัดให้ชาติอ่าวที่ถูกอิหร่านโจมตี ด้านบริษัทปฏิเสธว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 07.59 น. สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า บริษัทผลิตโดรนที่ได้รับการสนับสนุนจากลูกชายของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพยายามขายระบบโดรนสกัด (drone interceptors) ให้กับประเทศในตะวันออกกลาง ขณะที่ประเทศเหล่านั้นกำลังถูกโจมตีจากอิหร่านและต้องพึ่งพาการคุ้มครองทางทหารจากสหรัฐ ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีทรัมป์เอง
บริษัท Powerus ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐฟลอริดา ได้ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า Eric Trump และ Donald Trump Jr. เข้าร่วมบริษัท ซึ่งทำให้บริษัทมีโอกาสได้รับประโยชน์จากสงครามที่เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลของบิดาของพวกเขาเปิดฉากโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอล
ริชาร์ด เพนเตอร์ อดีตทนายด้านจริยธรรมประจำทำเนียบขาวในสมัยประธานาธิบดี George W. Bush กล่าวว่า ประเทศในอ่าวเปอร์เซียกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากให้ซื้ออาวุธจากลูกชายของประธานาธิบดี เพื่อให้สหรัฐช่วยเหลือด้านความมั่นคง พร้อมระบุว่านี่อาจเป็นครั้งแรกที่ครอบครัวของประธานาธิบดีสหรัฐทำเงินจำนวนมากจากสงคราม ซึ่งเป็นสงครามที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Powerus เปิดเผยว่า บริษัทกำลังนำเสนอสินค้าและสาธิตโดรนสกัดในหลายประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของบริษัทสามารถช่วยป้องกันการโจมตีจากโดรนของอิหร่านได้ แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อประเทศที่กำลังเจรจา
ข้อตกลงระหว่างลูกชายทรัมป์กับบริษัท Powerus อาจทำให้ทั้งสองได้รับหุ้นในบริษัทจำนวนมาก ขณะที่การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอลเมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน ซึ่งจุดชนวนสงครามครั้งนี้ ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียต้องการระบบป้องกันโดรนเพิ่มขึ้น
บริษัท Powerus ปฏิเสธว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยระบุว่าบริษัทต้องการช่วยให้สหรัฐสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตโดรนจากจีนและรัสเซียได้ พร้อมระบุว่าโลกกำลังอยู่ในสงครามและการแข่งขันด้านอาวุธ และสหรัฐต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต
ในช่วงที่บิดาของพวกเขากลับมาเป็นประธานาธิบดี ลูกชายทั้งสองคนได้ขยายการลงทุนไปยังหลายธุรกิจ ตั้งแต่คริปโตเคอร์เรนซี ตลาดทำนายผล ไปจนถึงบริษัทผู้รับเหมาของรัฐบาลที่ผลิตชิ้นส่วนจรวดและแม่เหล็กแร่หายาก
ธุรกิจโดรนของบริษัท Powerus ยังมีเป้าหมายไปที่งบประมาณประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่จัดสรรเพื่อสร้างฐานการผลิตโดรนอาวุธในประเทศ หลังรัฐบาลทรัมป์สั่งห้ามนำเข้าโดรนอาวุธจากจีน
องค์กร Trump Organization ซึ่งลูกชายทั้งสองคนดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีนี้ แต่ที่ผ่านมาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยลูกชายทรัมป์ระบุว่าพวกเขาไม่ได้ขยายธุรกิจมากนักในช่วงที่บิดาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก จึงตั้งใจจะขยายธุรกิจมากขึ้นในสมัยนี้
อ้างอิง : theguardian.com