ก.ล.ต. ชูค่าปรับกว่าพันล. ถึงชั้นศาล ชนะคดี99%
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 08.08 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - นาย เอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา มีค่าปรับหลักพันล้านบาท ก.ล.ต. ถูกคาดหวังให้เร่งรัดกระบวนการบังคับใช้กฎหมายให้รวดเร็วขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ในไตรมาส 1/ 2569 มีผลการดำเนินคดีดังนี้:
-มีการกล่าวโทษคดีทุจริตและการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ 2 กรณี
-ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง 3 กรณี (สร้างราคา 2 กรณี, ใช้ข้อมูลภายใน 1 กรณี)
- ผู้กระทำผิดยินยอมชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 633 ล้านบาท และชดใช้คืนผลประโยชน์อีก 502 ล้านบาท รวมเป็นเม็ดเงินที่ส่งคืนกระทรวงการคลังทั้งสิ้น 1,135 ล้านบาท รวมถึงต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบให้ ก.ล.ต. อีกกว่า 1 ล้านบาท
เจาะกรณี Insider Trading (ข้อมูลภายใน)
หลักการลงโทษคือ ผู้กระทำผิดต้องส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับทั้งหมด และเผชิญกับค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 2 เท่าของผลประโยชน์นั้น
หากผู้กระทำผิดยอมรับมาตรการทางแพ่ง คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง ส่วนใหญ่จะกำหนดค่าปรับในระดับหนึ่ง (เช่น 1 เท่ากว่าๆ) เพื่อให้คดียุติรวดเร็วและประหยัดงบประมาณรัฐในการขึ้นศาล
นอกจากค่าปรับแล้ว ผู้กระทำผิดจะถูกสั่งห้าม เป็นกรรมการหรือผู้บริหารสูงสุด 10 ปี ของบริษัทจดทะเบียน (ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของลักษณะต้องห้าม) ซึ่งเป็นการตัดวงจรไม่ให้เข้าถึงข้อมูลภายในได้อีก
ชัยชนะของ ก.ล.ต. ในชั้นศาล ส่วนผู้ที่ดื้อแพ่ง ไม่ยอมรับมาตรการทางแพ่งและเลือกสู้คดีในชั้นศาล ปัจจุบันมี 6 คดีที่ถึงที่สุดแล้ว ปรากฏว่า ศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะทั้ง 6 คดี และสั่งปรับผู้กระทำผิดในอัตราสูงสุดตามกฎหมายกำหนด (2 เท่า)
นอกจากนี้ คดีที่ผ่านศาลชั้นต้นไปแล้วกว่า 9 คดี หรือในชั้นอุทธรณ์ ประมาณ 99% ศาลพิพากษาเข้าข้าง ก.ล.ต. ให้ผู้กระทำผิดต้องชำระค่าปรับ ส่วน กระบวนการทางแพ่งในชั้นศาลใช้เวลาเฉลี่ยราว 3-4 ปี ซึ่งรวดเร็วและสัมฤทธิ์ผลกว่าคดีอาญาที่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนที่ยาวนาน