ไทรอัมพ์ ลงทุนเพิ่ม 4,000 ล้าน ปั้นไทยฮับผลิตบิ๊กไบค์เอเชีย
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) เพื่อขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์บิ๊ก ไบค์ ขนาดตั้งแต่ 500 ซีซีขึ้นไป รวมถึงการผลิตเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนแบบครบวงจร เพื่อส่งออกไปยังบริษัทแม่ในประเทศอังกฤษและประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย 95% ส่วนที่เหลืออีก 5% จำหน่ายในประเทศไทย ตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี เงินลงทุนของส่วนขยายครั้งนี้กว่า 4,000 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงสัญชาติอังกฤษที่มีประวัติยาวนานกว่า 120 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบทางวิศวกรรม และการผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) ที่กำลังขยายตัวอย่างมากในตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงการใช้งานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต บริษัท ไทรอัมพ์ ได้เข้ามาจัดตั้งฐานการผลิตและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ตั้งแต่ปี 52 เป็นต้นมา รวม 4 โครงการ เงินลงทุนสะสมกว่า 13,000 ล้านบาท ปัจจุบันจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 2,000 คน และจะเพิ่มการจ้างงานตามโครงการใหม่นี้อีกกว่า 1,000 คน และมียอดส่งออกจากประเทศไทยกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักของไทรอัมพ์ในภูมิภาคเอเชียเพื่อส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก
สำหรับการลงทุนของไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ มีบทบาทสำคัญในการยกระดับซัพพลายเชนในประเทศไทย โดยมีการจัดหาชิ้นส่วนและชุดประกอบหลักของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงจากผู้ประกอบการไทยครอบคลุมทั้งระบบส่งกำลัง ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ระบบระบายความร้อน ระบบโครงสร้างและความปลอดภัย อาทิ ชุดเกียร์ กล่องควบคุมเครื่องยนต์อิเล็กทรอนิกส์ ชุดหม้อน้ำพร้อมพัดลมระบายความร้อน และชุดจานเบรก ซึ่งช่วยเพิ่มบทบาทของผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงระดับโลก
“การขยายการลงทุนครั้งใหญ่ของไทรอัมพ์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกต่อศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงของภูมิภาค บีโอไอพร้อมสนับสนุนการลงทุนที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ การพัฒนาบุคลากรทักษะสูงและการถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานไทยและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์คุณภาพสูงระดับโลก”