โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บช.ก. ขีดเส้นเรียกเจ้าของคลังน้ำมันอ่างทองแจงในวันนี้ จี้ปมไร้ใบขนส่ง-สางข้อสงสัยปลายทาง กทม.

THE STANDARD

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 07.51 น. • thestandard.co
บช.ก. ขีดเส้นเรียกเจ้าของคลังน้ำมันอ่างทองแจงในวันนี้ จี้ปมไร้ใบขนส่ง-สางข้อสงสัยปลายทาง กทม.

วันนี้ (23 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สนธิกำลังร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและพลังงานจังหวัด เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง

พล.ต.ต.โสภณ ระบุว่า จากการเข้าตรวจค้นก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่พบเอกสารสำคัญคือใบกำกับการขนส่งน้ำมันโดยทางผู้ประกอบการไม่สามารถนำมาแสดงเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจได้ และกล่าวอ้างเพียงว่าเป็นน้ำมันที่รับซื้อมาตามราคาที่ตกลงกันไว้เท่านั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ทราบว่าพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. ได้ดำเนินการออกหมายเรียกผู้ประกอบการคลังน้ำมันรายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้เดินทางมาให้ปากคำในช่วงบ่ายของวันนี้ พร้อมทั้งให้นำใบกำกับการขนส่งมาแสดง เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของน้ำมันอย่างละเอียดว่าเป็นของแหล่งใดและอยู่ในล็อตใด หากผู้ประกอบการไม่สามารถนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงได้ อาจเข้าข่ายความผิดตามระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพลังงาน

นอกจากนี้ ในส่วนของของกลาง เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงส่งไปตรวจสอบคุณภาพ เพื่อดูว่ามีมาตรฐานตรงตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่าน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม พร้อมขยายผลสืบสวนหาแหล่งที่มาอย่างเด็ดขาด

จ่อประสานพาณิชย์-พลังงาน ฟันข้อหากักตุนและค้ากำไรเกินควร

สำหรับประเด็นความผิดฐานอื่นๆ ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากทางกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะเข้ามาร่วมให้ข้อมูลกับตำรวจ บก.ปคบ. เพื่อพิจารณาพฤติการณ์ว่าเข้าข่ายการกักตุนสินค้า หรือการค้ากำไรเกินควรในสภาวะวิกฤตหรือไม่

ทั้งนี้ รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ และตำรวจท้องที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านและตรวจสอบ โดยเฉพาะในสถานที่ที่อาจมีพฤติการณ์ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน

เมื่อสอบถามถึงกรณีเบาะแสที่ระบุว่า น้ำมันล็อตดังกล่าวมีปลายทางการจัดส่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่กลับมาถูกถ่ายเทลงคลังในพื้นที่จังหวัดอ่างทองนั้น พล.ต.ต.โสภณ อธิบายว่า ในประเด็นนี้จำเป็นต้องยึดการตรวจสอบจากใบกำกับการขนส่งเป็นหลัก เมื่อได้รับเอกสารแล้ว จะต้องนำไปตรวจสอบข้อมูลเทียบเคียงกับบริษัทต้นทางว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างรอบคอบและรัดกุม

ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการลักลอบนำน้ำมันออกจากระบบ หรือความเชื่อมโยงกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนนั้น เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติที่ชัดเจน แต่ทางเจ้าหน้าที่มีฐานข้อมูลเดิมจากการทำงานร่วมกับตำรวจทางหลวงและตำรวจน้ำ จึงกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกควบคู่กันไป หากพบพฤติการณ์กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นกรณีในปัจจุบันหรือการกระทำผิดย้อนหลัง จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน การออกหมายเรียกในครั้งนี้เป็นเพียงการเชิญตัวผู้ประกอบการมาให้ปากคำชี้แจงข้อเท็จจริง ยังไม่ได้เป็นการแจ้งข้อกล่าวหา หรือดำเนินคดีทางอาญาใดๆ โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หากผู้ประกอบการหลีกเลี่ยง ไม่ยอมเข้าพบตามนัดหมายโดยไม่มีเหตุอันควร ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...