โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นนนี่ ณัฐชา’ เจอมรสุมชีวิต ภรรยา ‘แอ็คมี่’ เปิดใจ ผู้เสียหายเหล่านั้นอยู่ที่ไหน?

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 03.45 น. • The Bangkok Insight

‘นนนี่ ณัฐชา’ เจอมรสุมชีวิต ภรรยา‘แอ็คมี่’ เปิดใจ ผู้เสียหายเหล่านั้นอยู่ที่ไหน? สิ่งนี้ทำให้ฉันตั้งคำถามว่า สังคมกำลังจะได้รับ “ความจริง” หรือไม่

ถือเป็นโพสต์ที่โลกโซเชียลให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับนางเอกสาว นนนี่ ณัฐชาชูมักเคอร์ ภรรยาคนสวยของ แอ็คมี่-วรวัฒน์นิติวรยุทธ ที่ขอออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม หลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สุดช็อก จนเธอต้องออกมาแจกแจงข้อเท็จจริงผ่านพื้นที่ส่วนตัว

นนนี่ ณัฐชา

‘นนนี่ ณัฐชา’ เจอมรสุมชีวิต ภรรยา ‘แอ็คมี่’ เปิดใจ ผู้เสียหายเหล่านั้นอยู่ที่ไหน?

ล่าสุด(22 มี.ค.) นนนี่ณัฐชาภรรยาของ แอ็คมี่วรวัฒน์ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวnutchajeka โดยระบุข้อความเอาไว้ว่า “…หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นมีที่มายังไงกันแน่ ใช่ค่ะ เรื่องนี้มีที่มา แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนและหลายคนที่ติดตามข่าว ยังไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนเลยว่า เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไร ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีข่าวจำนวนมากถูกเผยแพร่ผ่านสื่อและโซเชียล หลังจากที่สามีของฉันได้ออกมาพูดผ่านช่องทางของตัวเอง เพื่อชี้แจงเบื้องต้น และกำลังจะอธิบายในรายละเอียดต่อไป แต่ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ช่องทาง Facebook และ Instagram ของเขากลับถูกปิดลงทันที

สิ่งนี้ทำให้ฉันตั้งคำถามว่า สังคมกำลังจะได้รับ “ความจริง” หรือไม่ หรือมีบางอย่างที่ทำให้เสียงอีกด้าน ไม่สามารถถูกได้ยิน และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องออกมาพูดในวันนี้ เพราะฉันกังวลว่า ฉันเองอาจจะไม่มีพื้นที่ในการพูดอีกต่อไป เมื่อฉันเห็นว่าสามีของฉันถูกปิดช่องทางอย่างรวดเร็ว ฉันไม่มั่นใจเลยว่า ช่องทางของฉันจะยังคงอยู่ได้นานแค่ไหน ฉันกลัวว่า ถ้าฉันไม่พูดในวันนี้ สังคมอาจเข้าใจว่าฉันเลือกที่จะเงียบ หรือหลบหนี ดังนั้นฉันจึงอยากใช้พื้นที่ตรงนี้ บันทึกความจริงในมุมของฉันไว้ ก่อนที่ฉันจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก

…เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาที่บ้านของฉันและสามี โดยมีหมายค้น และเข้าตรวจสอบทรัพย์สิน สิ่งของจำนวน 36 รายการ ถูกนำออกไปตรวจสอบ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉัน แทบจะไม่มีของของสามีเลย สถานที่ที่ถูกเข้าตรวจสอบ มีทั้งออฟฟิศเก่า บ้านหลังเก่า และบ้านที่เราสร้างมาด้วยกันก่อนแต่งงาน บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ฉันถือกรรมสิทธิ์เอง แม้กระทั่งชามข้าวของสุนัขของฉัน ก็ถูกนำไปตรวจสอบ สำหรับฉัน นี่ไม่ใช่แค่ “การตรวจสอบ” แต่มันคือชีวิตของฉัน ที่ถูกรื้อออกไปต่อหน้าต่อตา ในขณะเดียวกัน มีข่าวออกมาว่าสามีของฉันโกงเงินจำนวนกว่า 1,386 ล้านบาท มีผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 1,000 คน และให้ผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า ฉันอยากถามจริง ๆ ว่า ผู้เสียหายเหล่านั้นอยู่ที่ไหน

ทำไมสิ่งที่เราเห็นมีแต่ข่าว มีแต่ตัวเลข มีแต่คำกล่าวหา แต่ไม่มีผู้เสียหายที่ออกมายืนยันตัวตนอย่างชัดเจนเลย ตัวเลข 1,386 ล้าน มาจากอะไร ใครเป็นคนตรวจสอบ และข้อมูลเหล่านี้ถูกพิสูจน์แล้วหรือยัง ผลตอบแทน 500 เท่า มันเป็นไปได้จริงหรือ หรือมันเป็นเพียงตัวเลข ที่ถูกพูดซ้ำเพื่อทำให้คนสนใจและกลายเป็นความเชื่อ

…ในขณะที่สามีของฉันพยายามจะออกมาชี้แจง เขากลับถูกปิดช่องทางของเขาทันที สิ่งนี้ทำให้ฉันอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เหตุใดเสียงอีกด้าน จึงไม่สามารถถูกได้ยิน มีใครพยายามปิดบังความจริงอะไรไว้หรือเปล่า ในวันเดียวกันที่บ้านของฉันถูกตรวจค้น คนใกล้ชิดของสามีฉัน ซึ่งเป็นทั้งคนในครอบครัวและคนใกล้ตัว ก็ถูกออกหมายจับอย่างกะทันหัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ไม่มีหมายเรียก ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าใดๆ

สิ่งที่ฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจให้ชัดคือ หมายจับดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องเดียวกับข่าวที่กำลังถูกพูดถึงในตอนนี้ แต่เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจาก ข้อพิพาททางกฎหมาย ระหว่างสามีของฉันกับหน่วยงานรัฐ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และกำลังถูกนำมาขยายผล ไปยังบุคคลรอบตัวในภายหลัง

ซึ่งทำให้ฉันตั้งคำถามว่า เหตุใดเรื่องที่ควรอยู่ในกระบวนการยุติธรรม จึงเริ่มกระทบไปถึงคนอื่น ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวในวันนี้ ฉันขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า คำกล่าวหาที่ว่าสามีของฉัน “หลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหนีคดี” ไม่เป็นความจริง ฉันอยู่กับเขาในช่วงเวลานั้น สามีของฉันมีธุรกิจอยู่ในต่างประเทศ และมีการเดินทางเข้า-ออกเป็นปกติ

…ก่อนหน้านั้น เขายังอยู่ในประเทศไทย และไม่มีการดำเนินการใดๆ กับเขาในช่วงเวลานั้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน กลับมีหมายจับออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งควรได้รับการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ถูกตัดสินผ่านกระแสสังคมเพียงด้านเดียว หลังจากเกิดเรื่อง ฉันตัดสินใจพาลูกออกมาอยู่ต่างประเทศ เพื่อให้นกมีชีวิตที่ปลอดภัย และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า

ในขณะที่สามีของฉัน กำลังต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมจากต่างประเทศอย่างเต็มที่ พร้อมกับดูแลธุรกิจของเขาไปด้วย เวลาผ่านมาเกือบ 2 ปี แต่เรื่องยังไม่จบ และกลับมีประเด็นใหม่ประเด็นที่สังคมกำลังติดตามนี้เกิดขึ้น

…ในขณะเดียวกัน ฉันเองก็ได้รับข้อมูลว่า อาจจะมีการออกหมายจับฉันเช่นกัน ซึ่งทำให้ฉันตั้งคำถามอย่างมากว่า ฉันเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องใดได้อย่างไร เพราะตลอดมา ฉันไม่เคยทำธุรกิจร่วมกับสามี ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานใดๆ และไม่เคยรู้จักบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเลย แต่สิ่งที่ฉันต้องเผชิญในวันนี้ คือการถูกมองและถูกตัดสินจากสังคม ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษา และในช่วงเวลานี้ ฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 ได้ประมาณ 2 เดือนกว่าแล้ว ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สงบ ต้องนอนหลับและตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงระเบิด และเสียงการแจ้งเตือนภัยต่างๆ

…ทั้งหมดนี้ สำหรับฉันแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ยุติธรรมสำหรับฉันเลย ฉันไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ฉันต้องการ “ความเป็นธรรม” และขอให้ทุกคนเปิดใจ รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกด้าน

เพราะสุดท้ายแล้ว ความจริงจะเป็นสิ่งเดียวที่พิสูจน์ทุกอย่างได้ และเมื่อกาลเวลาผ่านไป หลังจากกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดลง ฉันเชื่อว่าจะไม่มีใครต้องเสียใจ กับการตัดสินใครบางคน ก่อนที่ความจริงจะถูกพิสูจน์ และฉันยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรมว่า ยังมีคนยุติธรรม อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจริงๆ และในท้ายที่สุดเรื่องนี้จะต้องไปถึงมือของเขาอย่างแน่นอน

หลังจากโพสต์นี้หากช่องทางการติดต่อของฉันหายไป ขอให้รู้ว่าฉันไม่ได้ลบไม่ได้หนี แต่มีคนพยายามปิดตาประชาชนและสังคม ในขณะที่เรายืนยันจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมจากต่างประเทศ อย่างถูกต้องและน้อมรับผลในคำพิพากษาจนกว่าจะถึงที่สุด #ขอให้กระบวนการยุติธรรม”

ขอบคุณ : nutchajeka

ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย Nutcha Schuhmacher (@nutchajeka)

นนนี่ ณัฐชา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...