โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ยายวัย 85 ถูกหลานทาสยาทำร้ายจนป่วยติดเตียง วอนขอเจอลูกชาย 2 คนก่อนเสียชีวิต

สยามรัฐ

อัพเดต 26 เม.ย. เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. เวลา 09.56 น.

วันที่ 26 เม.ย.69 จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คว่า “อ่านให้จบระวังมิจฉาชีพด้วยนะครับ…#ขออนุญาตใช้โพสต์นี้ตามหาลูกของคุณยายแก้วนะครับ…#ในความเข้าใจของผมคือลูกแก ติดต่อแกไม่ได้(ให้ทักส่วนตัวมาที่ผมก็ได้หรือติดต่อคนที่ดูแลยายซึ่งคนที่ดูแลยายเขาบอกว่าติดต่อลูกของยายไม่ได้เลย) #ขอย้ำว่าไม่ได้ต้องการรับบริจาคใดๆให้คุณยายเพียงแต่ต้องการประสาน.ตามหาลูกของคุณยายครับ…#ยายติดเตียงมาพักใหญ่แล้วครับ…คนที่ดูแลเป็นหลานห่างๆและเป็นเหมือนเหลนสะใภ้ครับ… #ขออนุญาตไม่แจ้งพิกัดคุณยายนะครับเพราะถ้าหลานที่ติดยารู้จะมาทำร้ายร่างกายคุณยายเพื่อจะเอาเงินอีก”

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังห้องแถวแบ่งให้เช่า ไม่มีเลขที่ ในเขตพื้นที่ ชุมชนเกาะลอย ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งเป็นห้องเช่าเล็กๆ ภายในว่างเปล่า มีเพียงโต๊ะเล็กที่วางชามข้าว และปิ่นโตที่ใส่อาหารมากิน พร้อมด้วยนมกล่องอีก 2-3 กล่อง และโต๊ะที่วางยา และอุปกรณ์ในการทำแผล ข้างผนังห้องพบหญิงวัย 85 ปีนอนสวมแพมเพิร์ส และเสื้อคอกระเช้าลายดอก อยู่บนเตียง ไม่สามารถขยับตัวได้ ทราบชื่อยายแก้ว ซึ่งทุกวันนี้ยายแก้ว ต้องอาศัยอยู่ภายในบ้านเช่าเพียงลำพังคนเดียว จะมีก็เพียงหลานคนเล็ก ลูกของลูกสาวยายแก้วที่เสียชีวิตไปแล้ว เข้ามาคอยดูแล คอยเอาข้าว เอาน้ำ เอายาให้กิน และเปลี่ยนแพมเพิร์สให้ และหลานที่เป็นลูกของน้องชาย ยายแก้วเข้ามาดูแลเก็บกวาดบ้านให้ และนำข้าวมาให้บ้างเป็นบางครั้ง แต่ในวันที่ 1 พฤษภาคม นี้หลานคนดังกล่าว ซึ่งเป็นหลานที่คอยดูแลหลัก จะต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ ที่ดอนเมือง จึงทำให้ไม่มีคนคอยดูแลต่อ จะมีก็เพียงหลานลูกของน้องชายจะเข้ามาดูแลได้ในบางครั้งเพียงเท่านั้น ทุกวันนี้ยายแก้ว เป็นแผลกดทับอยู่ที่บริเวณสะโพก และหลัง ต้องคอยกินยาความดัน และไขมันอุดตันในเส้นเลือด

เดิมทียายแก้วมีลูกด้วยกัน 3 คนประกอบด้วยนางราณี (เสียชีวิตแล้ว) นายอนันต์ (ลูกชาย)ติดต่อไม่ได้ และนายอนุวัฒน์ (ลูกชาย) ติดต่อไม่ได้ หลังจากที่นางราณี ได้เสียชีวิตลง โดยยายแก้ว ได้อาศัยอยู่กับ หลานทั้ง 3 คนซึ่งเป็นลูกของนางราณี ประกอบด้วยนายเอ (นามสมมติ) ติดยาเสพติด นายบี (นามสมมติ) ติดยาเสพติด และนายซี (นามสมมติ) กำลังไปเป็นทหารเกณฑ์) จากนั้นนายบี หลานทาสยาได้เข้ามาทุบตี ทำร้ายร่างกายยายแก้ว เพื่อขอเงินไปเสพยา จนชาวบ้านเห็นทนไม่ไหวต้องพายายแก้ว หนีหลานทาสยาออกมาเช่าบ้านอยู่ในที่ดังกล่าว ส่วนลูกชายทั้ง 2 ของยายแก้วก็ไม่เคยกลับมาหาเลย ซึ่งทางญาติๆพยายามติดต่อแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้

สอบถามยายแก้ว เล่าว่าตอนนี้ตนเองรู้สึกคิดถึงลูกชายของตนเองทั้ง 2 คนมาก ซึ่งลูกชายทั้ง 2 ของตนเองไม่เคยมาหาตนเลย มีเพียงเมียนายอนันต์ ที่ส่งเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง เดือนละ 1,500 บาท แต่นานอนันต์ และนายอนุวัฒน์ ไม่เคยมาหาตนเลย ตอนนี้ตนเองอยากให้ลูกทั้ง 2 เข้ามาหาตนบ้าง ก่อนที่ตนเองจะตายไป ยายแก้ว เล่าเสริมว่า ตอนที่หลานทาสยาทำร้ายตนเองโดยการตีที่หัวเข่า ตนเองก็ร้องขอว่าอย่าทำร้ายตนเองเลย ทำให้ตนเองต้องหนี ตอนนี้รู้สึกปวดขามาก

ด้านลูกของน้องชายยายแก้ว เล่าว่า ถ้าตนเองว่างจากงานก็จะเข้ามาช่วยเก็บกวาดบ้าน เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ส่วนด้านอาหารการกินก็จะมีพี่ๆ น้องๆของยายเข้ามาช่วย และถ้าตนเองเสร็จจากงานภายในบ้านก็จะเข้ามาดูแลเก็บกวาดบ้านให้ ซึ่งตนเองก็ไม่มีเวลาทำให้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในบางครั้งก็จะมี อสม.เข้ามาช่วยดูแลบ้าง ซึ่งตอนนี้ตนเองไม่ต้องการความช่วยเหลือไดๆ อยากให้ยายได้เจอหน้าลูกๆแค่นั้นเอง รับบริจาคอะไรตนเองก็ไม่เอา อยากให้เจอลูกมากกว่า

ด้านนายซี เล่าว่าตนเอง และพี่ชายอีก 2 คน ที่ติดยาเป็นหลานยาย โดยอาศัยอยู่กับยาย โดยยายเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ส่วนที่ตนเองต้องพายายมาอยู่ที่บ้านเช่าในที่นี้เนื่องจากว่า พี่ชายของตนคนกลางได้ทำร้ายร่างกายยาย จึงได้พายายหนีมาอยู่ที่นี่ ทุกวันนี้ตนเองต้องคอยมาดูแลยาย โดยเปลี่ยนแพมเพิร์สให้ และหาข้าว หายาให้กิน บางวันก็มานอนเป็นเพื่อนอยู่กับยาย แต่วันที่ 1 พ.ค.ที่จะถึงนี้ตนเองต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ ที่ดอนเมือง จึงรู้สึกเป็นห่วงที่จะไม่มีใครเข้ามาดูแลยาย ตนเองอยากฝากบอกน้าชายทั้ง 2 คนให้เข้ามาดูยายสักครั้ง ซึ่งหลายปีมาแล้วยายยังไม่เคยเจอหน้าน้าชายทั้ง 2 คนเลย ส่วนเงินที่ตนเองเอามาดูแลยาย ก็ได้จากที่ตนเองไปรับจ้างร้านซักรีด โดยได้เงินเดือนละ 1,500 บาท และรายอาทิตย์อีกอาทิตย์ละ 200 บาท ที่ตนเองต้องเข้ามาดูแลยายเนื่องจากว่าตนเองเป็นห่วงยาย และยายก็เลี้ยงตนเองมาตั้งแต่เป็นเด็ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...