โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิติวิทยาศาสตร์ เล่าสยอง พร้อมเผยถึง2ชิ้นส่วน ที่ยังหาไม่พบ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 14.09 น.

ความคืบหน้าคดีหญิงสาวชาวลาวถูกแฟนหนุ่มสัญชาติเดียวกันก่อเหตุปลิดชีพ ล่าสุดทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญของคดีนี้

นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รับชิ้นส่วนร่างกายกลับมาตรวจสอบแล้วประมาณ 80% โดยถูกบรรจุอยู่ในถุงจำนวน 6 ถุง จากทั้งหมด 8 ถุงที่พบในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนที่ยังไม่พบ ได้แก่ บริเวณซี่โครงและอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างเร่งค้นหาเพิ่มเติม

ด้าน นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกจากการชันสูตรว่า ร่องรอยบาดแผลบนร่างกายบ่งชี้ชัดว่า ใช้อาวุธมีดเพียงเล่มเดียวในการก่อเหตุ และลักษณะการลงมีดมีความแม่นยำสูง สะท้อนว่าผู้ก่อเหตุมีทักษะและความชำนาญในการใช้มีดเป็นอย่างมาก โดยมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีอาชีพเกี่ยวข้องกับการทำอาหาร เช่น พ่อครัว เนื่องจากสามารถแยกชิ้นส่วนตามข้อต่อและกระดูกได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ จากลักษณะทางนิติวิทยาศาสตร์ ยังประเมินได้ว่าการแยกชิ้นส่วนเกิดขึ้นภายหลังการเสียชีวิต เนื่องจากหากเหยื่อยังมีชีวิตอยู่ ระบบไหลเวียนโลหิตจะทำให้เลือดกระจายจำนวนมาก ซึ่งจะทิ้งร่องรอยชัดเจนและยากต่อการทำความสะอาดพื้นที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นยังไม่พบบาดแผลอื่น หรือร่องรอยที่บ่งชี้ถึงการใช้อาวุธหลายชนิด หรือมีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคน ทำให้คดีนี้มีแนวโน้มเป็นการลงมือเพียงลำพัง

ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะนำชิ้นส่วนทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคล รวมถึงตรวจหาสารพิษในร่างกาย เพื่อตรวจสอบว่ามีการวางยาหรือทำให้เหยื่อหมดสติก่อนลงมือหรือไม่ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...