โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตั้งสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย อัพมาตรฐานอินฟลูฯ กว่า 9 ล้านคน สู่อาชีพจริงที่เข้าถึงเงินทุน-สวัสดิการสังคม

TODAY

อัพเดต 29 เม.ย. เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 10.36 น. • TODAY

การเปิดตัวสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association: TCCA) เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นการรีเซ็ตวงการครีเอเตอร์ในประเทศไทยครั้งใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 9 ล้านคน (Part-Time) และเกือบ 2 ล้านคนที่เป็น Full-time แต่กลับยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสิทธิประโยชน์บางอย่าง รวมถึงในเชิงโครงสร้าง เพียงเพราะว่ายังไม่ถูกบรรจุให้เป็น ‘อาชีพ’ จริงจังในเมืองไทย

TODAY Bizview ได้พูดคุยกับ ‘เอ็ม-ขจร เจียรนัยพานิชย์’ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย, บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker, iCreator Community ถึงเบื้องลึกการก่อตั้งสมาคมฯ ให้เป็นตัวกลางที่จะมาแก้ Pain Point และสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการสร้างสรรค์ของไทย

[ ยังไม่ยอมรับเป็นอาชีพ จึงขาดการเข้าถึงเงินทุน ]

เอ็ม-ขจร ได้เล่าว่า“สถานการณ์ก่อนหน้านี้คือ ครีเอเตอร์ไทยเบอร์เล็กๆ ยังไม่ได้รับการโฟกัสอย่างเต็มที่ ส่วนใหญ่จะเป็นเบอร์ใหญ่ๆ ที่ขับเคลื่อน นอกจากนี้การที่ครีเอเตอร์ยังไม่ถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในอาชีพในไทย ทำให้สถานะทางการเงินอาจยังไม่มั่นคง อย่างการกู้เงิน ไม่มีเครดิตพอที่จะเข้าถึงสินเชื่อ หรือแม้แต่การเข้าถึงประสังคมที่อาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนเต็มที่”

สิ่งเหล่านี้เป็น Pain Point ที่เกิดขึ้นมานานในไทย และก็เป็นเรื่องที่ตัวเขาเองเห็นพยายามศึกษามาตลอด 5 ปี แต่เพิ่งมีโอกาสได้โฟกัสแบบจริงจังช่วง 2 ปีหลัง จนกระทั่งได้เปิดตัวสมาคมฯ ขึ้นมาจริงๆ

ปัญหาหลักคือ ที่ผ่านมาครีเอเตอร์ต่างคนต่างทำ และคำว่าครีเอเตอร์มันกว้างมากๆ รวมถึงยังไม่มีคนกลางที่หน่วยงานต่างๆ จะเข้ามาประสานได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ภาครัฐก็ไม่รู้จะเข้ามาซัพพอร์ตตรงไหน อย่างรัฐบาลชุดก่อนที่อยากจะสนับสนุน Soft Power 10 อุตสาหกรรม ก็ยังไม่มีครีเอเตอร์เลย เพราะไม่มีกองกลางที่เป็นทางการ”

[ แผน 4 เดือน = เร่งสร้าง ‘บาร์’ มาตรฐานครีเอเตอร์ไทย ]

เอ็ม-ขจร แชร์ว่า ช่วง 4 เดือนแรกหลังจากนี้สิ่งที่ต้องทำโดยด่วนก็คือ การแนะนำสมาคมฯ และการเข้าไปทำ MOU หรือสร้างดีลกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ด้วย

“พยายามทำให้เกิดความเข้าใจสมาคมฯ เราก่อนว่าหน้าที่ของเราคืออะไร จุดประสงค์ของเรา ผมอยากให้เราสามารถคุยกันได้ก่อนที่จะออกกฎหมายควบคุมครีเอเตอร์ เพราะปัญหาก่อนหน้านี้คือ เราไม่มีมาตรฐานกลางที่เป็นไกด์ไลน์ให้กับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์เลย”

บรรทัดฐานที่จะเปลี่ยนโฉมวงการครีเอเตอร์ไทย ‘แบบเร่งด่วน’ 2 ประเด็นหลัก ก็คือ

1.ล้างภาพการเหมารวมครีเอเตอร์ทั้งหมด และส่องไฟให้คนที่คุณภาพมากขึ้น เขาอธิบายว่า สมาคมฯ ต้องการสร้างมาตรฐานกลางในการคัดกรองครีเอเตอร์ที่มีจริยธรรมและคุณภาพ เพื่อให้เอเจนซีหรือแบรนด์มั่นใจในการจ้างงาน เช่น การรับรองจากทางสมาคมฯ เป็นเหมือนใบการันตีความมืออาชีพ

2.เคลียร์คัตเรื่องข้อกฎหมายที่อาจทำให้ครีเอเตอร์ผิดพลาดได้ ซึ่งเขาได้ยกตัวอย่างหน่วยงานที่เตรียมจะออกกฎหมายควบคุม อย่าง ตลาดหลักทรัพย์ และอย. เพื่อกำหนดสิ่งที่ครีเอเตอร์ไทยสามารถเผยแพร่ได้หรือสิ่งไหนที่ไม่ได้ ซึ่งสมาคมฯ จะเป็นเหมือนคนกลางในการเจรจา/สื่อสาร เพื่อให้ขอบเขตเหล่านั้นชัดเจนที่สุด

เอ็ม-ขจร ได้พูดถึง มาตรฐานสัญญาผ่านแบรนด์ MCN ซึ่งยังเป็นสิ่งที่หลายคนยังไม่รู้ แต่กำลังเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตในไทยอย่างมากในปัจจุบัน เขาอธิบายว่า “สัญญากับครีเอเตอร์ MCN ซึ่งเป็นต้นสังกัดของครีเอเตอร์จำนวนมากในไทย คล้ายกับเป็นศิลปินในค่ายกับแกรมมี่, RS ตลาดนี้โตมากๆ ในไทย มีข้อมูลว่าเกือบครึ่งเป็นสัญชาติจีน ดังนั้น สมาคมฯ ของเราจะช่วยดีลกับสัญญาบางข้อที่อาจไม่ยุติธรรม หรือไม่เวิร์คกับคนไทย เป็นต้น”

[ ครีเอเตอร์ไทย ยังกระจุกตัวแค่ในกรุงเทพฯ ]

ข้อมูลน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่ เอ็ม-ขจร แชร์ว่า ประมาณ 70-80% ในปัจจุบันไทยมีครีเอเตอร์ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งในมุมของเขามันคือการกระจุกตัวมากเกินไป

ในอนาคตเตรียมทำโปรเจกต์ Training & Workshop และระบบ E-learning ที่มีคอร์สฟรีมากกว่า 100 คอร์สสำหรับสมาชิก ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่กระจายโอกาสดีๆ ไปสู่ครีเอเตอร์ทั่วประเทศได้

“ครีเอเตอร์เองก็มีบทบาทต่อเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน เราอยากเห็นโรงแรมในภูเก็ต ทำคอนเทนต์สนุกๆ ได้เหมือนกรุงเทพ หรือร้านกาแฟชิคๆ ในเชียงใหม่ที่มีคอนเทนต์น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีก”

สำหรับครีเอเตอร์สายไหนที่เซนซิทีฟ ซึ่งต้องใช้เวลาในการพูดคุยหรือดีลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในมุมของ เอ็ม-ขจร เขายกตัวอย่างดังนี้

  • การลงทุน
  • สุขภาพ
  • สื่อ (ที่ไม่ใช่นักข่าว)
  • ความรู้เชิงการแพทย์
  • การให้ความรู้เรื่องกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวสิ่งที่อาจจะเห็นหลังจากนี้คงเป็นการแยกกลุ่มสมาคมฯ ที่เฉพาะสายมากขึ้น เช่น สายสุขภาพ, สายบิวตี้, สายท่องเที่ยว เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ มาตรฐานที่ตรงสายมากขึ้นสำหรับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ในไทย

นอกจากนี้ เอ็ม-ขจร ยังย้ำว่า “บทบาทของสมาคมไม่ใช่การควบคุมครีเอเตอร์ แต่คือการสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรม ทั้งในด้านมาตรฐาน จริยธรรม และแนวปฏิบัติ เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถเติบโตในฐานะวิชาชีพ ขณะที่แบรนด์และเอเจนซีสามารถทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ได้อย่างมั่นใจและวัดผลได้มากขึ้น”

“ผมเชื่อว่าครีเอเตอร์ไทยเก่งระดับโลก เราอยากพาวงการนี้ไปให้ถึงระดับสากล เพราะ Creator Economy ไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิงอีกต่อไป แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและสังคมไทยให้โตไปพร้อมกัน”

ส่วนเงื่อนไขสมาชิกของสมาคมฯ สำหรับครีเอเตอร์ เบื้องต้นก็คือ มีอายุมากกว่า 18 ปี (หากต่ำกว่า 18 ปี ต้องมีผู้ปกครองรับรอง), มีผู้ติดตามเกิน 1,000 คน, ค่าธรรมเนียมสมาชิก 2,500 บาทต่อปี เป็นต้น

สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงแรกของสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยก็คือ Ecosystem ที่แข็งแรงที่สุดเพื่อให้กลุ่มครีเอเตอร์ไทยเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจที่จะโตขึ้นตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...