BJC บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 17.00 บาท
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BJC บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 17.00 บาท
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เรามีมุมมองเชิงบวกต่อกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ที่คาดอยู่ราว 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้รายได้รวมจะหดตัว 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากธุรกิจ MSC ที่ยังได้รับแรงกดดันจาก SSSG ที่ติดลบภายหลังไม่มีมาตรการ Easy E-Receipt และยอดขายบุหรี่ที่ลดลง อย่างไรก็ดี กำไรปกติยังเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนได้จากการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในธุรกิจ HTSC เพิ่มขึ้น 150 bps และธุรกิจ CSC เพิ่มขึ้น 90 bps ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจาก margin ที่อ่อนตัวในธุรกิจ PSC และ MSC ได้
ขณะที่กำไรที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมีสาเหตุหลักจากปัจจัยฤดูกาลและ product mix ที่อ่อนตัวลง นอกจากนี้ SG&A ต่อรายได้คาดเพิ่มขึ้นเป็น 22.6% จากค่าใช้จ่ายพิเศษราว 600 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อธุรกิจแก้วในต่างประเทศและการปิดสาขา อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการดังกล่าว SG&A จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการเปิดสาขาใหม่
เราคาดกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 อยู่ที่ 4.4 และ 4.6 พันล้านบาท เติบโต 4% ต่อปี โดยมีแรงหนุนจากยอดขายธุรกิจ PSC ที่เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจ MSC คาดว่า SSSG จะพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1.5% และ GPM ขยายตัวสู่ระดับ 20.5% จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า high margin เพื่อชดเชยสัดส่วนยอดขาย non-food ที่ลดลง
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 15.5 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีราว -1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากความเป็นไปได้ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับตัวต่ำกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ 11% และปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2569 เพียง 13 เท่า ซึ่งถือว่าน่าสนใจ
สำหรับไตรมาส 1/2569 คาดกำไรปกติอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดย GPM รวมขยายตัวเป็น 20.7% จาก 20.4% ในไตรมาส 1/2568 และ 21.2% ในไตรมาส 4/2568 ได้แรงหนุนจากธุรกิจ HTSC ที่เพิ่มขึ้น 150 bps จากยอดขายสินค้า specialty และธุรกิจ CSC ที่เพิ่มขึ้น 90 bps จาก product mix และการลดค่าใช้จ่าย รวมถึงธุรกิจ MSC ที่ GPM ขยายตัวเล็กน้อย 10 bps แม้ SSSG ยังติดลบ ขณะที่ธุรกิจ PSC ถูกกดดันจาก GPM ที่ลดลง 90 bps จาก product mix ของธุรกิจแก้วต่างประเทศและกลยุทธ์เร่งส่วนแบ่งตลาดในกระป๋อง อย่างไรก็ตาม การปรับตัวดีขึ้นของ GPM โดยรวมสามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้รวมที่ลดลงได้
ด้าน SG&A ต่อรายได้คาดเพิ่มขึ้นเป็น 22.6% จาก 20.5% ในไตรมาส 1/2568 และ 20.7% ในไตรมาส 4/2568 เนื่องจากมีรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อโรงแก้วในต่างประเทศและการปิดสาขารวม 600 ล้านบาท อย่างไรก็ดี หากไม่รวมรายการดังกล่าว SG&A จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการเปิดสาขาใหม่ ขณะที่รายได้อื่นคาดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนจากรายการพิเศษดังกล่าวเช่นกัน แต่หากไม่รวมจะทรงตัว โดยมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงเล็กน้อย
เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 และ 2570 ที่ 4.4 และ 4.6 พันล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจ PSC ที่เติบโตตามกำลังการผลิตและการรวมธุรกิจแก้วต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจ CSC ยังเติบโตจาก product mix ส่วนธุรกิจ MSC คาดว่า SSSG จะกลับมาเป็นบวก และ GPM ปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label และสินค้า high margin แม้รายได้ยังได้รับผลกระทบจากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร แต่ถูกชดเชยด้วยการเปิดสาขาใหม่และการพัฒนาโมเดล “The Color” ซึ่งช่วยยกระดับ GPM โดยรวมของบริษัท
ในระยะถัดไป ไตรมาส 2/2569 แม้ SSSG ยังติดลบเล็กน้อย แต่เริ่มเห็นแรงหนุนจากการส่งผ่านต้นทุนในธุรกิจ MSC รวมถึงการเติบโตของธุรกิจ HTSC และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจ PSC ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการต่อเนื่อง