“อดีต ผอ.FBI” ถูกตั้งข้อหาข่มขู่ทรัมป์ ปมภาพปริศนา “86 47” สะเทือนการเมืองสหรัฐ
“อดีต ผอ.FBI” ถูกตั้งข้อหาข่มขู่ทรัมป์ ปมภาพปริศนา “86 47” สะเทือนการเมืองสหรัฐ แม้เจ้าตัวยืนยันไร้เจตนา ขณะนักกฎหมายตั้งข้อสงสัยคดีอาจอ่อนและมีนัยทางการเมือง
วันทึ่ 29 เมษายน 2569 เวลา 05.53 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า James Comey อดีตผู้อำนวยการ FBI ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในข้อหาข่มขู่ชีวิตประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยคดีดังกล่าวมีต้นตอมาจากภาพที่เขาเคยโพสต์บน Instagram ซึ่งแสดงเปลือกหอยเรียงเป็นตัวเลข “86 47”
คำว่า “86” ในภาษาแสลงของสหรัฐสามารถหมายถึง “กำจัด” หรือ “เอาออกไป” ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนทรัมป์ตีความว่าข้อความดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณคุกคามต่อประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม Comey ยืนยันว่าเขาไม่ทราบความหมายเชิงนัยดังกล่าว โดยระบุว่าไม่เคยรู้ว่าตัวเลขนี้เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และหลังจากทราบว่ามีการตีความในลักษณะดังกล่าว เขาได้ลบโพสต์ออกทันที พร้อมย้ำว่าเขาคัดค้านความรุนแรงทุกรูปแบบ
ภายหลังถูกตั้งข้อหา Comey ออกแถลงการณ์ระบุว่า เขายังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่รู้สึกหวาดกลัว และยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาลกลางสหรัฐ
ด้าน Kash Patel ผู้อำนวยการ FBI คนปัจจุบัน กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ในฐานะอดีตผู้อำนวยการ Comey ควรเข้าใจอย่างดีถึงผลกระทบและความหมายของการโพสต์ลักษณะนี้ พร้อมกล่าวหาว่าเขาได้สนับสนุนการคุกคามต่อชีวิตประธานาธิบดีอย่างน่าอับอาย
ความขัดแย้งระหว่าง Comey และ Trump มีรากฐานมาจากช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์เมื่อ Comey เป็นผู้ดูแลการสอบสวนกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2559 ก่อนจะถูกปลดออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา นับตั้งแต่นั้น ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ดำเนินคดีกับเขาอย่างต่อเนื่อง
ตามเอกสารของศาล Comey เผชิญข้อหา 2 กระทง ได้แก่ การข่มขู่ประธานาธิบดี และการส่งต่อคำข่มขู่ผ่านระบบระหว่างรัฐ (interstate commerce) โดยแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี
Todd Blanche อัยการสูงสุดรักษาการของสหรัฐ ระบุว่า การข่มขู่ชีวิตประธานาธิบดีถือเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และคณะลูกขุนใหญ่ (grand jury) เห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะตั้งข้อหา Comey
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) ได้เรียกสอบสวน Comey เกี่ยวกับภาพดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งนำไปสู่การลบโพสต์ในเวลาต่อมา
Comey ระบุเพิ่มเติมว่า ตอนแรกเขาเข้าใจว่าภาพดังกล่าวเป็นเพียงข้อความทางการเมืองเท่านั้น และไม่เคยคิดว่าจะถูกตีความเชื่อมโยงกับความรุนแรง
ด้านทรัมป์ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ Comey มาโดยตลอด กล่าวตอบโต้ว่า “แม้แต่เด็กก็ยังเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร”
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายรายตั้งข้อสงสัยต่อความแข็งแรงของคดี โดยมองว่าหลักฐานมีน้ำหนักไม่มาก และอาจเข้าข่ายเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ (First Amendment)
Michael Gerhardt ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ระบุว่าคดีนี้ค่อนข้างอ่อน ขณะที่ Jimmy Gurulé อดีตอัยการรัฐบาลกลางและอดีตผู้ช่วยอัยการสูงสุด มองว่าคดีนี้เป็นความน่าอับอายของกระบวนการยุติธรรมและยากที่ฝ่ายอัยการจะพิสูจน์ได้ว่า Comey มีเจตนาข่มขู่จริง
นี่นับเป็นครั้งที่สองที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐพยายามดำเนินคดีกับ Comey โดยก่อนหน้านี้เขาเคยถูกฟ้องในข้อหาให้การเท็จต่อสภาคองเกรสและขัดขวางกระบวนการสอบสวนในปี 2563
อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวถูกศาลยกฟ้องในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากผู้ดำเนินคดี Lindsey Halligan ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องให้เสนอคดีต่อคณะลูกขุนใหญ่ โดยผู้พิพากษา Cameron Currie ชี้ว่าการแต่งตั้งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
แม้ศาลจะยกฟ้อง แต่ก็เปิดช่องให้รัฐบาลสามารถดำเนินคดีใหม่ได้ ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อหาในครั้งล่าสุด
ในอีกด้านหนึ่ง ศาลอีกแห่งหนึ่งมีคำตัดสินในวันเดียวกันว่า Maurene Comey ลูกสาวของ James Comey ซึ่งเป็นอดีตอัยการ สามารถดำเนินคดีท้าทายการถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยรัฐบาลทรัมป์ต่อไปได้
สถานการณ์ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองและกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองยังคงรุนแรงและแทรกซึมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : bbc.com