‘สีหศักดิ์’ ชี้สหรัฐไม่ยื่นมือช่วยวิกฤติสงคราม หันพึ่ง ‘จีน-รัสเซีย’ รับมือพลังงานพุ่ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 20.12 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 00.00 น. • The Bangkok Insight"สีหศักดิ์" ระบุ สหรัฐไม่เสนอความช่วยเหลือโดยตรง แม้ไทยเผชิญผลกระทบหนัก จากวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ต้องหันพึ่ง "จีน-รัสเซีย" รับมือวิกฤติพลังงาน
เดอะ วอชิงตัน โพสต์ สื่อสหรัฐ เผยแพร่บทสัมภาษณ์นายแสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยระบุว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ไม่ได้เสนอความช่วยเหลือโดยตรงต่อประเทศไทย แม้ไทยจะเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญามายาวนาน
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้างจากสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน แต่ไม่ได้รับการติดต่อหรือข้อเสนอช่วยเหลือจากสหรัฐโดยตรง
"ผมคิดว่าพวกเขารู้ดีว่าสงครามครั้งนี้มีผลกระทบ แต่พวกเขายังไม่ได้ออกมาพูดคุยกับเราว่า จะช่วยเหลือเราได้อย่างไร พวกเขาไม่ได้ติดต่อเราโดยตรง และบอกว่า โอ้ เราเข้าใจว่าคุณต้องทนทุกข์กับผลกระทบ และเราสามารถช่วยเหลือคุณได้"
เมื่อขาดการสนับสนุนจากสหรัฐ ไทยจึงหันไปขอความช่วยเหลือจาก จีน และ รัสเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งของสหรัฐในเวทีโลก
ท่าทีจากฝั่งสหรัฐปรากฏเพียงข้อเสนอของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่แนะนำให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมัน และก๊าซจากสหรัฐ โดยระบุว่า "เรามีเหลือเฟือ" ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อนานกว่า 2 เดือน ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานในเอเชียพุ่งสูง
นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ไทยไม่ต้องการประณามสหรัฐโดยตรง แต่เห็นว่าสงครามไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
"จุดยืนของเราคือ สงครามครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก เราไม่ต้องการประณามสหรัฐโดยตรง แต่เรื่องนี้ไม่ควรเริ่มต้นขึ้นเลย"
ผลกระทบเริ่มลุกลามสู่ภาคเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะภาคเกษตร หลังราคาปุ๋ยยูเรียพุ่งขึ้นเกือบสองเท่า ส่งผลต่อเกษตรกรไทยกว่า 10 ล้านคน ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์
รัฐบาลไทยจึงเร่งหาทางจัดหาปุ๋ยและพลังงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปเจรจากับรัสเซีย ขณะเดียวกัน ไทยพยายามนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย แต่ยังเผชิญข้อจำกัดจากความกังวลเรื่องมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ
ด้านการขนส่งทางทะเล นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่า ได้ขอความช่วยเหลือจากจีนเพื่อให้เรือไทย 8 ลำสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างปลอดภัย แต่จีนเองก็ประสบปัญหา เนื่องจากมีเรือของตนราว 70 ลำติดค้างอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ข้อมูลการเดินเรือชี้ว่า แม้จีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน แต่ยังไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความเสี่ยงในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง
ก่อนหน้านี้ เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย "มยุรี นารี" ถูกขีปนาวุธโจมตีในเดือนมีนาคม ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 คน แม้บริษัทเดินเรือยืนยันว่าได้รับอนุญาตให้ผ่านเส้นทางแล้วก็ตาม
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงมีความไม่แน่นอน แม้จะเคยมีการหยุดยิงชั่วคราว โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายังมีความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการสื่อสารและภัยคุกคามด้านความปลอดภัย
นายสีหศักดิ์ยังสะท้อนความกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐ โดยระบุว่าเป้าหมายของรัฐบาลทรัมป์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งในประเด็นการเมืองและความมั่นคง
พร้อมกันนี้ เขามองว่าจีนมีความสม่ำเสมอในฐานะพันธมิตรของประเทศในเอเชียมากกว่า แม้จะยอมรับว่าจีนเองก็มีผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของตน
"นี่ไม่ใช่การเลือกข้าง แต่เป็นสิ่งที่สหรัฐกำลังทำ ซึ่งทำให้เราต้องทบทวนความสัมพันธ์บางอย่างใหม่"
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'สีหศักดิ์' เผยคุย 'หวัง อี้' หวังดันความสัมพันธ์-การค้าการลงทุนให้ก้าวหน้า
- 'สีหศักดิ์' ลั่นเจรจาเขมรต้องรอไทยพร้อมเท่านั้น ไม่ใช่จะกำหนดวันนั้นวันนี้!
- 'สีหศักดิ์' เข้าเฝ้า 'สุลต่านโอมาน' ขอบคุณช่วยลูกเรือมยุรีนารี พร้อมเชิญเสด็จเยือนไทย
ติดตามเราได้ที่