โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พิพัฒน์”จี้รฟท.เร่งพัฒนาที่ดิน 10 แปลงใหญ่ อัพรายได้จาก 1%เป็น 4% ล้างหนี้เกือบ 3 แสนล้าน -ปีนี้ประมูลทางคู่ 3 เส้นทางลงใต้

Manager Online

เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 15.54 น. • MGR Online

“พิพัฒน์”เร่งรฟท.-SRTA ทำแผนพัฒนาที่ดิน 10 แปลงใหญ่ ปั้นรายได้จาก 1%เป็น 4% ของมูลค่า มั่นใจแก้ขาดทุน-ล้างหนี้เกือบ 3 แสนล.ได้ พร้อมดันทางคู่ 3 เส้นทางลงใต้กว่า 1 แสนล้าน ชงครม.เปิดประมูลปีนี้ เร่งจัดสรร SLOT เปิดเอกชนเช่าราง

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า รฟท.เป็นหน่วยงานหลักด้านระบบรางของประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมถึงสนับสนุนภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ที่ผ่านมา ต้องประสบปัญหาขาดทุน และมีหนี้สินสะสมกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่มีที่ดินเป็นสินทรัพย์อยู่ทั่วประเทศจำนวนมาก จึงได้มอบนโยบายเชิงรุกให้ รฟท.เร่งสร้างรายได้เชิงพาณิชย์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากปัจจุบัน รฟท.มีรายได้จากการบริหารทรัพย์เพียง 1% ของมูลค่าทรัพย์สิน โดย ตั้งเป้าหมายสำคัญให้ รฟท. ยกระดับการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ให้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3-4% ของมูลค่าทรัพย์สินตามมาตรฐานสากล เชื่อมั่นว่าหากสามารถบริหารจัดการที่ดินแปลงใหญ่ให้เกิดผลตอบแทนตามเป้าหมายดังกล่าวได้ เม็ดเงินรายได้ที่เกิดขึ้นจะเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาภาระหนี้สินสะสม และสามารถมีกำไรได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้มอบหมายให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เข้ามาเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการที่ดินที่มีศักยภาพสูงอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบัน รฟท. ได้เริ่มกระบวนการส่งมอบสิทธิการเช่าที่ดินนำร่องที่มีมูลค่าเกิน 500 ล้านบาท จำนวน 10 แปลง ให้แก่ SRT Asset เพื่อดำเนินการจัดหาผู้ร่วมลงทุนและผู้เช่าช่วงที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาพัฒนาพื้นที่ต่อไป

โดยพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ที่พร้อมดำเนินการในระยะแรก เป็นพื้นที่มีศักยภาพสูงสุดและส่งผลกระทบต่อการเดินรถน้อยที่สุด เช่น ที่ดินสถานีแม่น้ำ พื้นที่ย่านพหลโยธิน บางซื่อรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตลาดนัดจตุจักร และย่านมักกะสัน หัวลำโพง รวมไปถึงตามสถานีใหญ่ เช่น ขอนแก่น หาดใหญ่ เป็นต้น

@เร่งสำรวจใช้ประโยชน์ราง เตรียมจัดสรร SLOT เปิดเอกชนเช่าเดินรถ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบัน มีความต้องการเดินทางและขนส่งสินค้าด้วยระบบรางเพิ่มขึ้น และภายใน 6 ปี รถไฟทางคู่จะก่อสร้างเสร็จทั่วประเทศ ความจุทางจะเพิ่มขึ้น ให้ผู้ว่าฯรฟท.เร่งสำรวจว่าจะใช้ประโยชน์ทางเท่าไร และมีส่วนเหลือเท่าไรที่สามารถเปิดให้เอกชนมาเช่ารางเดินรถ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะมีเอกชนหลายรายสนใจที่จะเข้ามาเช่าราง

ในปี 2570 รฟท.มีภาระหนี้ที่ครบกำหนดชำระอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นภาระของรัฐบาล หากรฟท.สามารถเพิ่มรายได้จากการพัฒนาทรัพย์สินจะช่วยลดภาระงบประมาณได้

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ รฟท. เร่งขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การช่วยลดภาระค่าครองชีพ การยกระดับความปลอดภัยในระบบขนส่งทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้าให้สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน

ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายเร่งผลักดัน ได้มอบหมายให้ รฟท. ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้แล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ตามแผน อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 ช่วงมาบกระเบา – ชุมทางถนนจิระ การผลักดันการบังคับใช้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถขอรับใบอนุญาตเข้ามาประกอบกิจการเดินรถไฟได้ รวมถึงการเร่งเพิ่มประสิทธิภาพสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง) การพัฒนาความร่วมมือด้านการขนส่งทางรางระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทยกับศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟท่าเรือแหลมฉบัง (SRTO) ตลอดจนเร่งเจรจาคู่สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

2. ดำเนินการประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ตามเป้าหมาย อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต รวมถึงช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน – ศาลายา

3. เดินหน้าเสนอคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการสำคัญ อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา และช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพโครงข่ายระบบรางของประเทศให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้การรถไฟฯ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนในระบบขนส่งทางราง เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม และลดการพึ่งพาการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมผลักดันการนำหัวรถจักรพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้งาน

ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าฯรฟท. รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าฯรฟท.กล่าวว่า ในปี 2569 รฟท.ได้มีการประกาศพัฒนาพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์10 แปลงแรก มูลค่าเกิน 500 ล้านบาทแล้ว ซึ่ง SRTA มีกระบวนการเปิดหาผู้เช่าช่วง และในปี 2570 SRTA จะต้องทำแผนการพัฒนาพื้นที่มีศักยภาพเข้ามาอีก

@ดันทางคู่เฟส 2 สายใต้ 3 เส้นทาง มูลค่ากว่า 1 แสนล้าน ชงครม.เปิดประมูลปีนี้

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ได้รับอนุมัติ EIA หมดแล้ว โดยอยู่ระหว่างทบทวนให้เป็นไปตามนโยบาย คาดว่าจะนำเสนอบอร์ดรฟท.พิจารณา เพื่อเสนอต่อไปยังกระทรวงคมนาคมได้เร็วๆนี้ โดย 3 เส้นทางสายใต้ คาดว่าจะนำเสนอครม.ได้ก่อน เนื่องจากบอร์ดสภาพัฒน์ฯได้ให้ความเห็นชอบ ได้แก่ ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท , ช่วงสุราษฎร์ธานี– ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท และ ช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดประมูลได้ภายในปี 2569 นี้

ขณะที่ ประเด็นที่มีการปรับรูปแบบก่อสร้างในบางช่วง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมตามนโยบาย ซึ่งมีการปรับจากแบบถมคันดิน เป็นสะพานบกเพื่อยกระดับสันรางจากแบบเดิมให้พ้นระดับน้ำ โดยเบื้องต้นสันรางจะสูงขึ้นประมาณ 1 เมตร และบางช่วงอาจจำเป็นต้องปรับเป็นทางยกระดับ โดยเฉพาะช่วงผ่านหาดใหญ่ เพื่อไม่ให้โครงสร้างไม่ขวางทางน้ำ แต่คาดว่าจะไม่กระทบต่อวงเงินกรอบค่าก่อสร้างเดิม

ส่วนอีก 3 เส้นทาง ที่ยังไม่ผ่านบอร์ดสภาพัฒน์ฯ ได้แก่ 1. ช่วงปากน้ำโพ – เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143.24 ล้านบาท 2. ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222.14 ล้านบาท 3. ช่วงชุมทางถนนจิระ – อุบลราชธานีระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095.36 ล้านบาทจะนำเสนอในลำดับต่อไป

สำหรับนโยบายรถไฟสายสีแดงเหมาจ่าย 40 บาท มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ รฟท. สามารถลดการขอรับเงินชดเชยจากภาครัฐลงได้ พร้อมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกด้วยการเปิดจุดจอดรถฟรี ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และสถานีหัวลำโพงการยกระดับบริการ เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางช่วงเทศกาลฮัจญ์ โดยเป็นครั้งแรกที่ รฟท. จัดเตรียม "ห้องละหมาดบนขบวนรถ" รวมถึงได้จัดทำประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสารและพนักงานบนขบวนรถวงเงินสูงสุด 500,000 บาท

อีกทั้ง ได้ขับเคลื่อนตั๋วร่วมและพลังงานสะอาด โดยนำร่องการใช้บัตร EMV เชื่อมต่อการเดินทางข้ามระบบกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้สำเร็จ และเดินหน้าโครงการประหยัดพลังงานด้วยการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟ ณ สถานีหลัก ซึ่งปัจจุบันสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้แล้วกว่า 8 ล้านบาทต่อปี พร้อมยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างเทียบเท่ามาตรฐานกรมทางหลวง โดยติดตั้งป้ายเตือนล่วงหน้า 800 เมตร และมีมาตรการหยุดกิจกรรมก่อสร้างทุกชนิดเมื่อขบวนรถวิ่งผ่าน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งผู้โดยสารและผู้ปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...