โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ภาวะการมองเห็นภาพบิดเบี้ยว

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 31 ธ.ค. 2567 เวลา 13.09 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2567 เวลา 06.09 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ภาวะการเห็นภาพบิดเบี้ยวเกิดจากสาเหตุใด จะเกิดขึ้นกับคนกลุ่มไหน และจะเป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

การมองเห็นภาพบิดเบี้ยว (Distort image) หรือทางการแพทย์เรียกว่า เมทามอร์ฟอปเซีย (Metamorphopsia)

การมองเห็นภาพบิดเบี้ยวพบได้บ่อย เป็นภาวะที่แสดงให้เห็นความผิดปกติของจุดรับภาพชัด (Macular) จอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration)

การมองเห็นภาพบิดเบี้ยวเกิดได้จากสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

1. ภาวะจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ (Age-related macular degeneration : AMD) จอประสาทตาเป็นอวัยวะของดวงตาที่ทำงานหนักตลอดเวลามากที่สุด บริเวณจุดรับภาพจะถูกแสงกระทบตั้งแต่ลืมตาตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน

คนที่จุดรับภาพชัดบริเวณจอประสาทตาเสื่อมจะทำให้มองเห็นภาพบิดเบี้ยวหรือภาพตรงกลางบางส่วนหายไป หรือเหมือนมีเงาดำบังอยู่กลางภาพแต่ไม่ได้ลอยไปลอยมา แตกต่างจากกรณีมีตะกอนในวุ้นลูกตาที่อาจมองเห็นเหมือนหยากไย่หรือเงาลอยไปลอยมา ในผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงที่จุดรับภาพชัดเสื่อม หรือมีหลอดเลือดผิดปกติเกิดขึ้นทำให้การมองเห็นภาพบิดเบี้ยว

กรณีจุดรับภาพชัดที่จอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ ถ้าเป็นระยะแรกมีอาการไม่มาก ไม่สามารถฉีดยาหรือทำเลเซอร์ได้ จักษุแพทย์จะให้แผ่นตรวจจอประสาทตาด้วยตนเอง ที่เรียกว่า Amsler Grid และถ้ามีอาการมองเห็นภาพบิดเบี้ยวมากขึ้นก็จะต้องรีบไปพบจักษุแพทย์

2. อาการบวมน้ำที่จุดรับภาพ (macular edema) เพราะในคนอายุน้อยก็อาจมีความผิดปกติของจุดรับภาพชัดบริเวณจอประสาทตาได้เช่นกัน คือมองเห็นภาพบิดเบี้ยว มักจะพบในคนที่อยู่ในสถานการณ์แข่งขันสูงและมีความเครียดมาก

คนที่มีอาการบวมน้ำที่จุดรับภาพจะมองเห็นมีสีเทา ๆ มาบังตรงกลางภาพและขนาดของภาพเล็กกว่าเมื่อเทียบกับตาอีกข้างที่ไม่มีอาการบวมน้ำ

ในคนที่อายุไม่มากอาการจะดีขึ้นได้ในช่วง 3-4 เดือน ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นหลังจาก 3-4 เดือนไปแล้วจักษุแพทย์อาจพิจารณาใช้เลเซอร์ช่วยเพื่อให้อาการบวมน้ำที่จุดรับภาพนั้นดีขึ้นได้

การมองเห็นภาพบิดเบี้ยว อันตรายหรือไม่ ?

การมองเห็นภาพบิดเบี้ยวเป็นอาการที่ค่อนข้างอันตราย แสดงถึงการมีพยาธิสภาพที่จุดรับภาพชัดของจอประสาทตา

โดยทั่วไป ในคนที่มองเห็นภาพบิดเบี้ยวตรงกลาง เริ่มเป็นจะรู้สึกว่าใช้ชีวิตค่อนข้างยาก เพราะมองเห็นภาพ 2 ตาไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะการมองเห็นภาพที่บิดเบี้ยวมากจะทำให้เป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน การขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ ขอแนะนำว่าอย่านิ่งนอนใจ ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

ดังนั้น ถ้ามีความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็นจากจอประสาทตา อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจจะสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ และโรคที่เกี่ยวกับจอประสาทตาทุกโรคสามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลได้

การมองเห็นที่ผิดปกติ ย่อมเป็นสัญญาณของโรคใดโรคหนึ่ง ควรรีบรักษาก่อนลุกลามและส่งผลต่อการรักษาอย่างถาวรได้

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ภาวะการมองเห็นภาพบิดเบี้ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...