โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'มลภาวะทางอากาศ' ทำให้เกิด 'น้ำท่วม' ได้ หากเงื่อนไขลงตัว

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 14.01 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2568 เวลา 03.43 น.

เข้าใจได้ไม่ยากว่าอากาศที่ไม่สะอาดส่งผลเสียต่อร่างกายของคนและสัตว์อย่างแน่นอน แต่คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ครับว่ามลภาวะทางอากาศยังอาจส่งต่อสภาพฝนฟ้าอากาศได้ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น มลภาวะทางอากาศสามารถทำให้ฝนตกหนักขึ้นจนเกิดน้ำท่วมรุนแรง บางกรณีทำให้ทอร์นาโดมีโอกาสก่อตัวสูงขึ้นและทอร์นาโดที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นได้ ส่วนในมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติก มลภาวะทางอากาศอาจหน่วงการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน

ลองมาดูกรณีที่มลภาวะทางอากาศทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงกันก่อน เมื่อวันจันทร์ที่ 8 และวันอังคาที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ.2013 (พ.ศ.2556) ที่มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ฝนตกหนักได้ทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 73 คน สูญหายอีก 180 คน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 7.52 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้ Dr. Fan Jiwen นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนรู้สึกกังขาถึงสาเหตุยิ่งนัก เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบรรยากาศซึ่งทำงานอยู่ที่ Pacific Northwest National Laboratory ในสหรัฐอเมริกา เชี่ยวชาญทางด้านอันตรกิริยาระหว่างละอองลอยกับเมฆ (aerosol-cloud interaction)

คำว่า ละอองลอย หรือแอโรโซล (aerosol) หมายถึง กลุ่มของอนุภาคขนาดเล็กมากซึ่งแขวนลอยอยู่ในอากาศ อนุภาคเหล่านี้อาจเป็นของแข็ง (เช่น ฝุ่น, เขม่า, ไอเกลือ และเกสรดอกไม้) หรือของเหลว (เช่น หยดน้ำ และหยดเหลวของกรด) อนุภาคเหล่านี้อาจเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ (เช่น การระเหยของน้ำทะเล, การระเบิดของภูเขาไฟ) หรือกิจกรรมของมนุษย์ (เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง และกระบวนการในอุตสาหกรรม)

เธอทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นแอ่งซึ่งมีเทือกเขาล้อมรอบ ผลก็คือ ฝุ่นควันจากโรงงานอุตสาหกรรมมักถูกกักเอาไว้ ทำให้บริเวณนี้ขึ้นชื่อว่ามีอากาศสกปรก มณฑลเสฉวนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมใหญ่แห่งหนึ่งของจีน มีอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมหลัก มีอุตสาหกรรมหนัก เช่น ถ่านหิน พลังงาน เหล็กและเหล็กกล้า และมีอุตสาหกรรมเบา เช่น ไหม อาหาร ไม้แปรรูปและวัสดุก่อสร้าง

สมมุติฐานของเธอก็คือ ฝุ่นควันเหล่านี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมครั้งหายนะครั้งนั้น ทีมวิจัยของเธอจึงได้ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ปริมาณน้ำฝน ทิศทางลม และละอองลอย และใช้คอมพิวเตอร์เพื่อจำลองเหตุการณ์ภายใต้เงื่อนไขสภาพอากาศที่ปกคลุมบริเวณนั้นสองแบบ ได้แก่ อากาศสะอาด (คล้ายกับอากาศเมื่อ 40 ปีก่อนหน้าเหตุการณ์) และอากาศสกปรกอย่างหนัก

ทีมวิจัยพบว่าอากาศที่สกปรกอย่างหนักมีส่วนเพิ่มปริมาณน้ำฝนที่ตกเหนือภูเขาได้มากถึง 60% และตีพิมพ์การค้นพบดังกล่าวในบทความชื่อ “Substantial Contribution of Anthropogenic Air Pollution to Catastrophic Floods in Southwest China” ในวารสาร Geophysical Research Letters โดยเผยแพร่แบบออนไลน์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ.2015 และอ่านหรือดาวน์โหลดไฟล์ได้ที่

https://agupubs.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/2015GL064479

ส่วนข้อมูลสนับสนุนสำหรับบทความนี้ ดาวน์โหลดได้ที่

https://www.researchgate.net/publication/281747004_SI_for_Fan_et_al_GRL_2015

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? คำอธิบายเป็นอย่างนี้ครับ

ตามแบบจำลองอากาศสะอาด (แผนภาพด้านบน) อากาศชื้นใกล้พื้นผิวโลกถูกความร้อนจากแสงอาทิตย์ทำให้อุ่นขึ้น อากาศดังกล่าวจึงลอยตัวสูงขึ้น ความชื้นในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำจำนวนมากเกิดเป็นเมฆ และเมื่อเมฆเติบโตขึ้นเป็นเมฆฝนฟ้าคะนอง ก็จะทำให้ในตอนกลางวันเกิดฝนตกหนักปานกลางเหนือที่ราบกินพื้นที่ค่อนข้างกว้าง

ส่วนแบบจำลองอากาศสกปรก (แผนภาพด้านล่าง) ม่านหมอกของฝุ่นควันสีเข้ม (โดยเฉพาะอนุภาคเขม่า) จะดูดกลืนพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ โดยในขณะเดียวกันได้ทำให้ถนนและพื้นดินเย็นลง ผลก็คือ มีโอกาสเกิดเมฆฝนลดลงในช่วงเวลากลางวัน

แต่เมื่อถึงช่วงกลางคืน มวลอากาศชื้นเคลื่อนขึ้นทางทิศเหนือไปยังเทือกเขาหลงเหมินซึ่งมีความสูงราว 2 กิโลเมตรเหนือพื้นราบที่เป็นแอ่ง เมื่ออากาศปะทะกับความลาดชันของเทือกเขาก็จะยกตัวสูงขึ้น ความชื้นในอากาศทำให้เกิดเมฆ โดยเมฆเกิดแบบกระจุกตัวอยู่แถบเหนือเทือกเขา เมื่อฝนตกในตอนกลางคืน น้ำฝนก็จะไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาในช่วงเวลาอันสั้น เกิดเป็นน้ำท่วมรุนแรงนั่นเอง

พูดง่ายๆ ก็คือ มลภาวะทางอากาศได้ทำให้ฝนซึ่งควรจะตก (ไม่หนักมากนัก) บนพื้นราบซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ เปลี่ยนมาตกบนแถบพื้นที่แคบๆ แถบตีนเขา น้ำจึงไหลบ่าท่วมอย่างรุนแรง

Dr. Fan ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าภัยพิบัติน้ำท่วมในปากีสถานในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2013 (คือในเดือนถัดมาหลังจากเหตุการณ์ในจีน) อาจมีเหตุปัจจัยเดียวกัน นั่นคือ อุตสาหกรรมหนักกับเทือกเขาในพื้นที่

การค้นพบของเธอยังได้รับการสนับสนุนจากนักอุตุนิยมวิทยาจากมหาวิทยาลัยหนานจิงชื่อ Aijun Ding เขาพบว่าในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2012 อุณหภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝนลดลงแบบดำดิ่งเมื่อชาวนาที่อยู่นอกเมืองเผาฟาง ทำให้เกิดเขม่าควันซึ่งบดบังดวงอาทิตย์ ผลก็คือ การพยากรณ์อากาศที่ว่าจะเกิดฝนฟ้าคะนองอย่างหนักในเมืองไม่ถูกต้อง แต่กลับกลายเป็นว่ามีฝนตกในบริเวณปลายลมในคืนถัดไป โดยฝนที่ตกนี้หนักกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยการพยากรณ์

ประเด็นสำคัญก็คือ หากต้องการให้การพยากรณ์อากาศ (โดยเฉพาะการเกิดฝนฟ้าคะนอง) แม่นยำยิ่งขึ้นก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบของละอองลอย ทิศทางลม รวมทั้งลักษณะภูมิประเทศร่วมด้วย

สนใจอ่านเพิ่มเติม ขอแนะนำบทความ Top scientist shows how smog amplified flooding in SW China ที่ http://www.globaltimes.cn/content/940372.shtml

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘มลภาวะทางอากาศ’ ทำให้เกิด ‘น้ำท่วม’ ได้ หากเงื่อนไขลงตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...