โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

BYD Shark 6 AWD กระบะ PHEV น้ำมันเต็มถัง วิ่งไกลเกิน 8xx กม. แถมยังช่วงล่างพร้อมลุยแทรคแบบออฟโรด

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
BYD Shark 6 AWD กระบะ PHEV น้ำมันเต็มถัง วิ่งไกลเกิน 8xx กม. แถมยังช่วงล่างพร้อมลุยแทรคแบบออฟโรด

BYD Shark 6 AWD กระบะ PHEV น้ำมันเต็มถัง วิ่งไกลเกิน 8xx กม. แถมยังช่วงล่างพร้อมลุยแทรคแบบออฟโรด

สำหรับ BYD SHARK 6 เป็นรถปิคอัพสมรรถนสูง ที่มาในรูปแบบ Double Cab 5 ที่นั่ง โดถูกเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่ในประเทศเม็กซิโก มาพร้อมการผสานความสะดวกสบายเข้ากับความอเนกประสงค์อย่างเหนือชั้น ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การบรรทุกสัมภาระ การลากจูง และการผจญภัยแบบออฟโรด

ด้านงานออกแบบโครงสร้างตัวถังของ BYD SHARK 6 ผลิตจากเหล็กความแข็งแก่รงสูงมากถึง 78% มอบความแข็งแกร่งและความทนทานที่เหนือกว่าพร้อมลดน้ำหนักตัวรถ ส่งผลให้มีเสถียรภาพการทรงตัว และการควบคุมรถที่ดี ดีไซฯ์ของรูปลักษณฯ์หน้าตา จะเน้นความบึกบึน ด้านหน้ามากับกระจังหน้าที่ติดอักษร BYD ไว้ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า Dual LED ในแบบแนวตั้ง มาพร้อมไฟ LDR LED รูปตัว C พร้อมติดการ์ดกันกระแทกสีเงินไว้ที่ตัวกัชนหน้า

ด้านข้างออกแบบให้ดูแข็งแกร่งด้วยซุ้มล้อที่ถูกตีโป่งเสริมให้ตัวรถดูมีมัดกล้าม มาพร้อมล้ออัลลอยทูโทนปัดเงาขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง AT ขนาด 265/65R18, กระจกมองข้างขนาดใหญ่ มาพร้อมบันไดข้างตามแบบฉบับรถสายลุย กระบะท้ายออกแบบให้ค่อนข้างสั้น โดยจะสามารถจุของได้ที่ 1,450 ลิตร เสริมความสปอร์ตด้วยสปอร์ตบาร์ขนาดใหญ่ ด้านชุดไฟท้าย LED มาในแบบทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่แนวตั้ง โดยชุดไฟเบรกจะเป็นรูปตัว C ที่ด้านใน อีกทั้งยังมีเส้นแถบไฟลากยาวเชื่อมไฟท้ายทั้ง 2 ฝั่ง โดยติดตั้งไว้ที่ฝากระบะท้าย มิติขนาดตัวรถจจะความยาวอยู่ที่ 5,457 มม. ความกว้าง 1,971 มม. สูง 1,925 มม.และมีระยะฐานล้อ 3,260 มม. โดยมีระยะห่างจากพื้น หรือ Ground Clearance อยู่ที่ 230 มม.

ภายในห้องโดยสารของ BYD SHARK 6 มาพร้อม หน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่แบบ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Android Auto, Apple CarPlay พร้อมรองรับการอัปเดต OTA และรองรับระบบช่วยสั่งงานด้วยเสียง และระบบแสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD) ขนาดใหญ่ ถึง 12 นิ้ว

เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบพนักพิงดันหลัง 4 ทิศทาง กระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบกันเสียงและกระจกส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย จัดเต็มกับระบบเสียง DYNAUDIO ซึ่งเป็นระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม ลำโพง 12 ตำแหน่ง ให้ประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์แบบ

คอนโซลกลางออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ถูกเชื่อมต่อกับคอนโซลหน้าแบบสะพาน โดยด้านล่างจะเป็นช่องเก็บของ มาพร้อมพอร์ต USB-A / USB-C อย่างละ 1 ช่องที่ด้านหน้า และ USB-A 1 ช่องที่ด้านหลัง รวมทั้งยังได้รับแท่นชาร์จสามาร์ตโฟนแบบไร้สาย และยังได้รับระบบเครื่องเสียงของทาง Dynaudio พร้อมลำโพง 12 ตัว

ขณะที่ในส่วนด้ามคันเกียร์จะออกแบบให้สามารถยืดหดได้ อีกทั้งยังมาพร้อมปุ่มควบคุมสั่งการในรถที่ออกแบบให้ดูคล้ายกับปุ่มงานงานบนเครื่องบิน

นอกจากนี้ BYD Shark 6 ยังมากับ ระบบกุญแจ NFC ทำงานควบคู่กับ กุญแจแบบคีย์การ์ด พร้อมระบบ Keyless Start เหมือนกับรถทุก ๆ รุ่นของทาง BYD

ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ BYD SHARK 6 จะมากับระบบช่วยขับขี่ ADAS พร้อมกล้องมองภาพ 540° ที่ประกอบด้วยกล้องมองภาพรอบคัน 360° และกล้องภาพใต้ท้องรถ 180° รวมทั้งยังได้รับระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบควบคุมความเร็วคงที่แบบปรับได้, ระบบเตือนการชนด้านหน้า/ด้านหลัง, ระบบการเตือนชนด้านหลัง, ระบบเตือนรถออกนอกเลน, ระบบเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และถุงลมนิภัย 7 ตำแหน่ง

ขุมพลังเหนือชั้น รองรับการใช้งานได้หลากหลาย
BYD SHARK 6 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม DM-O ที่ล้ำสมัย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดอันทรงพลัง เครื่องยนต์ 1.5L ทำงานร่วมกับระบบ EHS และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 in 1 ที่ติดตั้งด้านหลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 321 กิโลวัตต์ และแรงบิดรวมสูงสุด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาเพียง 5.7 วินาที

ใช้ BYD Blade Battery ความปลอดภัยสูง ความจุแบตเตอรี 29.58 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุด 100 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์

มั่นใจได้ถึงการส่งกำลังที่เหมาะสมและการควบคุมที่แม่นยำในทุกสภาพถนน สามารถลากจูงได้สูงสุด 2,500 กิโลกรัม และรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 790 กิโลกรัม ทั้งยังตอบโจทย์สายออฟโรดด้วยศักยภาพการปีนไต่ทางลาดชันได้สูงสุด 60% มุมปะทะ 31 องศา และลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 700 มิลลิเมตร

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์ มั่นใจได้ถึงการส่งกำลังที่เหมาะสมและการควบคุมที่แม่นยำในทุกสภาพถนน สามารถลากจูงได้สูงสุด 2,500 กก. และรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 790 กก. ทั้งยังตอบโจทย์สายออฟโรดด้วยศักยภาพการปีนไต่ทางลาดชันได้สูงสุด 60% มุมปะทะ 31 องศา และลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 700 มม.

ระบบช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังแบบปีกนกคู่ และดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความอากาศ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นคง ส่วนการวางจำหน่ายนั้นจะไม่มีการเปิดเผยว่าจะเข้ามาขายหรือไม่ตอนนี้ แต่คาดว่ามีลุ้นที่จะนำมาวางจำหน่ายในบ้านเราในปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...