“เชียงใหม่” เร่งเครื่องเมืองมรดกโลก เดินหน้าต่อหรือปล่อยหลุดลอย
นับตั้งแต่เมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางแห่งอารยธรรมล้านนาได้ขึ้นแท่นพิจารณาขึ้นบัญชีเบื้องต้น (Tentative List) ตามอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 และจะครบรอบทศวรรษในต้นปีหน้า
ประเด็นสำคัญ คือ ในแต่ละปีประเทศไทยสามารถส่งรายชื่อเพียงแห่งเดียว โดยสถานการณ์ล่าสุดไทยมีแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทยที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลก คือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช, พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม, ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์, พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ ระนอง พังงา ภูเก็ต และชุมชนที่อยู่ริมทะเลสาบสงขลา ไม่รวมถึงพื้นที่เมืองน่านที่กำลังแต่งตัวเสนอเช่นกัน
จุดเริ่มต้นก่อนที่จะขึ้นบัญชีเบื้องต้น (Tentative List) จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับเทศบาล องค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการเพื่อปกปักรักษาเมืองเชียงใหม่ที่กำลังเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเมือง ซึ่งจะส่งผลทางการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม
อนุสนธิครั้งนั้นได้มีการเสนอให้เชียงใหม่เป็นมรดกโลก หรือ World Heritage Site ผ่านที่ประชุมระดับชาติ โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกในขณะนั้น จัดส่งเอกสารนำเสนอไปยังองค์การ UNESCO ที่กรุงปารีส และได้รับการพิจารณา
แนวทางปฏิบัติขององค์การ UNESCO ชัดเจน คือ ให้เตรียมคน เตรียมเมือง เตรียมแผนบริหารจัดการให้พร้อม หลังจากนั้นเชียงใหม่ได้ส่งเอกสารไปยังกระทรวงวัฒนธรรมในปี 2564 และได้รับข้อแนะนำจากคณะกรรมการระดับชาติให้ปรับแก้ เช่น การลดจำนวนแหล่งมรดกที่สำคัญ ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงเอกสารเพิ่มเติม
ซึ่งถือว่ายังไม่นิ่ง เพราะความสมบูรณ์ของเอกสารอยู่ที่เพียง 70-80% โดยเฉพาะการเติมแผนบริหารจัดการของจังหวัดเชียงใหม่ และองค์กรหรือวิธีการดูแลแหล่งมรดกต่าง ๆ ที่มีอายุนาน รวมถึงแนวทางการจัดตั้งองค์กรเฉพาะในการรับผิดชอบดูแล
ขณะที่ภาคเอกชนโดยหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำเสนอผลักดันผ่านเวทีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเวทีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ในเดือนพฤศจิกายน 2565 และเสนอการเร่งรัดและให้มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการเฉพาะ และได้นำเสนอคณะจัดทำเอกสารข้อเสนอฯ ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินงานจัดทำเอกสารข้อเสนอของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2565
ในปี 2566 จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นั่งเป็นประธานประชุมขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก โดยได้นำเสนอคุณค่าของเมืองใน 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านผังเมือง ด้านมรดกวัฒนธรรม และด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม ภายใต้แหล่งมีมรดก 4 พื้นที่ 10 แหล่ง 2 กลุ่ม คือ แหล่งมรดกที่แสดงถึงสัณฐานและการวางแผนเมืองโบราณ
ประกอบด้วย กำแพงเมือง 5 ประตู 4 แจ่ง และคูเมือง ประกอบด้วยกำแพงเมืองชั้นในและแนวคูเมือง ส่วนอีกกลุ่ม คือ แหล่งมรดกที่แสดงออกถึงคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของงานสถาปัตยกรรมศิลปกรรมล้านนา จำนวน 8 แหล่ง
ในระยะเวลาใกล้งวด ในช่วงเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญเรื่องมรดกโลก มติการประชุมครั้งนี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ โดยองค์คณะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ปรึกษาของคณะทำงาน และบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นคณะทำงาน
และได้ส่งเทียบเชิญนายบวรเวท รุ่งรุจี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมรดกโลก มาเป็นประธานคณะทำงาน และเคยเป็นผู้นำขับเคลื่อนการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพและภูพระบาท จนได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกมาแล้วในปี 2566 และ 2567 ที่ผ่านมา
สำหรับคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ จะมีหน้าที่ในการกำหนดแนวทางและแผนงาน พร้อมทั้งจัดทำร่างเอกสารต่าง ๆ เพื่อขอนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลกให้มีความถูกต้องตามหลักข้อบัญญัติการเข้าร่วมเป็นภาคี ประสานงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกให้ได้ในที่สุด
การขยับของคณะกรรมการชุดนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในโค้งสุดท้ายที่เป็นจุดเปลี่ยนของเชียงใหม่ว่าจะเดินหน้าต่อไปเช่นไรในระยะยาว หรือจะเป็นการละทิ้งโอกาสสำคัญที่คงอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมล้านนาที่สุ่มเสี่ยง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ได้มีการจัดประชุมคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก จะได้ประชุมครั้งแรก ณ ห้องเธียเตอร์ อาคารรวงผึ้ง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ ที่จะเป็นเวทีที่จะกระชับพื้นที่ การวางแผนเร่งรัดผลักดัน รวมถึงการให้ความรู้และขั้นตอนเกี่ยวกับการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเป็นมรดกโลก
โดยมีวิทยากรหลัก คือ นายบวรเวท รุ่งรุจี ประธานสมาคมอิโคโมสไทย และประธานคณะทำงาน รวมถึงหัวข้อแนวความคิดการนำเสนอเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก โดยนางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติและรองประธานคณะทำงาน
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังยืนยันที่จะใช้เวลา 10 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567-เดือนกันยายน 2568 ก่อนที่จะนำเสนอให้คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้แทน ICOMOS เดินทางเข้ามาตรวจประเมินแหล่งโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน ก่อนจะพิจารณาเสนอให้องค์การยูเนสโก รับรองการเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2569
โดยมีแหล่งมรดกวัฒนธรรมอนุสรณ์ที่เป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม มีแหล่งโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดเชียงมั่น, วัดเจดีย์หลวง, วัดพระสิงห์, วัดสวนดอก, วัดอุโมงค์, วัดเจ็ดยอด, วัดพระธาตุดอยสุเทพ และกำแพงรอบคูเมืองเชียงใหม่
นายบวรเวท รุ่งรุจี ประธานสมาคมอิโคโมสไทย และประธานคณะทำงาน เปิดเผยว่า เชียงใหม่มีโอกาสสูงที่จะได้เป็นมรดกโลก เนื่องจากปัจจุบันติดอยู่ในรายชื่อบัญชีเบื้องต้น มีการตั้งคณะทำงานชุดใหม่ ที่มีประสบการณ์ในการผลักดันแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมมาแล้ว หากเชียงใหม่ได้เป็นมรดกโลก นอกจากจะได้ภาพลักษณ์ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ยังจะช่วยให้เชียงใหม่ได้รักษาโบราณสถาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และช่วยให้เชียงใหม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น
การเคลื่อนตัวครั้งนี้จึงน่าจับตายิ่งในเนื้อหา วิธีการเร่งรัด รวมถึงการลงลึกในปัจจัยความสำเร็จของมรดกโลกเชียงใหม่ให้ได้รับการอนุมัติภายในปี 2569 ที่จะครบรอบ 730 ปีของเมืองแห่งวัฒนธรรมศูนย์กลางล้านนาที่ทรงคุณค่ายิ่งในการหวงแหนปกป้องการเป็นมรดกของโลก รวมถึงการสร้างจุดขายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่จะต่อยอดเชิงบวกในทุกมิติของพื้นที่ต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เชียงใหม่” เร่งเครื่องเมืองมรดกโลก เดินหน้าต่อหรือปล่อยหลุดลอย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net