โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดมาเป็นหญิงไร้ค่าในยุค 80

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 13.04 น. • Xin Yew Sin
ได้โอกาสกลับมาเกิดอีกครั้งทำไมต้องมาเกิดเป็นหญิงไร้ค่า บิดาไม่รัก พี่น้องรังเกียจทั้งยังเป็นลูกนอกสมรสที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม และยังถูกบังคับให้เธอแต่งงานกับชายพิการตามสัญญาหมั้นหมายแทนพี่สาวอีก

<h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ข้อมูลเบื้องต้น</h2><p class="indent-a">หลิน ฉู่อิน ลูกสาวนอกสมรสของตระกูลหลิน ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เป็นที่ยอมรับของใคร เพราะเป็นลูกนอกสมรสที่บิดาไม่ได้รักใคร่สนใจสักเท่าไหร่  ถึงตอนนี้ยังต้องมารับผิดชอบแต่งงานแทนพี่สาว ที่ไม่อยากแต่งกับคุณชายใหญ่ฮั่ว ที่ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัสแม้จะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ก็พิการจนเดินไม่ได้มากว่า 2 ปีแล้วและคาดว่าจัเดินไม่ได้ตลอดชีวิต พี่สาวจึงผลักภาระหมั้นหมายนี้มาที่เธออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ </p><p class="indent-a">มู่อินอิน เป็นบุตรสาวตระกูลมู่ เธอเป็นผู้บริหารบริษัทผลิตยาชั้นนำของประเทศมีทั้งยาสมัยใหม่และยาสมุนไพรแบบโบราณ มีเหตุพลิกผันให้เธอได้มาเกิดใหม่ในร่างของฉู่อิน ที่อยู่คนละยุคแบบไม่คาดคิด ยังดีที่ไม่ได้ไปเกิดในยุคที่ล้าหลังกว่านี้ เธอได้มาเกิดใหม่ในช่วงที่ประเทศกำลังพัฒนาพอดีซึ่งก็คือต้นยุค 1980  มันก็คงไม่เลวร้ายจนเกินไป ที่เธอจะนำความรู้ในปัจจุบันมาใช้ แม้ว่าฉู่อินคนนี้จะไม่ได้มีชีวิตที่ดีนักไร้คนหนุนหลัง แต่แล้วยังไงล่ะ มันคงไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปสำหรับเธอที่จะใช้ชีวิตต่อไปในแบบของเธอได้ และยังเป็นช่วงที่ร่างเดิมได้ออกมาจากตระกูลหลินแล้วด้วยแบบนี้แล้ว ตัดขาดกันไปเลย ว่าแต่สามีพิการของเธอนี่สิ จะเอายังไง.ช่างเถอะ… ถ้าร้ายนักก็ค่อยหาเรื่องหย่าแล้วกัน… เอาล่ะสวัสดียุค 80 อินอินมาแล้วจ้า </p><p class="indent-a">' สวัสดียุค 80 อินอินมาแล้ว ่</p><p class="indent-a">❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️</p><p class="indent-a">สวัสดีค่ะ รี้ด ทุกคน</p><p class="indent-a">ไรท์ ขอฝากนิยาย 'เกิดมาเป็นหญิงไร้ค่าในยุค 80'</p><p class="indent-a">เรื่องใหม่ด้วยนะคะ เหมือนเดิมนิยายของไรท์ ไม่เน้นดราม่านะคะ นิยายเกิดจากจินตนาการอาจจะมีความไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ บางอย่างอาจจะไม่ตรงตามความเป็นจริงโปรดอย่าไปใส่ใจมาก อ่านผ่านๆ เพื่อความสนุกอย่าหาสาระและความเป็นจริงในโลกนิยายเพราะท่านอาจหาไม่เจอค่ะ หากผิดพลาดประการใด ไรท์ ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ.</p><p class="indent-a"># ขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก บทความ ข้อความบางส่วน หรือทั้งหมด ในนิยายเรื่องนี้รวมทั้งรูปภาพปก ค่ะ</p><p class="indent-a">#ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น</p><p class="indent-a"># ผิดพลาดประการใด ขออภัยมาณโอกาสนี้ </p><p class="indent-a">????ขอบคุณ reading ทุกท่านที่สนับสนุนเป็นอย่างดีเสมอมา ไรท์เตอร์ จะสรรสร้างและพัฒนาผลงานออกมาให้ท่านได้ติดตามเรื่อยๆ ????❤️</p><p class="indent-a">ขอบคุณมากค่ะ</p><p class="indent-a">Xin yew sin</p><p> </p><hr/><h2 style='display: flex; justify-content: center;'>แนะนำตัวละคร / ตระกูลฮั่ว</h2><p class="indent-a">ขอแนะนำตัวละครพอสังเขป</p><p class="indent-a">ตระกูลฮั่ว</p><p class="indent-a">ฮั่ว หยุ่นถิง (คุณชายใหญ่ฮั่ว พระเอกอายุ 25 ปี)</p><p class="indent-a">ฮั่ว อู๋ชาง คุณปู่ฮั่ว/ผู้นำตระกูลฮั่ว (ปู่พระเอก)</p><p class="indent-a">ฮั่ว ซวนยี่ พ่อพระเอก</p><p class="indent-a">ซ่ง อี้เหริน แม่เลี้ยงพระเอก</p><p class="indent-a">ฮั่ว จื่อตง คุณชายรองฮั่ว (น้องชาย อายุ 23 ปี คนละแม่)</p><p class="indent-a">ฮั่ว ซูอี้ คุณหนูเล็ก (น้องสาว อายุ 20 ปี) คนละแม่</p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a">ตระกูลหลิน</p><p class="indent-a">หลิน ฉู่อิน คุณหนูสามหลิน (นางเอก อายุย่าง 20 ปี) ลูกนอกสมรส</p><p class="indent-a">หลิน เหล่ย พ่อนางเอก/ กู้ ชิงเย่ แม่เลี้ยงนางเอก</p><p class="indent-a">หลิน ซื่ออัน คุณหนูใหญ่หลิน (อายุ 23 ปี)</p><p class="indent-a">หลิน เปย่ชง คุณชายรองหลิน (อายุ 21 ปี)</p><p class="indent-a">หลิน จ้าวเอ๋อร์ คุณชายเล็กหลิน (อายุ 19 ปี)</p><p class="indent-a">❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️</p><p class="indent-a">ฮั่วหยุนถิง เป็นลูกภรรยาคนแรกหรือคุณนายใหญ่ฮั่ว ลู่จิงถิง ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่หยุนถิง 3 ขวบ และพ่อของเขาฮั่ว ซวนยี่ จึงรับภรรยารองเข้ามาหลังจากแม่เสียเพียง 3 เดือนเ่านั้นพร้อมทั้งน้องสาวซึ่งตอนนั้นอายุพึ่งจะครบขวบ โตมาเขาถึงรู้ว่าพ่อมีภรรยาลับๆ อยู่กาอนที่แม่ของเขาจะเสียด้วยซ้ำ ตั้งแต่เริ่มรู้ความเขาก็ถูกเลี้ยงดูมากับปู่ฮั่ว ที่เป็นคนคอยดูแลเขามาตลอด ปู่โกรธพ่อของเขาเรื่องที่ท่านไปแอบมีภรรยาลับเป็นอย่างมากจึงให้แยกไปอยู่บ้านอีกหลัง แม้จะอยู่ในเขตรั้วเดียวกันแต่ก็เหมือนอยู่คนละที่ เขาจึงอยู่ที่บ้านใหญ่กับปู่เสมอมา ส่วนพ่อกับภรรยาใหม่ก็มีลูกคนเล็กเพิ่มมาอีกคน น้องชายเป็นเด็กขี้อ้อนทำให้ปู่นั้นอ่อนลงมาก แต่ก็ยังไม่อนุญาตให้พ่อเข้ามาอยู่ร่วมชายคาด้วย จนเขาโตปู่ส่งไปเรียนที่ต่างประเทศถึง 5 ปีและพึ่งกลับมารับช่วงกิจการต่อจากปู่ได้เพียง 6 เดือน เขาก็เกิดอุบัติเหตุรถตกเขาขณะเดินทางไปดูงานที่ต่างเมือง และสิ่งที่เขาแน่ใจคือรถของเขาถูกตัดสายเบรกอย่างแน่นอน แต่เพราะสภาพรถพังมากจึงไม่อาจกู้คืนมาเป็นหลักฐานได้เลย</p><p class="indent-a">ตอนแรกตัวเขาเองก็นึกว่าจะไม่รอดชีวิตกลับมาแล้ว เพราะเขาสลบไปถึงหนึ่งเดือน ปู่ฮั่ว หาหมอเทวดาทุกที่มารักษาเขาอย่างอดทนและมีความหวัง สุดท้ายหยุนถิงก็ฟื้นขึ้นมาแต่เพราะสมองของเขาได้รับความกระทบกระเทือนรวมทั้งเส้นประสาทเสียหายหลายเส้นทำให้ขาทั้งสองข้างไม่สามารถใช้งานได้อีก ทั้งที่ไม่มีรอยหักเลยสักน้อย ปู่เฝ้าหาหมอทั่วสารทิศมารักษาหลายคนแต่ก็ไม่เป็นผล ตอนนี้ท่านจึงได้แต่หวังว่าหลานชายจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเท่านั้น</p><p class="indent-a">เดิมทีคุณปู่ฮั่วได้ทำสัญญาหมั้นหมายหลานชายคนโตกับหลานสาวตระกูลหลิน ซึ่งคุณปู่ฮั่วกับคุณปู่หลินเป็นสหายกันมาก่อน เพราะสมัยเด็กทั้งคู่มาจากหมู่บ้านเดียวกันที่อยู่ในชนบทที่เซิ่งเจียง และมาแต่งงานตั้งรกรากในเมืองหลวงจนมีฐานะมั่นคงและเติบโต มาจนถึงในปัจจุบันนี้จากโรงงานเหล็กแปรรูปจนปู่ฮั่วได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนเมื่อ 4 ปีก่อนนี่เองที่ทางการได้เปิดให้ทำการค้ากับต่างชาติ ทำให้ฮั่ว กรู๊ปเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งฮั่วกรุ๊ปและหลินกรุ๊ป เป็นพันธมิตรการค้ากันมาตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงรุ่นทุกวันนี้ซึ่งก็หลายสิบปี</p><p class="indent-a">คุณปู่ฮั่วได้ส่งของหมั้นให้กับตระกูลหลินอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่ 3 ปีก่อนและทางตระกูลหลินก็ได้ตอบรับการหมั้นหมายกลับมาอย่างยินดีแล้วเช่นกัน เพียงแต่การหมั้นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่หยุนถิงอายุ 22 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่เขาจะกลับมาจากต่างประเทศเสียอีก แต่ตัวเขาเองก็รับรู้เรื่องการหมั้นหมายที่ปู่จัดการให้เป็นอย่างดี เพราะท่านได้บอกเขาไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กแล้วนั่นเอง และเขาไม่ได้ขัดข้องเพราะตัวเองยังไม่มีคนรักและไม่คิดจะมองใครอีกด้วย ส่วนเรื่องการแต่งงานของเขาจึงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ ขอเพียงให้ปู่สบายใจเขาก็ยินดีที่จะทำตาม เพราะเขารักปู่ของเขามากปู่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาเสมอ การแต่งงานสำหรับเขาก็เหมือนการลงทุนหากภายหน้าได้ภรรยาที่ดีก็ถือว่าเป็นกำไร ถ้าไม่ดีก็แค่ขาดทุนเล็กน้อยก็แค่ขายทิ้งภายหลัง เพียงแต่ก่อนแต่งงานเขาต้องจัดการเรื่องทรัพย์สินให้ชัดเจนก่อนเท่านั้น อีกอย่างคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิน เขาก็พอได้ยินมาบ้างว่าเธอเป็นหญิงงามไม่เป็นสองรองใคร จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา</p><p class="indent-a">หลังจากที่กลับมาจากต่างประเทศเขาก็ได้เข้ารับตำแหน่งรองประธานของฮั่วกรุ๊ป ที่ปู่เป็นคนแต่งตั้งให้เพียง 3 เดือนเขาก็ทำให้ผู้ถือหุ้นยอมรับในความสามารถได้อย่างเต็มใจและเชื่อถือในเรื่องการทำงานของเขาด้วยฝีมือการบริหารของเขาเอง เพราะเพียงไตรมาสแรกก็ทำให้หุ้นของ ฮั่ว กรุ๊ปทะยานขึ้นไปเป็นอันดับต้นๆ ของกระดานอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ปู่ฮั่วจึงคิดว่าจะมอบหุ้นที่เหลือให้หลานชายและแต่งตั้งให้เป็นประธานบริษัทต่อจากท่าน</p><p class="indent-a">ปู่ฮั่วถือหุ้นหลักของฮั่ว กรุ๊ปอยู่ 35 % ส่วนของซวนยี่พ่อของหยุนถิงมีหุ้นอยู่เพียง 15% และดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลเท่านั้น เพราะเขาไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นผู้นำระดับสูงได้นั่นเอง เนื่องจากซวนยี่เป็นคนไม่ค่อยสนใจการงานมาตั้งแต่เป็นหนุ่มๆ ส่วนหยุนถิงถือครองหุ้นในส่วนของมารดาที่มีหุ้นที่ปู่ฮั่วให้เป็นสินสอด 15% เช่นเดียวกัน หุ้นที่เหลือก็เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นรายย่อยอีก 4 คน</p><p class="indent-a">ฮั่ว หยุนถิงเรียนจบเกี่ยวกับการเงินที่ต่างประเทศทำให้เขาเก่งในเรื่องการเกร็งกำไรการลงทุนหรือการเล่นหุ้นนั่นเอง ตัวเขาได้ติดต่อขอซื้อหุ้นของฮั่วกรุ๊ปมาจากผู้ถือหุ้นรายย่อยมาได้เพิ่มอีก 20 % จากเงินส่วนตัวที่หาได้ระหว่างที่เรียนอยู่ที่ต่างประเทศ จากการลงทุนเล็กๆ ของเขาเองแต่เพราะเขาโชคดีลงทุนหุ้นได้ถูกตัวทำให้เขาร่ำรวยเป็นเศรษฐีภายในข้ามคืน จากนั้นเขาเลือกลงทุนอย่างระมัดระวังและมีรายได้เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จวบจนถึงวันเรียนจบ ก็มีทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่าหลายร้อยล้านในสกุลเงินดอลล่าร์ เขาจึงมีเงินมาช้อนซื้อหุ้นของฮั่ว กรุ๊ป อย่างลับๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ ตอนนี้เขาถือครองหุ้นของฮั่ว กรุ๊ป อยู่ถึง 35 %  ส่วนคนที่ขายหุ้นให้กับเขาก็เป็นลุงของเขาเองซึ่งเป็นพี่ชายแม่ ทำให้คุยกันได้ง่ายพวกท่านเองก็ต้องการยกหุ้นส่วนนี้ให้กับเขาอยู่ก่อนแล้วจึงขายให้ในราคาที่เคยซื้อมา เขาเองก็ไม่คิดเอาเปรียบลุงรับซื้อในราคาตลาดปัจจุบัน เท่ากับตอนนี้หยุนถิงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของฮั่ว กรุ๊ป เท่าเทียมกับคุณปู่ฮั่วนั่นเอง</p><p class="indent-a">จากกำหนดการเดิมงานแต่งงานระหว่าง 2 ตระกูลควรต้องจัดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เพราะเขาประสบอุบัติเหตุและอยู่ระหว่างการรักษาตัว ทำให้ต้องเลื่อนงานแต่งออกไปด้วย และทางฝ่ายหญิงก็ไม่มีการถามไถ่ถึงเรื่องนี้มาอีกเลย ปู่ฮั่วเองจึงไม่ได้เร่งรัดเพราะอยากรักษาหลานชายให้ดีขึ้นก่อน จนล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน ท่านจึงได้แจ้งไปยังตระกูลหลินซึ่งตอนนี้ปู่หลินไม่อยู่แล้ว และพึ่งเสียไปเมื่อ 2 ปีก่อน ผู้นำตระกูลหลินตอนนี้ก็คือหลิน เหล่ย ที่เข้ารับช่วงต่อจากพ่อ</p><p class="indent-a">แต่การหมั้นหมายครั้งนี้ได้ทำอย่างเป็นทางการ ทางตระกูลหลิน แม้จะเติบโตมาพร้อมๆ กันแต่ก็ไม่ใหญ่เท่า ตระกูลฮั่วที่มีคนหนุนหลังอย่างตระกูลลู่ (แม่ของหยุนถิง) และตระกูลหยาง (ตระกูลย่าของหยุนถิง) ทำให้ ฮั่ว กรุ๊ป แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตระกูลหลินแม้จะอยากยกเลิกการหมั้นก็คงไม่กล้าหักหน้าฮั่วกรุ๊ป อย่างแน่นอนจึงทำได้เพียงการผัดผ่อนเวลาออกไปเล็กน้อยเท่านั้น ในสัญญาหมั้นหมายระบุเพียงว่าเป็นหลานสาวตระกูลหลินแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นคนไหน เพราะปู่หลินมีหลานสาวหลายคนนั่นเอง</p><p class="indent-a">ปู่ฮั่ว ได้ส่งจดหมายสอบถามเรื่องการแต่งงานครั้งนี้ไปที่ตระกูลหลิน อีกครั้ง เพราะล่าสุดทางนั้นขอผัดมามากกว่า 6 เดือนแล้วจากที่ขอเลื่อนออกไป 6 เดือน และอ้างว่าหญิงสาวยังเรียนไม่จบจึงขอเลื่อนออกไปก่อน แต่ท่านก็พอจะรู้เหตุผลที่แท้จริง นั่นเพราะหลานชายของเขากลายเป็นคนพิการ ตลอดระยะเวลาที่หลานชายนอนป่วย ท่านยังไม่เคยเห็นว่าที่หลานสะใภ้มาเยี่ยมเยียนสักครั้ง ทั้งในฐานะสะใภ้ตระกูลฮั่วหรือฐานะหลานสาวตระกูลหลินก็ตาม มีเพียงหลินเหล่ย แและภรรยามาเยี่ยมครั้ง 2 ครั้งตามมารยาท ยิ่งตอนนี้ข่าวลือว่าคุณชายใหญ่ฮั่วพิการไม่ม่ีใครรักษาได้ตลอดชีวิตต้องนั่งรถเข็น ต่างรู้กันไปทั่ว ตระกุล หลิน จึงไม่ยอมส่งตัวเจ้าสาวตามสัญญามาสักที</p><p class="indent-a">ทำให้ท่านรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก จึงได้ทำจดหมายเร่งรัดไปอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดท่านก็เขียนอย่างชัดเจนว่าการแต่งงานครั้งนี้ จะไม่มีพิธีฉลองสมรสแต่จะให้สถานะคุณนายน้อยฮั่วตามกฎหมาย เพราะคุณชายใหญ่ฮั่ว ไม่สะดวกที่จะพบปะผู้คน นั่นก็คือไม่มีพิธีแต่งงานเพียงแต่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเท่านั้น</p><p class="indent-a">ปู่ฮั่ว คิดว่าก่อนจดทะเบียนท่านจะต้องทำสัญญาเรื่องการแบ่งทรัพย์สินที่ชัดเจนให้หลานชายกับหลานสะใภ้ เพราะทรัพย์สินของหลานชายในฐานะคุณชายใหญ่ ฮั่วนั้นมีไม่น้อย ซึ่งถ้านับกันจริงๆ น่าจะมากกว่า ซวนยี่ ลูกชายของปู่ฮั่วถึง 2 ส่วนเพราะยังมีมรดกของมารดาหยุนถิงที่ทำพินัยกรรมส่งมอบให้เขาตั้งแต่อายุครบ 20 ปี ผ่านมา 5 ปีก็มีดอกผลกำไรเพิ่มขึ้นมาอีกจำนวนไม่น้อย ถึงหลานชายทำงานไม่ได้ตลอดชีวิตก็ไม่ได้ลำบากอย่างแน่นอน</p><p class="indent-a">ดังนั้นท่านต้องจัดการอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมา เพราะพลาดพลั้งเพียงนิด อาจไม่เหลือแม้แต่ชีวิต ท่านพอจะรู้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับหลานชาย ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน เพียงแต่ยังหาหลักฐานเอาผิดไม่ได้เท่านั้น ลูกชายของท่านก็โง่งมเกินกว่าจะอ่านเกมออก เพียงเพราะท่านได้ประกาศว่าจะแต่งตั้ง หยุนถิง เป็นประธานใหญ่ของ ฮั่ว กรุ๊ป ได้เพียง 2 เดือนก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ท่านได้จ้างนักสืบลับๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ หยุนถิงเองก็จ้างนักสืบเอกชนสืบอยู่เหมือนกัน เขารู้ว่าใครบงการ แต่ทางนักสืบไม่สามารถเก็บพยานหลักฐานมาได้เลยทำให้ยังทำอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่หยุนถิงกลัวมากที่สุดคือเขากลัวว่าพ่อของเขาเองจะรู้เห็นเป็นใจด้วย ทำให้เขาไม่กล้าจะทำอะไรโจ่งแจ้งมากนัก เพราะถ้าเขาสืบรู้ว่าพ่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งสังหารครั้งนี้ ฟางเส้นสุดท้ายที่ใกล้จะขาดแล้วนี่คงจะทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาไม่อยากจับพ่อเข้าคุกเพราะกลัวว่าปู่จะเสียใจ ถึงยังไงพ่อก็เป็นลูกชายคนเดียวของท่านเหมือนกัน แต่สำหรับตัวเขาพ่อคนเดิมได้ตายจากไปนานแล้วคงตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน.หลังจากแม่จากไปนั่นเอง</p><p class="indent-a">*****************************************</p><p> </p><hr/>

หลิน ฉู่อิน/ตระกูลหลิน

**ตระกูลหลิน**

หลิน เหล่ย หรือผู้นำตระกูลหลิน คนปัจจุบันเมื่อเขาได้รับจดหมายเร่งรัดการแต่งงานระหว่างสองตระกูล ซึ่งได้ผัดไปแล้วหนึ่งครั้ง และตอนนี้ทางตระกูลฮั่ว คงไม่ยอมให้ผัดไปได้อีกเขาและภรรยาได้คุยกับลูกสาวแล้ว แต่เพราะลูกสาวไม่ยอมแต่งงานกับคนพิการซึ่งในข้อนี้เขาก็อดจะเห็นใจลูกสาวคนโตไม่ได้ แต่สัญญาหมั้นหมายนี้ไม่อาจจะล้มเลิกได้ ไม่อย่างนั้นธุรกิจของตระกูลคงได้จบสิ้นอย่างแน่นอน วันนี้เขาจึงเรียกบุตรสาวมาคุยกันอีกครั้ง

หลิน ซื่ออัน คุณหนูใหญ่หลิน เรียนจบปริญญาตรีจากมหาลัยดัง ของเมืองหลวงแม่คะแนนของเธอจะไม่ได้ดีนักแต่ก็นับว่าเป็นมหาลัยมีชื่อเสียง ทำให้ดูมีหน้ามีตาอยู่บ้าง เรียบจบมาได้ปีกว่าแต่ยังไม่ได้ทำงานอะไรเป็นหลักแหล่ง เพราะคิดว่าไม่จำเป็นเธอเป็นสาวสังคมมีเพื่อนมากและชอบแต่งตัว กับคนภายนอกคุณหนูหลินเป็นคนเรียบร้อยใจดีและชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอ และยังเก่งงานบ้านงานเรือนมีคุณสมบัติของสตรีที่ดี ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้หน้ากากอันสวยงามนั่น มีคนหนึ่งที่คอยเป็นคนที่คอยจัดการการงานทุกอย่างให้เหมือนคนรับใช้ประจำตัวคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย จนถึงการทำงานฝีมือต่างๆ ด้วย

หลิน ฉู่อิน บุตรนอกสมรสของหลินเหล่ย แม่ของเธอ เวินเว่ยเว่ย เป็นเพียงลูกสาวบุญธรรมของคนงานในบ้านแต่เพราะหน้าตาที่สะสวยทำให่ หลินเหล่ย แอบไปมีความสัมพันธ์ด้วย จนเกิดตั้งท้องและคลอด ฉู่อิน ออกมาเพราะช่วงท้องไม่ได้รับการบำรุงร่างกายทำให้คลอดลำบากและเสียเลือดมาก เมื่อคลอดลูกออกมาแล้ว เธอตกเลือดจนเสียชีวิต คุณตาเวิน ที่เป็นพ่อบุญธรรมของเว่ยเว่ย จึงขอร้องให้หลิน เหล่ย รับเลี้ยงดูหลานสาวในบ้านด้วย เพราะภรรยาเขาไม่เคยรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเว่ยเว่ยมาก่อน ดังนั้นการที่จะขอรับฉู่อิน เข้ามาเป็นลูกอีกคนเขาจึงต้องยินยอมให้ภรรยาจัดการทุกอย่าง ฉู่อิน ถูกเลี้ยงมาไม่ต่างจากคนงานในบ้านเท่าไหร่นัก

เธอต้องช่วยงานในบ้านเหมือนลูกคนงานทั่วไป ถึงจะได้กินอิ่มทุกมื้อแต่ก็ไม่ได้กินของดีๆ แบบคุณหนูของบ้านแต่อย่างใด เธอต้องคอยเป็นเพื่อนเล่นของคุณหนู คุณชายของบ้านเวลาที่เขาต้องการ และคอยเป็นคนโดนกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ ตอนเด็กเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเหล่าคุณหนู คุณชาย ถึงชอบแกล้งเธอนักคงเพราะเธอเป็นลูกของคนงานจึงต้องยอมทุกครั้ง เธอได้รับอนุญาตให้ใช้แซ่ หลิน ตามบิดาแต่ก็เป็นได้เพียงบุตรบุญธรรม ทั้งที่ หลิน เหล่ยเป็นพ่อเธอจริงๆ และบอกกับคนภายนอกว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าลูกคนงานที่แม่เสียตอนคลอด ตระกูลหลิน จึงรับมาเลี้ยงเพราะสงสารเท่านั้น ตอนยังเป็นเด็กเธอก็เข้าใจอย่างนั้นและคิดว่า ตระกูลหลิน มีบุญคุณกับเธอจึงเชื่อฟังและยอมถูกกระทำโดยไม่เคยปริปากบ่น จวบจนเธออายุ 15 ปี คุณตาเวิน ของเธอป่วยหนักและได้บอกเล่าถึงชาติกำเนิดของเธอให้ฟัง ว่าเธอเป็นบุตรสาวของ หลินเหล่ย เหมือนกันแต่แม่ของเธอเป็นเพียงเด็กทำงานในบ้าน และเป็นบุตรบุญธรรมของคุณตาเวิน แต่ชาติกำเนิดของแม่ คุณตาเวินเองก็ไม่รู้เพราะเก็บแม่ของเธอมาเลี้ยงอีกทีเหมือนกัน

เมื่อฉู่อิน ได้รู้ว่าตัวเองเป็นบุตรนอกสมรสของพ่อ ไม่ใช่บุตรบุญธรรมที่รับมาเลี้ยงอย่างที่เข้าใจแต่แรก เธอก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจมากนักเพียงแต่รู้สึกน้อยใจบิดาที่ทนมองเธอถูก พี่ น้องรังแกมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ตอนนี้เธอพอจะรู้ลู่ทางในการเอาตัวรอดบ้างแล้ว จึงพอหลบเลี่ยงได้บ้าง หลังคุณตาเวินเสียเธอได้เข้าเรียนโรงเรียนเดียวกับคุณหนูใหญ่และคุณชายรอง แต่ที่เธอได้เข้าเรียนโรงเรียนระดับนั้นได้ก็เพราะต้องไปคอยรับใช้พวกคุณๆ ภายในโรงเรียนด้วยนั่นเอง ฉู่อิน เรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้วก็ไม่ได้เรียนต่อ เพราะคุณนายหลิน ไม่ยินยอมเธอจึงต้องมาอยู่คอยดูแลรับใช้คุณนายหลินและคุณหนู คุณชายที่บ้าน เพราะเธอเป็นเด็กว่าง่ายรู้ความ เรื่องที่เธอเป็นบุตรสาวของหลินเหล่ย นั้นมีคนเก่าแก่รู้อยู่บ้าง แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกไป แม่บ้านใหญ่เองก็รู้และเห็นใจในความอาภัพของเธอไม่น้อย เรื่องงานบ้านงานเรือนการจัดการภายในบ้านแม่บ้านใหญ่จะคอยสอนเธอทำ และเรื่องการคุมคนด้วย การคุมคนให้ทำตามคำสั่งเรา ต้องทำให้คนอื่นเชื่อถือเราได้เสียก่อนเขาจึงจะเชื่อฟังเรา

ดังนั้นงานฝีมือต่างๆ ท่านจึงสอนให้ฉู่อินทำเป็นทั้งหมด เพราะช่วงที่คุณหนู คุณชายไปเรียนที่มหาลัย ฉู่อิน ก็ไม่มีใครมาคอยจิกหัวใช้เธอจึงมีเวลาเรียนรู้งานบ้านและงานฝีมืออย่างเต็มที่ ตลอดหลายปี ส่วนคุณชายเล็กหลินนั้นเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยมายุ่งกับเธออยู่แล้ว คุณชายเล็กถูกเลี้ยงมากับแม่บ้านใหญ่ เพราะหลังคลอดลูกคนสุดท้ายคุณนายหลิน ก็ไม่ค่อยแข็งแรงจึงให้นมลูกไม่ไหว แม่บ้านใหญ่คอยดูแลสั่งสอนคุณชายเล็กเอง เขาจึงค่อนข้างเป็นเด็กดีและเชื่อฟัง และยังเรียกเธอว่าพี่สาวทุกคำด้วย แต่น้องชายคนเล็กก็ไม่ค่อยเป็นที่รักของคุณนายกับนายท่านหลินนัก เพราะเขาเกิดมาก็ทำให้คุณนายหลินป่วยนั้นเองแต่อย่างน้อยเขาก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณชายของบ้านคนหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่ตั้งแต่เขาเข้าเรียนมัธยมนายท่านหลินก็ส่งเขาไปเรียนโรงเรียนประจำไม่ค่อยได้กลับมาอยู่บ้านหลินนัก

หลินฉู่อิน คุณหนูสามหลินจึงใช้ชีวิตเป็นนางก้นครัว และเป็นผู้ช่วยคอยดูแลคุณหนูใหญ่หลินอีกหนึ่งตำแหน่ง จะว่าลำบากก็ไม่ใช่ สบายก็ไม่เชิง เพราะหากทำไม่ถูกใจเธอก็ยังจะถูกตำหนิและลงโทษเป็นครั้งคราวเหมือนเดิม ทุกวันเธอจึงได้แต่ทำตัวไม่ให้เป็นที่เกะกะลูกตาเหล่าคุณๆ ของบ้านเท่านั้น เธอทำงานบ้านมีเงินเดือนเทียบเท่าสาวใช้ทั่วไปและพึ่งได้รับเงินเดือนเมื่อ 2 ปีก่อนซึ่งไม่ได้มากมายอะไรเพียงเดือนละ 200 หยวน ครั้งแรกคุณนายจะไม่ให้เธอด้วยซ้ำแต่ป้าแม่บ้านใหญ่ขอให้นายท่านหลินให้เธอต่างหากเธอถึงมีเงินเดือนติดตัวบ้าง เธอใช้ชีวิตแบบนี้เรื่อยมาจวบจนปัจจุบันอายุ 20 ปีนี้

หลินเหล่ยกับภรรยา ได้ปรึกษากันก่อนจะเรียกลูกสาวมาพูดคุยเรื่องหมั้นหมาย ซื่ออัน ปฏิเสธเสียงแข็งเธอไม่ยอมแต่งกับ หยุนถิง อย่างแน่นอนถึงเธอจะเคยเห็นเขาช่วงที่กลับมาจากประเทศใหม่ แต่เป็นการพบเห็นอยู่ไกลๆ เธอยอมรับว่าเขาน่าสนใจแต่นั่นมันเป็นก่อนที่เขาจะพิการ ช่วงที่เขากลับมาจากต่างประเทศและเข้าทำงานที่ ฮั่ว กรู๊ป ยังไม่เคยมาพบขอทำความรู้จักเธอสักครั้งทั้งที่เธอเป็นคู่หมั้นของเขา เธอเองก็รักษาท่าทางจึงไม่ได้ไปพบเขาเช่นกัน ถึงตอนนี้เธอรู้สึกดีใจที่ไม่ได้ไปทำความรู้จักเขาตั้งแต่ก่อนหน้า ไม่อย่างนั้นถ้าปฏิเสธการหมั้นหลังจากที่ทำความรู้จักกันแล้วคงจะดูไม่ดียิ่งกว่านี้

เมื่อซื่ออัน ไม่ยอมแต่งงานกับคุณชายใหญ่ ฮั่ว แต่สัญญานี้ยกเลิกก็ไม่ได้ดังนั้น คุณนายหลิน จึงให้สามีส่ง ฉู่อิน ไปแต่งงานกับตระกูลฮั่ว แทนถึงยังไงเธอก็นับว่าเป็นคนแซ่ หลิน เช่นเดียวกัน แม้จะเป็นลูกนอกสมรสก็เถอะ หลิน เหล่ย ที่ปกติไม่ค่อยได้สนใจบุตรสาวคนนี้นักก็ลำบากใจอยู่บ้างแต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกเขาจึงทำได้เพียง ขอร้องบุตรสาวให้ช่วยเหลือตระกูล หลิน สักครั้งเท่านั้น เขาคิดว่าจะชดเชยให้เธอด้วยการให้เงินสินเดิมเธอไปมากสักหน่อย แต่เรื่องนี้เขาให้ภรรยารู้ไม่ได้เท่านั้น เขาเองก็รู้สึกผิดกับลูกสาวอยู่บ้างแต่ก็ช่วยอะไรมากไม่ได้ ได้แต่ฝากแม่บ้านช่วยดูแลเท่านั้น

ฉู่อิน เมื่อได้รับรู้เรื่องที่ตัวเองต้องแต่งงานแทนพี่สาว แม้จะไม่เต็มใจแต่จะทำอย่างไรได้เมื่อตัวเองไม่มีสิทธิเลือกชีวิตตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และนี่คงเป็นโชคชะตาของเธอดังคำป้าแม่บ้านที่ปลอบใจเธอก่อนหน้านี้

" คนเราฝืนอะไรก็พอฝืนได้ แต่ฝืนชะตากรรมของตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่อยากกลุ้มใจก็ทำได้เพียงยอมรับและทำชีวิตเราให้ดีที่สุดเท่านั้น ไม่แน่อนาคตของเธออาจพลิกผันไปในทางที่ดีก็ได้ การออกไปจากบ้านหลิน อาจทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้ ตระกูลฮั่่ว เป็นตระกูลใหญ่และร่ำรวย แม้คุณชายฮั่ว จะขาพิการ แต่ถ้าใจเขาไม่ได้พิการเพียงเธอเปลี่ยนจากคอยรับใช้คนที่นี่ เปลี่ยนไปดูแลสามีเพียงคนเดียวยังไงก็สบายกว่า"

แม้ป้าแม่บ้านจะพูดยังไงเธอก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี เธอเกิดและโตอยู่บ้านหลิน แม้จะถูกรังแกบ้าง เหนื่อยบ้างแต่เธอก็คุ้นเคยกับที่นี่ อย่างน้อยในบ้านนี้ก็ยังมีพ่อของเธออยู่ ถึงท่านไม่ได้มาสุงสิงด้วยแต่ก็ยังรู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่ภายในรั้วบ้านเดียวกัน แต่นี่คือคำสั่งไม่ใช่ขอร้องดังนั้นเธอจึงมีทางเลือกเดียวคือปฏิบัติตาม เท่านั้น

ในวันที่เธอจะออกเดินทางไปตระกูลฮั่ว มีนายท่านหลิน เป็นคนไปส่งที่ตระกูลฮั่วด้วยตัวเอง พร้อมสัญญาหมั้นหมายและข้าวของที่มีไม่มากนัก คุณนายหลิน แม้จะเสียดายตำแหน่งสะใภ้ตระกูลใหญ่ แต่ถ้าต้องให้ลูกสาวมีสามีพิการตลอดชีวิตเธอก็ทำใจไม่ได้เหมือนกัน อีกอย่างตระกูลฮั่ว ก็ยังมีหลานชายอีกคนที่เป็นรุ่นเดียวกันกับลูกสาวเธอนั่นเอง และอนาคตอาจได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล ฮั่ว อีกด้วยดังนั้นเธอจึงเห็นดีด้วยที่ลูกสาวปฏิเสธหมั้นหมายครั้งนี้ รอให้การแต่งงานนี้ผ่านไปก่อนค่อยให้ลูกสาวไปทำความคุ้นเคยกับคุณชายรองฮั่ว ก็ยังไม่สาย

หลินเหล่ย มาส่งลูกสาวที่บ้านหลักตระกูล ฮั่ว ระหว่างที่นั่งรถออกมาจากบ้านได้มีโอกาสคุยกับลูกสาวในฐานะพ่ออย่างจริงจังเป็นครั้งแรก เขาเตรียมเงินไว้เป็นสินเดิมให้ลูกสาวติดตัวไป 2 ล้านหยวนเพราะตั้งแต่เธอเกิดมาเขายังไม่เคยให้เงินพิเศษเธอเลยไม่ว่าจะโอกาสใดๆ ดังนั้นจึงถือว่าเป็นการชดเชยให้เธอและไถ่โทษไปในตัว เงินจำนวนนี้ไม่ถือว่ามากสำหรับตระกูลฮั่ว แต่ก็มากสำหรับคนทั่วไปอย่างลูกสาวคนนี้ เพราะเธอไม่เคยได้ใช้เงินมากมายขนาดนี้แน่นอน เขาได้เปิดบัญชีและทำบัตรกดเงินมาให้เธอเรียบร้อยรหัสบัตรเป็นวันเดือนปีเกิดของเธอเอง เขายังได้ขอโทษลูกสาวที่ตลอดมาไม่เคยปกป้องเธอเลย

ฉู่อิน รับคำขอโทษของพ่อไว้แม้จะรู้สึกโกรธอยู่บ้างแต่ก็ไม่พูดอะไรออกไป เพราะคิดว่าถึงเธอพูดไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร เธอรับเงินที่พ่อให้มาไว้เผื่ออนาคตเกิดอะไรขึ้นเธอก็จะได้มีเงินทุนสำรองบ้าง ที่บ้านตระกูลฮั่ว คุณปู่ฮั่ว รอรับหลานสะใภ้อยู่ที่บ้านเพราะหลินเหล่ย ได้โทรมาแจ้งไว้แล้ว ส่วนหยุนถิง เขาได้ไปพักที่บ้านพักตากอากาศตระกูล ฮั่ว ที่หัวเมืองตงไห่ ที่อยู่ออกไปทางใต้ หลายเดือนแล้ว เพื่อฟื้นฟูร่างกายและให้เขาได้ผ่อนคลายจิตใจด้วย เพราะตั้งแต่เขาเดินไม่ได้อารมณ์ของเขาก็ไม่ค่อยปกติ ค่อนข้างหงุดหงิดโมโหได้ง่าย ทำให้คนใช้เข้าหน้าแทบไม่ติด มีแค่คนติดตามเป็นผู้ช่วยและเลขาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และยังดูแลเรื่องงานแทนเขาหลายอย่าง มีหน้าที่เป็นเหมือนขาของเขาก็ว่าได้

**** ต่อตอนต่อไป*****

นายหญิงน้อย

คุณปู่ฮั่ว รอรับหลานสะใภ้อยู่ที่ห้องโถง ในคฤหาสน์ตระกูลฮั่วโดยมี ฮั่วซวนยี่ และซ่ง อี้เหรินภรรยา นั่งรออยู่ด้วย แม้จะไม่ได้จัดเป็นพิธีการอะไรแต่เพราะการรับสะใภ้ใหญ่ตระกูลฮั่ว คนที่เป็นพ่ออย่าง ซวนยี่จึงต้องออกมารับลูกสะใภ้ด้วย และวันนี้ก็เป็นการทำพิธีนำชื่อเข้าตระกูล ก่อนที่จะส่งตัวหญิงสาวไปหา หยุนถิงที่ตงไห่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะมีรถของคฤหาสน์ไปส่งให้ถึงที่หลังจากที่ และจะมีพิธีฉลองเล็กๆ ภายในตระกูลในอีก 1 เดือนข้างหน้าตอนนี้คุณปู่ฮั่ว อยากให้หญิงสาวมาอยู่เพื่อปรับตัวสักระยะ และบ้านที่หลานชายไปอยู่ตอนนี้ก็ไม่มีแม่บ้านคอยดูแลอยู่ประจำ มีเพียงคนงานชั่วคราวมีช่วยเรื่องทำความสะอาด และคนส่งอาหารเท่านั้น ท่านจึงคิดว่าหากได้คนเป็นภรรยามาช่วยดูแลน่าจะดีกว่า จึงได้เร่งไปทางตระกูลหลิน แม้จะไม่ได้คาดหวังว่าหลานสะใภ้คนนี้มากนักก็ตาม

หลิน เหล่ยกับฉู่อิน เข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ โดยมีพ่อบ้านเป็นคนพาไปในส่วนของห้องรับแขก หลิน เหล่ย คุ้นเคยกับที่นี่อยู่ก่อนแล้วเพราะเคยมากับพ่อของเขาบ่อยๆ สมัยท่านยังอยู่และเพราะมีธุรกิจที่ต้องติดต่อกันอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับฉู่อิน เธอตื่นเต้นมากเพราะไม่ค่อยได้ไปไหนและบ้านหลินก็ไม่ได้ใหญ่โตเท่าที่นี่ เธอเดินตัวลีบตามหลังผู้เป็นเข้าไปภายในห้อง ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมองอะไร

" เสี่ยวหลิน มาแล้วเหรอ ไม่เจอนานเลยนะ" ปู่ฮั่วทักก่อน

" คุณอาฮั่ว สวัสดีครับ นี่ หลิน ฉู่อิน ลูกสาวผมครับ" หลิน เหล่ย

" ลูกสาวคนนี้เหมือนไม่เคยเห็นหน้า คนเล็กหรือเสี่ยวหลิน" ปู่ฮั่ว ทักขึ้นเพราะเคยเห็นหลานสาวตระกูลหลินอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่หญิงสาวคนนี้

" ครับ ลูกคนที่สามครับ คุณอา"

" คุณปู่ฮั่ว " หลิน ฉู่อิน ทักทายผู้ใหญ่

" อ่อ ดีดี มานี่สิหลานสะใภ้ มาใกล้ๆ ปู่ "

ปู่ฮั่ว เรียกฉู่อินเข้าไปหาและมอบกำไลหยก ให้เธอเป็นของพบหน้า ฉู่อิน เห็น ก็รับปฏิเสธ เพราะรู้ว่าของสิ่งนี้เป็นของมีมูลค่ามากเกินไป

" คุณปู่ค่ะ หนูรับไว้ไม่ได้ค่ะ ของนี้น่าจะแพงมาก"

" รับไว้ รับไว้ นี่เป็นของขวัญพบหน้าหลานสะใภ้และยังเป็นนายหญิงน้อย ตระกูลฮั่วด้วยสามกำไลนี้ไว้นะ"

ฉู่อิน หันไปมองหน้าพ่อก่อนและเห็นว่าพ่อพยักหน้าให้เธอรับไว้ จึงได้รับมา อี้เหรินภรรยาของซวนยี่ ที่นั่งมองอยู่ด้วยก็ทำได้แต่เพียงอิจฉาแต่เก็บไว้ภายในใบหน้านิ่งเฉย เพราะตั้งแต่เธอแต่งเข้าตระกูล ฮั่ว นายท่านฮั่วก็ไม่ชอบเธอ อย่าว่าแต่ของขวัญเลย แม้จะพูดคุยกันดีๆ ยังแทบไม่มีโอกาส สามีก็อ่อนแอจึงไม่สามารถขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้แม้จะเป็นลูกชายเพียงคนเดียวก็ตาม ตอนนี้เธอหวังแค่ว่าหากวันใดที่สิ้นตาเฒ่านี่ สามีกับลูกชายเธอจะได้ขึ้นรับช่วงต่อสมบัติของตระกูล ถึงตอนนั้นเธอจึงจะกุมอำนาจเอาไว้ได้ ส่วนลูกเลี้ยงนั้นเหรอ ตอนนี้เป็นเพียงคนพิการจะทำอะไรได้ นี่ก็สองปีแล้วที่ลูกเลี้ยงพิการ ลูกชายเธอหลังเรียนจบจึงมีโอกาสได้ของปู่ของเขาเข้าไปนั่งทำงานอยู่ในบริษัทในตำแหน่งผู้จัดการแผนกการเงินได้ ถ้าไม่อย่างนั้นหากลูกเลี้ยงยังคงนั่งตำแหน่งประธานบริษัท คงได้เป็นแค่เป็นพนักงานเรียนรู้งานในตำแหน่งเล็กๆ ของบริษัทเท่านั้น

" ฉันเคยได้ยินว่า คุณหลินรับอุปการะเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรม คงเป็นลูกสาวคนนี้สินะคะ " อี้เหริน พูดขึ้นอย่างต้องการให้ปู่ฮั่วไม่พอใจในตัวหลานสะใภ้และตระกูลหลิน

"เสี่ยวหลิน เป็นจริงหรือเปล่า" ปู่ฮั่ว ถามหลินเหล่ย ทั้งที่พอจะรู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร เพราะได้ให้คนสืบมาแล้วนั่นเอง

" อินอิน เป็นลูกสาวผมครับคุณอา ฮั่ว พูดตามจริงเธอเกิดจากภรรยาอีกคนของผม แต่แม่เธิเสียชีวิตตั้งแต่หลังคลอดครับ"

" อ้อ ที่แท้ก็ลูกภรรยาลับของคุณหลิน นี่เอง คุณนายหลินถึงได้รับเป็นบุตรบุญธรรม" อี่เหริน

" อี้เหริน .." ซวนยี่ เรียกภรรยาให้หยุดพูดเพราะเห็นว่าบิดาเริ่มมองอย่างไม่พอใจ

" แล้วเธอจะทำไม เธอเองก็เป็นภรรยาลับลูกชายโง่ฉันมาก่อนไม่ใช่หรือไง ถ้าแม่ของหยุนถิงไม่ตายจากไป เธอจะมีสิทธิ์มานั่งพูดอยู่ตรงนี้เหรอ ฉันไม่สนหรอกว่าหลานสะใภ้ฉันต้นกำเนิดมาจากใคร แต่เธอก็ขึ้นชื่อว่า หลานสาวตระกูลหลิน หลานสาวตาเฒ่าหลินเหมือนกัน ฉันรับได้เพราะถือว่าไม่ได้ผิดสัญญาต่อสหายรักของฉันก็พอแล้ว อีกอย่าง ภรรยาของหลานชายฉันก็ไม่เกี่ยวกับเธอเพราะเธอไม่ใช่แม่ของหยุนถิง เธอเอาความกล้าจากไหนมาตำหนิคนอื่น อย่าพูดหรือทำอะไรเกินหน้าตาตัวเองนัก " ปู่ฮั่ว พูดอย่างไม่ไว้หน้าภรรยาบุตรชาย

ฉู่อินนั่งฟังอย่างสงบและกล่าวขอบคุณ ปู่ฮั่วในใจท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือมากจริงๆ ส่วนอี้เหรินได้แต่คับแค้นใจที่ถูกพ่อสามีต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด ซวนยี่เห็นดังนั้นจึงขอพาภรรยากลับบ้านไปก่อนหลังรับการทักทายจากลูกสะใภ้แล้ว เขาไม่ได้เตรียมของขวัญมาให้หญิงสาวเพราะคิดว่าวันที่ทำพิธียกน้ำชาภายในตระกูล จึงจะหามาให้ก็ไม่สาย

" ขอบคุณอาฮั่วมากครับ ที่ไม่ถือสาผมกับลูกสาวเรื่องนี้

" อืม เสี่ยวหลิน อาเห็นนายมาตั้งแต่เด็ก ถ้าทำอะไรพลาดพลั้งก็ต้องรู้จักรับผิดชอบก็เป็นการดี หนูอินอิน เป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทผู้ใหญ่ รู้จักหน้าที่ อาเห็นแล้วถูกชะตานัก หน้าตาก็ยังละม้ายกับตาเฒ่าหลินด้วย ส่วนลูกสาวคนโตของนายหากเธอไม่เต็มใจก็ไม่ต้องไปบังคับใจเขาหรอก อาเข้าใจผู้หญิงที่ไหนจะอยากแต่งงานกับคนพิการอย่างอาหยุนว่าแต่ อินอิน หนูรังเกียจพี่เขาไม่ไหมลูก"

" เอ่อ ไม่ค่ะ" ฉู่อิน ตอบปู่ฮั่ว เพราะตอนนี้เธอเองก็ยังไม่เคยเจอว่าที่สามี และไม่ใช่คนที่จะรังเกียจใครเพราะร่างกายเขาพิการเป็นแน่ แต่ถ้าหากพบแล้ว เขาไม่ดีกับเธอหรือทำร้ายเธอก็ว่าไปอีกอย่าง

" อืมดี หนูอินอิน หลานชายปู่แม้จะพิการเดินไม่ได้ แต่เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งและยังหล่อมากด้วยนะ " ปู่ฮั่ว บอกกับหลานสะใภ้เพราะอยากให้ผ่อนคลาย

ฉู่อิน เพียงแต่รับฟังและยิ้มให้ท่าน เพราะไม่รู้จะตอบว่าอะไรและรู้สึกเขินอายอยู่เล็กน้อย

ปู่ฮั่ว พาหลินเหล่ยและแู่อิน ไปที่ห้องเก็บป้ายวิญญาณของบรรพบุรุษ เพื่อบอกกล่าวเรื่องการรับสะใภ้เข้าบ้านอย่างถูกต้อง ตามธรรมเนียมตระกูล ฮั่ว ก่อนที่จะบอกให้หลินเหล่ย กลับบ้านไปก่อน เพราะท่านจะให้ ฉู่อินออกเดินทางไปตงไห่ภายในวันนี้เลย ซึ่งฉู่อินก็ไม่ได้ขัดข้องอยู่แล้ว หลินเหล่ย บอกลาผู้เฒ่า ฮั่ว ก่อนจะสั่งลาลูกสาวเล็กน้อยและพึ่งจะสังเกตตอนนี้ว่าลูกสาวหน้าตาละม้ายคล้ายพ่อของเขาอยู่หลายส่วน

" อินอิน ลูกดูแลตัวเองด้วยนะ พ่อรู้ว่าลูกต้องเอาตัวรอดได้ "

" ค่ะ พ่อ ต่อไปพ่อก็ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ หนูไม่อยู่พ่ออย่าอาบน้ำเย็นเดี๋ยวจะป่วยเอา หนูฝากเจียวเจียว ดูแลพ่อแทนแล้วค่ะ" ฉู่อิน

ปกติเธอเป็นคนดูแลข้าวของ เครื่องใช้ น้ำดื่มน้ำใช้ให้พ่อ เพราะแม่บ้านใหญ่มอบหน้าที่นี้ให้เธอทำ อย่างน้อยแม้ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดก็ยังได้ดูแลพ่อของเธอเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องปีนเตียงของสาวใช้ด้วย คุณนายหลินเองก็เห็นด้วยตามที่แม่บ้านเสนอ เพราะตั้งแต่คลอดลูกชายคนเล็กคุณนายหลินกับนายท่านหลินไม่ค่อยได้ร่วมเตียงกันเหมือนสามีภรรยาทั่วไป ด้วยเรื่องสุขภาพของคุณนายหลินเกี่ยวกับมดลูก ทำให้ปฏิบัติสามีไม่ได้ดังแต่ก่อน ทั้งสองจึงแยกห้องกันนอนนานแล้ว ฉู่อินจึงรู้ว่าพ่อชอบอะไรแบบไหน ชอบทานอะไร แม้อต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเตรียมเสื้อผ้าเธอทำให้หมด ก่อนที่จะออกมาเธอได้สอนงานเจียวเจียว สาวใช้ที่สนิทกันเจียวเจียวมีสามีแล้วเป็นคนขับรถในบ้าน จึงไม่น่าห่วงเรื่องชู้สาวกับบิดา เธอสอนเจียวเจียวตลอดทั้งสัปดาห์ ตั้งแต่ที่รู้ว่าจะต้องแต่งงานออกมาจากบ้านหลิน ถึงบิดาไม่ได้ใส่ใจเธอเหมือนพ่อลูกคนอื่น แต่เธอก็ถือว่าโตมากับพ่อเหมือนกัน เพราะเห็นกันอยู่ทุกวันย่อมมีห่วง แม้จะในฐานะสาวใช้กับเจ้านายก็ยังมีความผูกพันกัน นับประสาอะไรที่เธอเป็นลูกสาวกับพ่อแท้ๆ ถึงไม่ใส่ดูแลท่านก็ทำให้เธอเกิดมา และกินใช้ของอยู่ในบ้าน ส่งให้เรียนหนังสือไม่เคยดุด่าและตบตีเธอสักครั้ง จะมีก็แต่แม่ใหญ่ พี่สาวกับพี่ชาย เท่านั้นที่หาเรื่องกลั่นแกล้งและใช้งานเธอเป็นประจำ ตอนเด็กก็มีแกล้งกันตามประสาเด็กโตมาก็ถูกใช้สารพัดที่จะสรรหามาใช้เธอได้ ยังดีที่พวกเขาเข้าเรียนมหาลัยแล้วไม่ค่อยได้อยู่บ้านเธอจึงมีอิสระขึ้นมาหน่อย เพียงแต่ต้องทนฟังคำเหน็บแนมของแม่ใหญ่บ้าง เธอชินแล้วจึงไม่ได้รู้สึกอะไรมาก

"ขอบใจนะลูกอินอิน พ่อรู้ว่าที่ผ่านมาลูกเองก็เหนื่อยดูแลพ่อกับแม่ใหญ่มามาก ต่อไปขอให้ลูกโชคดี อยู่ดีมีสุขนะลูก เงินที่พ่อให้ไปอยากใช้อะไรก็ใช้" หลินเหล่ย บอกกับลูกสาว ทั้งสองคุยกันไม่มากเพราะปกติก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว

" ขอบคุณค่ะ"

หลินเหล่ย กลับไปแล้วปู่ฮั่วได้เรียกอินอิน เข้าไปหาเพื่อสั่งความอีกเล็กน้อย ก่อนออกเดินทางไปตงไห่ ท่านได้ให้แม่บ้านเตรียมอาหารให้ทานก่อนไป และยังมอบเงินให้เธออีกจำนวนหนึ่งติดตัวไปด้วย เพราะรู้ว่าเด็กคนนี้อยู่บ้านหลินในฐานะเทียบเท่าสาวใช้ แต่ท่านไม่รู้ว่า หลินเหล่ย ได้มอบเงินให้ลูกสาวไว้ต่างหากแล้วนั่นเอง

ฉู่อินนั่งรถของตระกูลฮั่ว ออกเดินทางมากับตนขับรถและสาวใช้ที่นายท่านฮั่วให้ติดตาม นายหญิงน้อยมาด้วยหนึ่งคน เพราะรู้ว่าที่ตงไห่ไม่มีสาวใช้อยู่ประจำนั่นเอง รถขับมาเรื่องๆ จนถึงช่องทางที่ต้องผ่านป่าเขาเชื่อมระหว่างเมืองและเข้าสู่เมืองตงไห่มาแล้วหลายสิบหลี่ มีรถบรรทุกหินพุ่งสวนเลนส์ถนนมาด้วยความเร็วเหมือนคนขับจะหลับใน ชนอัดเข้ากับรถยนต์ที่เธอนั่งมาเต็มลำรถ จนรถพลิกคว่ำลงไปในร่องไหล่ทางถนนที่เป็นคูคลองเล็กๆ คนขับรถถูกอัดเข้ากับพวงมาลัยรถยนต์อย่างแรงสลบคาที่ ส่วนสาวใช้ที่นั่งมาด้วย ชื่อเซิงหวันก็อาการสาหัสรวมทั้งฉู่อิน ที่เจ็บหนักเพราะรถพลิกคว่ำไปหลายตลบ จนเธอสลบคาที่ไปเหมือนกัน

ติดตามตอนต่อไปค่ะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...