โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มารีญา ลั่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต้องมา อึ้ง! เสื้อผ้าทำพิษ สร้างขยะเท่า ช้าง 23 ล้านตัว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ธ.ค. 2567 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2567 เวลา 13.02 น.

มารีญา ลั่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต้องมา อึ้ง! เสื้อผ้าทำพิษ สร้างขยะเท่า ช้าง 23 ล้านตัว

’มารีญา’ ลั่น พ.ร.บ.อากาศสะอาดต้องมา เผยชอบสวนเบญจกิติมาก อยากได้เพิ่ม – อึ้ง! เสื้อผ้าทำพิษ สร้างขยะเทียบเท่า ‘ช้าง 23 ล้านตัว’ แนะ ’เปลี่ยนมายเซ็ต’ จำเป็นสุด ชวนทุกคนแสดงความกล้าอยากมีอากาศ-น้ำที่ดี

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ FEED สื่อผู้นำเสนอคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมสมัย ในเครือมติชน จัดงาน “FEED MUSIC 2024 : GREEN FEST” เทศกาลดนตรีในสวน ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมฟังดนตรีจากศิลปินชื่อดัง พร้อมเวทีทอล์กฟังสบายๆ แต่เนื้อหาสาระน่าสนใจ ระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.

เนื่องด้วยกระแสตอบรับงาน ‘FEED Retro 90 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2566 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในปีนี้ ‘เครือมติชน’ จึงเดินหน้าสานต่อส่งมอบความสุขผ่านเสียงเพลงในช่วงท้ายปี 2567 ผ่านการจัดงาน FEED MUSIC 2024 ซึ่งมาในธีม Green Fest ขับเน้นไฮไลต์ของบรรยากาศการแสดงดนตรีในสวน จากศิลปิน 4 วง 4 สไตล์ ที่ผลงานมีคุณภาพและมีฐานแฟนเพลงเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ YONLAPA, วงนั่งเล่น, Street Funk Rollers และ ปราโมทย์ วิเลปะนะ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายของเดือนธันวาคม ยึดโยงเข้ากับกิจกรรมทอล์กในประเด็นรักษ์โลก โดยมี 2 กูรูตัวจริง ที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในฐานะ ‘รุกขกร’ มืออาชีพ กล่าวในหัวข้อ ‘เมืองสีเขียว บทบาทของต้นไม้ในการสร้างสมดุลให้กับชีวิต’ และ มารีญา พูลเลิศลาภ Miss Universe Thailand 2017 นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ ‘พลังเล็กๆ การเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องโลก’

เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนหลากหลายช่วงวัย รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินเท้าเข้ามาร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยเข้ามาเลือกซื้ออาหารร้านดัง พร้อมนั่งจับกลุ่มทานอาหาร ซึ่งมาทั้งเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน ตลอดจนคู่รัก

บรรยากาศเวลา 17.00 น. เข้าสู่ช่วง Talk ในหัวข้อ “พลังเล็กๆ การเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องโลก” โดย น.ส.มารีญา พูลเลิศลาภ Miss Universe Thailand ปี 2017 นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม และผู้ผลักดันแนวคิด “One Health” การเชื่อมโยงระหว่าง สุขภาพคน สัตว์ และ สิ่งแวดล้อม มาร่วมกล่าวในหัวข้อ ‘พลังเล็กๆ การเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องโลก’ เมื่อโลกอยู่ในขั้นวิกฤต มนุษย์จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพลังเล็กๆ ของเราจะช่วยโลกเปลี่ยนแปลงโลกให้ยั่งยืนได้อย่างไร

ในตอนหนึ่ง น.ส.มารีญากล่าวว่า น้ำท่วม คือผลกระทบล่าสุดที่เห็นได้ชัด ซึ่ง Climate Change มันแปลว่า ภาวะกำลังรวน สิ่งที่เราเจอมันจะถีบขึ้น แรงขึ้น เราทุกคนเริ่มสัมผัสแล้ว อย่างน้อยเราเห็นในข่าวว่ามันเอฟเฟกต์เรา

ถ้าเรายังมีการใช้ชีวิตแบบเดิม จะยังเจอแบบเดิมและหนักกว่าเดิมแน่นอน ?

น.ส.มารีญากล่าวว่า แค่เราเป็นหวัด อุณหภูมิเพิ่มขึ้นแต่ 1-2 องศา ระบบร่างกายก็รวนแล้ว ไม่ต่างจากโลกที่อุณหภูมิสูงขึ้น เราเห็นชัดเจนปีนี้ในเรื่อง ‘ปะการัง’ เราเห็นในข่าวทั้ง ปะการังฟอกขาวเยอะมากและตายเยอะด้วย ซึ่งปะการังมันอาจจะฟื้นตัวเองได้ แต่เราจะอยู่ได้หรือเปล่า นี่คือคำถาม นอกจากนี้ เราต้องปรับการปลูกของเราด้วย ในเรื่องระบบอาหาร ก็เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับทุกคน

อากาศปีนี้ไม่ค่อยหนาว ค่อนข้างร้อน หรือโลกเปลี่ยนแล้วจริงๆ ?

น.ส.มารีญากล่าวว่า เราอยู่ในวงการ นี้รู้สึกห่อเหี่ยว โลกแย่ลง เราก็คิดว่าพอจะทำอะไรได้ไหม แต่ไม่อยากให้กลัว อยากให้ทุกคนมีความหวัง มันเกี่ยวกับมายเซตของเรา ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงจริง

เราอาจจะคิดว่า เราจะมีกำลัง มีอิมแพคไหม แต่อยากบอกว่าเราคือประชาชน เราไม่ใช่ผู้บริโภคมาก่อน การเป็น ‘คน’ มาก่อนการเป็น ‘สังคม’ ดังนั้นการเปลี่ยนที่อิมแพคมาก คือการเปลี่ยนมายด์เซต รอบหน้าเวลาเราไปซื้ออะไร หรือเห็นโฆษณาอะไร ลองคิดก่อนว่า เราคือประชาชน ไม่ใช่ผู้บริโภค การบริโภคเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้มันแรงขึ้น

“ก่อนที่เราไปซื้อเสื้อผ้า ลองคิดดูว่าจำเป็นไหมที่ต้องซื้อชิ้นนี้ รู้จักใครที่ยืมได้ หรือแลกกันใส่ไหม รวมถึง อาจจะให้ของเป็นให้ต้นไม้แทน หรือลองซื้อของที่ไม่มีแพกเกจกจิ้ง เป็นต้น

เสื้อผ้ามือสอง ก็เป็นส่วนหนึ่ง มารีญา ลองเขียนดูว่า ถ้าเราเปรียบเหมือน ‘ช้างเอเชีย’ จะเป็นช้างเอเชียกี่ตัว ที่อยู่ในพื้นที่ทิ้ง คือ 23 ล้านตัว โลกนี้ไม่จำเป็นต้องผลิตเสื้อผ้าใหม่แล้ว เรามีเสื้อผ้าเยอะเพียงพอแล้ว แต่อาจจะต้องคิดระบบใหม่ ในการ Cycle

ตอนนี้มีเทรนด์การสวอป (Swap) (แลกกันใส่) อาจจะลองคิดว่า มันเป็นเสื้อผ้าที่ถูกคัดเลือกมาแล้ว มันอาจจะมีสไตล์และสตอรี่เฉพาะตัว”

“มารีญาจะลองคิดดูว่า ‘เราไม่ซื้อตัวนี้ จะตายหรือเปล่า’ ในเรื่องการเปลี่ยน เป็นอะไรที่ยาก อาจจะต้องเข้าใจถึงเหตุผล เป้าหมายในการเปลี่ยน แรงจูงใจจะมีมากขึ้น เช่น ตอนที่เปลี่ยนมาทานแพลนท์เบส เราเปลี่ยนมากินมังสวิรัติ เรารู้สึกแปลกแยกจากกลุ่มเพื่อน ตอนนี้ก็เลยหากลุ่มคนที่กินเหมือนเรา เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงก็ง่ายขึ้น เพราะเรามีเจตนาเดียวกัน” น.ส.มารีญากล่าว

เมื่อถามว่า คอมมูนิตี้ มีเยอะมากในปัจจุบัน มันช่วยขยายควมสนใจในวงกว้างได้ด้วย?

น.ส.มารีญากล่าวว่า การที่เราหากลุ่มเพื่อน หา documentary ที่จูงใจ ดูหนังเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ทำให้การเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องง่ายขึ้น

เมื่อถามว่า อะไรที่ ‘มารีญา’ ทำบ้างแล้วในกิจวัตรประจำวัน แล้วอยากแนะนำ ?

น.ส.มารีญาเผยว่า หลักๆ เลย คือเลือกสิ่งที่เรากิน มันอิมแพคเยอะมาก การเลือกพลังงานทดแทน เลือก ‘สิ่งที่อยู่บนจานเรา’ มันมีอิมแพคเยอะมาก เกี่ยวกับมายเซตล้วนๆ สิ่งที่ยั่งยืนที่สุด คือ ‘สิ่งที่มีอยู่แล้ว’ ซ่อมแซมได้ และมันคือภูมิปัญญาไทยจริงๆ อยากให้ ลองเข้าไปเรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่อยู่ในป่าดู

“สิ่งที่เราสร้างทั้งหมดอยู่ในธรรมชาติ คำตอบมันอยู่ในนั้นแล้ว สิ่งที่ทำให้มารีญา มีความสุขในชีวิตมากขึ้น คือหันกลับไปมองธรรมชาติ”

จากคำตอบ ชวนให้นึกถึงหลักคิดแบบ ‘เซน’ อิงไปกับธรรมชาติ ชีวิตคนเราในปัจจุบันทุกข์ เครียดก็เพราะเราไม่ไปตามธรรมชาติ ถ้าอยู่ร่วมกันได้ มันจะเกื้อหนุนกัน ?

น.ส.มารีญากล่าวว่า ใช่เลย ในการบำบัดทางใจ (mental) วิธีส่วนตัวของเรา คือ การที่เราเห็นสีเขียว ทำให้จิตใจเราสบายใจขึ้น ‘การอาบป่า’ ที่ปัจจุบันได้รับความนิยม มีคอร์สเกิดขึ้นมากมาย นั้น เรามองว่า ’การอาบป่า‘ เป็นเรื่องพิเศษ ทั่งที่ควรจะเป็นเรื่องปกติ เราอยู่ในเมือง ก็หาช่องทางเหล่านี้ หาบาลานซ์ให้ตัวเองได้

พูดแบบนี้แสดงว่า อยากให้ กทม. มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ?

น.ส.มารีญากล่าวว่า ใช่ เพราะเราทำสวนได้ดีมาก

“มารีญา ชอบไปสวนเบญจกิติมาก ทำได้ดีมาก มีนกฮูก มีค้างคาวด้วย มีดอกไม้-ต้นไม้ในสวนสวย ถ้าเรามีพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงธรรมชาติได้ น่าจะดี สามารถเดินไปสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ สังเกตได้เลยว่าเวลาเข้าไปอยู่ในธรรมชาติ อุณหภูมิร่างกายจะลดลง 1-2 องศาฯ เลย” น.ส.มารีญาเผย

น.ส.มารีญาเผยด้วยว่า บ้านของตนอยู่ที่ ประเทศสวีเดน ที่บ้านพื้นที่สีเขียวเยอะเหมือนกัน แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่ขาดพื้นที่สีเขียวเยอะ กระทั่งผู้คนเริ่มเรียนรู้ว่าสำคัญ ก็ช่วยกันให้พื้นที่สีเขียวกลับมา

น.ส.มารีญากล่าวด้วยว่า ที่ตึกของมารีญาจะแยกขยะเป็น เปียก-แห้ง อะไรที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เราก็หาที่ทาง ที่เขารับบริจาค ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรทำ

“ในฐานะที่เรา Work so hard for… เวลาเราซื้ออะไรก็ตาม เรากำลังสนับสนุนสิ่งนั้น แล้วสิ่งที่เรากำลังสนับสนุนคือบริษัทนั้น เราอาจจะทำรีเสิร์ชเพิ่มขึ้นว่า สิ่งที่ซื้อ มีกระบวนการเป็นอย่างไร เรากำลังสนับสนุนอะไรอยู่ มันคือการโหวต มันคือพลังอย่างหนึ่งที่เรามีได้ เช่น อาจจะสนับสนุนบริษัทที่เปิดเผยข้อมูล แสดงความโปร่งใส” น.ส.มารีญากล่าว และว่า

อย่างเรื่อง ’ไข่ไก่‘ มันจะมีคำว่า Cage Free (คาร์บอนนิวทรัล) คือไม่ได้อยู่ในกรง แต่ก็อาจจะไม่ได้ถูกเลี้ยงในกรง แต่ก็อยู่ระบบปิด อาจจะต้องดูคำว่า Free-range อะไรที่เราซื้อซ้ำๆ ลองดูว่าสิว่า สิ่งเราซื้อมันเป็นอย่างไร

ถ้าลองเริ่ม ดูฉลาก เริ่มอ่าน เราจะเห็นอะไรคล้ายๆ กัน ถ้าเราเริ่มมันจะง่าย อย่างน้อยอ่านฉลาก ถ้ามีคำอะไรที่เราไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรใช้ด้วยซ้ำ เพราะบางอย่างก่อมะเร็ง

“อย่าง fragrance หรือ perfume ถ้าเขาไม่ได้ระบุว่ากลิ่นนี้มาจาก Essential Oil มันก่อมะเร็งได้ สำหรับผู้บริโภคคนนึงมันอันตราย เพราะเราใช้ทุกวัน ลองพลิกฉลาก มันอาจจะฟังดูจุกจิก แต่ถ้าเราใช้เวลานิดเดียวตอนนี้ เราจะใช้เวลาป่วยน้อยลงในอนาคต อาจจะเติมเงินลงไปอีกไม่กี่บาท แต่ในอนาคต สิ่งที่เราจ่ายจะน้อยลง”

“เราอยากมีความสุขที่ลิงก์กับสุขภาพที่ดี ในชีวิตเรามีอะไรที่สำคัญบ้าง เราเขียนบนกระดาษ แล้วบอกตัวเองว่า จะใช้ชีวิตที่รีไล (Rely) กับแวลู่นี้ สอดคล้องกับที่เราเขียนไป มีเรื่องครอบครัว สุขภาพ sustainability สัตว์ เพราะเรารักสัตว์ ทุกสิ่งที่เราทำต้องไม่กระทบกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการรับงานด้วย”

“ตอนแรกลำบากมาก เพราะมาจากอุตสาหกรรมแฟชั่น ฟาสต์แฟชั่น มีปัญหาค่อนข้างหนักกับสิ่งแวดล้อม ต้องเลือกอย่างมาก ว่าบริษัทที่ทำ มีวิสัยทัศน์อะไร ใช้วัสดุอะไร ฯลฯ พอทำไปเรื่อยๆ เราชัดเจนในแบรนดิ้งของเรา

เนื่องจากตอนนี้คนสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คนก็หันมาปรึกษา เราสามารถทำงานกับแบรนด์ในออปชั่นอื่นได้ มันคุ้ม เพราะตรงกับแวลู่ของเรา ตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะ โชคดีมากที่คนรอบข้าง แคร์สิ่งที่เราแคร์ มันก็ช่วยสร้างพลังให้กันและกัน“ น.ส.มารีญากล่าว

น.ส.มารีญากล่าวต่อว่า จากเรื่องปะการัง ก็หันมาสนใจ ‘พลังงาน’ เพราะเป็นเรื่องที่สร้างก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด เป็นจุดบุกเบิกของมูลนิธิ Solar for solar

ประเทศไทยของเรา เป็นพื้นที่ที่ดีมากสำหรับโซลาร์เซลล์ ได้รับแดดทั้งวัน การที่เปลี่ยนมาใช้โซลาร์ ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้เยอะมาก เพราะมาจากพลังงานเป็นส่วนใหญ่ หลายที่ยังไม่สามารถลงทุนในบ้านของเขา เราก็เลยตั้งมูลนิธินี้ขึ้นมา เพื่อซัพพอร์ต ทั้งโรงเรียน ชุมชน โรงพยาบาล

“อยากเข้าไปช่วยซัพพอร์ตมูลนิธิ ที่มีค่าใช้จ่ายเยอะอยู่แล้ว เช่น โรงเรียน เอาเงินส่วนนี้ไปจ้างครูเพิ่ม หรือทำอาหารกลางวันของเด็กให้ดีขึ้น ขอฝากทุกคน ช่วยติดตาม Solar for solar ในเฟซบุ๊กด้วย เป้าหมาย อยากไปทุกที่ที่มีหลังคา”น.ส.มารีญาเผย

ภาพที่สะพายกระเป๋า ที่ทำจากขยะ ใช้จริงหรือรณรงค์?

น.ส.มารีญาเผยว่า เราไม่ได้ใช้กระเป๋านี้ในชีวิตประจำวัน แค่อยากให้คนเห็นว่า คนๆ หนึ่ง สร้างขยะแค่ไหน ขยะที่ใส่ในกระเป๋ามาจากแค่ 2 สัปดาห์

“กระเป๋า เต็มไปด้วยขยะ ทุกอย่างที่เรากิน ใช้ แทนที่เราทิ้งแล้วหายจากตาเราไป ก็เลยเก็บไว้ เพื่อให้เห็นปริมาณที่เราใช้ You are what you trash มีคนจอยด้วย เขาก็ช็อกว่า ขยะภายในไม่กี่วันมันมากขนาดนั้น รู้เลยว่า เราต้องกินขนมน้อยลงแล้ว (หัวเราะ)” น.ส.มารีญาเผย

นอกเหนือจากตัวเรา ภาครัฐก็สำคัญ ระดับภาครัฐควรจะมีอะไรที่ออกมาซัพพอร์ต ให้ชีวิตดีมากขึ้นใตมุมนี้ ?

น.ส.มารีญากล่าวว่า การที่เราสามารถมีส่วนร่วมได้ เป็นอะไรไม่สำคัญ สิ่งแรกที่ประสบกัน คือ อากาศ

“พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต้องมา ควรจะเป็นวาระหลัก เพราะการที่เราสูดสิ่งนี้เข้าไป มันอยู่ในเส้นเลือด สมอง เอฟเฟกต์กันเราโดยตรง มารีญา ทำเรื่องนี้มาหลายปี ภาคเหนือต้องใช้เครื่องฟอกอากาศ แต่มันไม่ควรจะเป็นชีวิตของเรา เด็กๆ ควรได้ออกมาเล่น ไม่ใช่หมกอยู่ในห้อง

การที่สูดฝุ่นเข้าไป มันลดไอคิวเราได้ คนที่จะมาเป็นบุคคลลากรสำคัญของชาติ ต้องสูดฝุ่น เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ ฝุ่น PM 2.5 มาจากไร่ข้าวโพดเป็นส่วนใหญ่ ในการทำอาหารสัตว์ ถ้าไม่มีคนซื้อ เขาก็ไม่ขาย” น.ส.มารีญากล่าว

‘กฎหมายเกี่ยวกับขยะ’ เราควรต้องมีไหม อย่างในต่างประเทศ ไม่คัดแยก มีปรับ ?

น.ส.มารีญากล่าวว่า ถ้าเราหันกลับไป ผู้ผลิต ควรจะมีความรับผิดชอบเรื่องนี้ EPR รวมถึง พื้นที่สีเขียว

เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงคนไทย ?

น.ส.มารีญากล่าวว่า อยากให้เราเข้าใจว่าเราเป็นคนหนึ่งในสังคม เราเป็นพลโลก ไม่ใช่ผู้บริโภค แค่ลองคิดแบบนี้ มันสามารถเปลี่ยนแปลงการบริโภค และการใช้ชีวิตของเรา มันมีพลังมากที่สุด

“ถ้าเรามีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลง เป็นโมทิเวชั่น ความสุขของเรา ครอบครัว ต้องกล้าที่จะไปถามเขา ลองไปกินเจกันไหม สร้างกลุ่มของเรา จะทำให้ชีวิตของเราลื่นขึ้น เป็น positive energy ลองกล้าที่จะ express ความอยากของเรา อยากมีน้ำ อากาศ ที่ดี” น.ส.มารีญากล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มารีญา ลั่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต้องมา อึ้ง! เสื้อผ้าทำพิษ สร้างขยะเท่า ช้าง 23 ล้านตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...