โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"กลยุทธ์การทำ Triangular Arbitrage ผ่าน Currency Futures"

Thairath Money

อัพเดต 03 ม.ค. 2568 เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2568 เวลา 01.00 น.
ภาพไฮไลต์

การค้นพบจังหวะในการทำ Arbitrage ในชีวิตนักเทรดนั้นไม่ต่างจากการได้ลุ้นรางวัลใหญ่ หรือเหมือนการถูกรางวัลลอตเตอรี่ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเมื่อใดที่ความผิดปกติของราคาหลักทรัพย์จะเกิดขึ้นและจะอยู่ได้นานแค่ไหน เมื่อช่วงเวลานั้นมาถึง นักเทรดต้องพร้อมตัดสินใจทันที

โดยการซื้อสินค้าที่พบว่าราคาถูกผิดปกติ และขายสินค้านั้นในราคาตลาดปกติ หรือ หากพบว่าสินค้าราคาแพงกว่าปกติก็สามารถขายสินค้านั้นไปก่อน แล้วจึงซื้อกลับคืนในราคาตลาดปกติ การทำ Arbitrage จึงไม่เพียงแต่เกี่ยวกับการใช้โอกาสในการหาผลกำไรที่ปราศจากความเสี่ยง แต่ยังสะท้อนถึงความรวดเร็วในการตัดสินใจ และความเข้าใจลึกซึ้งในโครงสร้างตลาด

โดยผลตอบแทนที่ได้คือ ส่วนต่างของราคาของทั้งสองตลาด และเป็นผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง ซึ่งปกติแล้วความผิดปกติของราคาจะเกิดขึ้นในตลาดที่ไม่ Efficient หรือเกิด Information Asymmetry ทำให้ราคาในตลาดเปลี่ยนแปลงช้ากว่าที่ควรจะเป็น

กลยุทธ์ Arbitrage นั้นสามารถทำได้ผ่านสินค้าที่มีการเทรดในตลาดได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ ยางพารา หุ้น และ Options รวมไปถึงค่าเงินระหว่างประเทศ

ถ้ากล่าวถึงการทำ Arbitrage รู้หรือไม่ว่าสามารถแยกลักษณะ Arbitrage ได้หลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่าง เช่น

Merger Arbitrage เกิดขึ้นเมื่อ บริษัท A ประกาศที่จะควบรวมกับบริษัท B และบริษัท A ได้ประกาศราคารับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นของบริษัท B ซึ่งปกติบริษัท A จะมักจะจ่ายที่ราคาสูงกว่าราคาตลาด ณ วันที่ประกาศ ทำให้เกิดส่วนต่างของราคา และนักเทรดสามารถใช้จังหวะนี้ในการเข้าทำกลยุทธ์ได้

Spatial Arbitrage คือการซื้อสินค้าจากประเทศหนึ่งในราคาที่ถูกกว่าและนำไปขายในอีกประเทศหนึ่งในราคาที่แพงกว่า สำหรับตัวอย่างเคยที่เกิดขึ้นจริงในปี 2017 คือ นักเทรด Bitcoin (BTCUSD) ค้นพบว่าราคา BTCUSD ในตลาดสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ราว $19,000 ในขณะที่ในตลาดเกาหลีใต้ BTCUSD มีราคาที่สูงถึง $22,000 นักเทรดจึงใช้กลยุทธ์ Arbitrage โดยซื้อ BTCUSD จากตลาดสหรัฐฯ และไปขายในตลาดเกาหลีใต้ในทันที และได้กำไรจากส่วนต่างราคาถึง $3,000 ต่อ 1 BTCUSD ซึ่งการทำ Arbitrageในครั้งนั้นโด่งดังมาก จนกระทั่งมีชื่อเรียกว่า Kimchi Premium

Market Microstructure Arbitrage คือการทำ Arbitrage จากตลาดที่ไม่ Efficient ทำให้มีการรับรู้ข้อมูลที่ล่าช้า ทำให้นักเทรดที่สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ รีบเข้ามาสร้างกลยุทธ์ เพื่อทำกำไรจากโอกาสนี้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะใช้ Algorithms มาช่วยในการค้นหาโอกาสเหล่านี้

นอกจากการเทรดหลักทรัพย์ปกติแล้ว สินค้า Futures ที่อ้างอิงกับหลักทรัพย์ก็มีโอกาสที่จะค้นพบโอกาสในการทำ Arbitrage ได้ แต่สำหรับสิ่งที่ต่างออกไปคือ เมื่อดำเนินการแล้ว จะต้องรอจนกว่าสัญญา Futures นั้นจะหมดอายุ ซึ่งราคา Settlement จะเป็นราคาที่จุดสมดุล ทำให้เราได้กำไรจากสถานะที่เราเปิดเอาไว้นั่นเอง

หากกล่าวถึงการจัดกลยุทธ์ Arbitrage ในประเทศไทย นั้น TFEX ถือเป็นตลาดซื้อขายสินค้า Futures หนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากมีการกำกับดูแลที่ดีจาก กลต. และมีสำนักหักบัญชีที่ป้องกันการเกิดความเสี่ยงของการผิดนัดชำระได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ TFEX ได้ออกสินค้า Futures ใหม่ ที่อ้างอิง EURTHB และ JPYTHB ทำให้การทำ Arbitrage ผ่าน 3 สกุลเงินนั้นเป็นไปได้

สมมติ นักเทรด A กำลังสำรวจตลาดเพื่อเตรียมเทรด สังเกตเห็นอัตราแลกเปลี่ยนของ 3 Currency Futures เป็นดังนี้ JPYH25 = 22.15 บาทต่อหนึ่งร้อยเยน, USDJPYH25 = 150 เยนต่อดอลลาร์ และ USDH25 = 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ตามสมการด้านล่าง

33.50 > (22.15/100) x 150.00

พบว่าความสัมพันธ์ไม่เป็นไปตามสมการ เนื่องจากค่าเงินเยนถูกผิดปกติ จึงเข้าไปสร้างกลยุทธ์ Arbitrage โดยทำการ Short ฝั่งที่มากกว่า และ Long ฝั่งที่น้อยกว่า ดังนี้ 1. Long JPYH25 2. Long USDJPYH25 3. Short USDH25 โดยเปิดสัญญา Futures ทั้ง 3 ในเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งในวันหมดอายุของสัญญา ค่าเงินทั้ง 3 จะมีความสัมพันธ์เป็นไปตามสมการข้างต้น

นาย A สามารถสร้างกลยุทธ์ได้โดยมีแนวทางคือ ทำให้มูลค่าสัญญาของทั้ง 3 อัตราแลกเปลี่ยนเท่ากัน หรือใกล้เคียงมากที่สุด จากนั้นทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

1. เปิดสถานะ Long JPYH25 จำนวน 47 สัญญาที่ราคา 22.15 บาทต่อหนึ่งร้อยเยน

(มูลค่าสัญญา = 47 x 22.15 x (100,000/100) = 1,041,050 บาท)

2. พร้อมกับ Long USDJPYH25 จำนวน 23 สัญญา ที่ราคา 150 เยนต่อดอลลาร์

(มูลค่าสัญญา = 23 x 150.00 x 300 = 1,035,000 บาท)

3. พร้อมกับ Short USDH25 จำนวน 31 สัญญา ที่ราคา 33.50 บาทต่อดอลลาร์

(มูลค่าสัญญา = 31 x 33.50 x 1,000 = 1,038,500 บาท)

นักเทรด A ถือทั้ง 3 สถานะจนกระทั่งถึงวันหมดอายุสัญญา ณ วันที่ 28 มี.ค. 2025 สมมติว่าในวันหมดอายุของสัญญา ราคา Settlement ของแต่ละค่าเงินแต่ละสัญญาเป็นดังนี้

JPYH25 = 21.25 เยนต่อดอลลาร์

USDJPYH25 = 160.00 เยนต่อดอลลาร์

USDH25 = 34.00 บาทต่อดอลลาร์

จะได้ผลกำไร (ขาดทุน) ดังนี้ (21.25 – 22.15) x 47 x (100,000/100) + (160.00 – 150.00) x 23 x 300 + (33.50-34.00) x 31 x 1000 = (-42,300) + 69,000 + (-15,500) = 11,200 บาท

หักค่าคอมมิชชั่นตามประกาศ TFEX เท่ากับ 10.1 บาทต่อสัญญา x 1.07 x (47 +23+31 สัญญา) x 2 = 2,183 บาท

ดังนั้น นักเทรด A เหลือกำไรสุทธิจากกลยุทธ์ Triangular Arbitrage เท่ากับ 11,200 – 2,183 = 9,017 บาท ซึ่งเป็นกำไรที่ปราศจากความเสี่ยง

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าการทำ Triangular Arbitrage ผ่าน Currency นั้นมีความซับซ้อนและ ต้องมีการเตรียมความพร้อมทางด้านกลยุทธ์เอาไว้ก่อนที่จะโอกาสนั้นจะมาถึง โดยจุดมุ่งหมายในวันนี้ เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจถึงกระบวนการทำ Arbitrage ว่าสามารถทำได้อย่างไร ในอนาคตจะได้ไม่พลาดโอกาสในสร้างกำไรที่เข้ามา นอกจากนี้ ท่านยังสามารถนำ AI หรือการเขียน Algorithms เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาความผิดปกติของราคาได้เช่นกัน

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...