โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์ เล็งพิจารณาแก้ “แผนภาษีศุลกากร” ครั้งสำคัญ มุ่งเก็บเฉพาะสินค้า-บริการบางประเภท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 22.12 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 15.12 น.

ทรัมป์ เล็งพิจารณาแก้ "แผนภาษีศุลกากร" ครั้งสำคัญ ยังคงเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศต่างๆ แต่มุ่งเฉพาะสินค้า-บริการบางประเภท

วันที่ 6 มกราคม 2568 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ กำลังพิจารณาแผนที่จะยังคงเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศต่างๆ ทุกประเทศ แต่จะเน้นเฉพาะสินค้าและบริการบางประเภทเท่านั้น ตามรายงานของวอชิงตันโพสต์

โดยแนวทางใหม่ในการเก็บภาษีศุลกากรนั้นอาจจะไม่ทรงพลังเท่ากับแนวคิดก่อนหน้านี้ของทรัมป์ แต่ก็ยังคงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อการค้าโลก

รายงานดังกล่าวออกมาท่ามกลางความกังวลว่าการที่ประธานาธิบดีคนใหม่ยืนกรานที่จะจัดเก็บภาษีศุลกากรสากล 10% หรือ 20% และมุ่งเป้าไปที่จีนและเม็กซิโกโดยเฉพาะนั้นจะส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง

ในช่วงดำรงตำแหน่งวาระแรกของทรัมป์ ภาษีนำเข้าสินค้าหลากหลายประเภทไม่ได้ช่วยปรับราคาขึ้นมากนัก และในความเป็นจริง ภาษีเหล่านี้ยังคงมีผลบังคับใช้เมื่อโจ ไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่าสถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างไป และภาษีศุลกากรที่เข้มงวดยิ่งขึ้นอาจส่งผลกระทบมากขึ้น

รายงานระบุอีกว่ายังไม่ชัดเจนว่าภาคส่วนใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากแผนดังกล่าว แม้ว่าการหารือในระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่โลหะอุตสาหกรรมต่างๆ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และพลังงานก็ตาม

อนึ่งสหรัฐมีการขาดดุลการค้า 74,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19

อ้างอิง : https://www.cnbc.com/2025/01/06/trump-reportedly-considering-important-alteration-to-tariff-plans.html?__source=iosappshare%7Cjp.naver.line.Share

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...