โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผู้การตรัง เผยสำนวนคดี ฟิล์ม-พี่ชาย ถูกแจ้งความหลอกลงทุน สูญ 62 ล้าน 4 ปีก่อน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 พ.ย. 2567 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2567 เวลา 01.52 น.

ผู้การตรัง เผยสำนวนคดี ฟิล์ม-พี่ชาย ถูกแจ้งความหลอกลงทุน สูญ 62 ล้าน 4 ปีก่อน

จากกรณีเหตุการณ์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ ในกรณีคลิปเสียงนักร้องหนุ่มรีดเงิน 20 ล้าน จากบอสดิไอคอนกรุ๊ป ที่ ฟิล์ม รัฐภูมิ นักร้องชื่อดัง ออกมายอมรับว่าเป็นเสียงของตัวเองจริง นอกจากนี้ อี้ แทนคุณ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ยังได้ออกมาแฉเพิ่มอีกว่า นอกจากประเด็น 20 ล้านบาทแล้ว ยังมีอีกประเด็นคือ การหลอกลงทุนชาวจังหวัดตรัง มูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท แต่ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมกับเผยว่านักตบทรัพย์ชายรายนี้มีพฤติกรรมหลอกลวงให้คนลงทุน โดยผู้เสียหายได้มีการเข้าแจ้งความเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฟิล์ม รัฐภูมิ ได้เปิดใจผ่านรายการลุยชนข่าว ของช่อง 8 ถึงประเด็นปมเงิน 60 ล้าน ว่าไม่เกี่ยวข้องกับตน โดยเป็นธุรกิจที่พี่ชายของนายฟิล์ม รัฐภูมิ ไปทำกันเองแล้วโดนเพื่อนโกง ซึ่งพี่ชายก็รับภาระหนี้มาในส่วนส่วนหนึ่ง จากนั้นคดีก็ถูกส่งไปที่พนักงานสอบสวนและมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง จากนั้นพอไปถึงชั้นอัยการก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเช่นกัน

ล่าสุด พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคุณฟิล์ม รัฐภูมิ ที่มีกระแสดังอยู่ในขณะนี้ ปรากฏว่ามีผู้เสียหายเป็นหญิงชาวพื้นที่จังหวัดตรังเพียงคนเดียวที่มาแจ้งความ เป็นเคสที่เกิดตั้งแต่ปี 2563 ก่อนที่ตนเองจะมารับตำแหน่ง ซึ่งหลังจากปรากฏเป็นข่าว ตนได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดคดีนี้

ปรากฏว่าได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงชาวจังหวัดตรังมาแจ้งความร้องทุกข์ มอบคดีกับพนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองตรัง ไว้เมื่อเดือนมกราคม ปี 2563 เพื่อให้ดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหามีจำนวน 6 คน ในจำนวน 6 คนนี้มีพี่ชายของนายฟิล์ม รัฐภูมิ และตัวฟิล์ม รัฐภูมิด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนในขณะนั้นได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดี มีการสอบสวนปากคำไปเรียบร้อย

สำหรับมูลค่าความเสียหายที่ผู้เสียหายแจ้งว่าได้ถูกฉ้อโกงไปประมาณ 62 ล้านบาทเศษ โดยลักษณะของการหลอกให้ลงทุนสกุลเงินสกุลหนึ่ง โดยจะได้รับผลตอบแทนที่มีมูลค่าสูงหลายเท่า แต่หลังจากที่ลงทุนไปแล้วปรากฏว่าไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คุยกันไว้ ก็เลยมาร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวน

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าวอีกว่า ที่พนักงานสอบสวนได้สอบสวนปากคำไปตามลำดับก็ได้มีการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 รายมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ในจำนวน 6 รายที่ถูกกล่าวหา มีเพียง 1 รายที่มาพบพนักงานสอบสวนและได้รับทราบข้อกล่าวหา คือพี่ชายของนายฟิล์ม โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาเป็นเรื่องฉ้อโกง หลังจากนั้นก็มีการผัดฟ้อง ซึ่งคดีฉ้อโกงจะต้องมีการผัดฟ้อง มีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการอยู่ ฟ้องไปจนกระทั่งใกล้จะครบระยะเวลาในการผัดฟ้องแล้ว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหารายอื่นก็ยังไม่มาพบ ด้วยเงื่อนเวลาที่จำกัดพนักงานสอบสวนเลยมีความเห็นทางคดีสั่งฟ้อง เฉพาะผู้ต้องหารายแรก คือพี่ชายนายฟิล์มที่มารับทราบข้อหาไปก่อน และส่งสำนวนคดีให้อัยการเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2563

ตำรวจเร่งทำคดีในปีเดียวกัน หลังจากที่ส่งสำนวนให้อัยการไปไม่นาน ไม่เกิน 1 เดือน อัยการก็ส่งสำนวนคืนกลับมาให้พนักงานสอบสวนพิจารณามีความเห็นในส่วนของผู้ถูกกล่าวหารายอื่นให้ครบถ้วนไปในคราวเดียวกันด้วย หมายความว่า ที่ผู้เสียหายแจ้งความมอบคดีไว้ประมาณ 6 คน ตอนนี้พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องไปเพียงแค่รายเดียว ก็ให้พนักงานสอบสวนมาพิจารณามีความเห็นทั้ง 6 คนเลยว่าจะสั่งฟ้องหรือจะอย่างไร

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าวว่า หลังจากได้สำนวนจากทางอัยการคืน พี่ชายนายฟิล์มที่ถูกสั่งฟ้องไปแล้วได้ให้ทนายความมายื่นพยานหลักฐาน โดยเป็นพยานหลักฐานระบุการที่ผู้เสียหายได้มีการมอบหมายบุคคลหนึ่งไปพูดคุยติดตามทวงเงินคืนจากกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา โดยผู้เสียหายมอบหมายให้บุคคลคนนี้ไปทวงเงินมาก่อนและเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2562 และอ้างว่าผู้เสียหายรับทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ดังนั้นผู้เสียหายมาร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนในเดือนมกราคม 2563 ทนายฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาจึงแย้งว่าถือว่าเกินระยะเวลาในการร้องทุกข์มอบคดี เป็นเหตุให้คดีขาดอายุความในการร้องทุกข์ตั้งแต่แรก เนื่องจากอายุความร้องทุกข์ฐานถูกฉ้อโกงตามหลักกฎหมายจะต้องแจ้งความดําเนินคดีภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่ทราบเรื่องและรู้ตัวผู้หลอก เมื่อมีหลักฐานปรากฏดังกล่าวตำรวจก็เลยทำการสอบสวนในประเด็นนี้ โดยได้เรียกพยานในการทวงเงินดังกล่าว พบว่าได้มีการพูดคุยเจรจากัน ก็เป็นที่มาที่ผู้เสียหายทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว และได้มีการสอบสวนปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม

“สุดท้ายพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวน และมีความเห็นทางคดี 6 รายที่ถูกกล่าวหา โดยเห็นว่าคดีขาดอายุความในการร้องทุกข์ ประกอบกับในระหว่างนั้นผู้เสียหายเองก็ได้มาถอนคำร้องทุกข์ในบางราย โดยมาถอนไป 3 ราย ซึ่งเป็นในระดับโปรแกรมเมอร์เขียนระบบในการเทรด และอ้างว่าได้รับการชดใช้ในบางส่วนแล้วจากผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 รายแล้ว มีเจตนาที่จะรับผิดชอบ พอเห็นว่าเงินที่พี่ชายคุณฟิล์มไปพูดคุยและได้เงินมา ไม่ได้นำมาลงทุน หรือมาทำโปรแกรมอะไรนี้จริงๆ ทางโปรแกรมเมอร์ก็คืนเงินเท่าที่สามารถคืนได้ ทำให้ผู้เสียหายพอใจ ก็เลยถอนคำร้องทุกข์ใน 3 รายนี้ แต่ยังดำเนินคดีเพียงแค่ 3 รายเท่านั้น คือพี่ชายนายฟิล์มและตัวนายฟิล์ม แต่ในสำนวนสุดท้ายสรุปสำนวนสั่งไม่ฟ้อง โดยอ้างเหตุขาดอายุความ จากนั้นตำรวจได้ส่งเรื่องกลับไปให้กับพนักงานอัยการภาค 9 พิจารณาต่อว่าเห็นควรหรือจะสั่งเพิ่มเติมมาอย่างไร นับตั้งแต่นั้นสำนวนก็ไปอยู่ที่พนักงานอัยการ ปัจจุบันยังก็ไม่มีคำสั่งจากพนักงานอัยการมาว่าจะให้สอบเพิ่มเติม หรือมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หรือไม่อย่างไร” พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าว

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าวว่า ในประเด็นของการขาดอายุความในการร้องทุกข์มอบคดี เนื่องจากว่าคดีฉ้อโกงเป็นคดีต่อส่วนตัว ซึ่งตามกฎหมายกำหนดอายุความในการร้องทุกข์มอบคดีให้กับพนักงานสอบสวนไปดำเนินคดีจะต้องไม่เกินระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องของการทำกระทำความผิดนี้ ดังนั้นถ้าหากว่ากรณีนี้ ผู้เสียหายทราบเรื่องการกระทำความผิดนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2562 ก็ควรจะต้องมาร้องทุกข์มอบคดีให้กับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีไม่เกินสิ้นปี 2562 หรือไม่เกินระยะเวลา 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องของการกระทำความผิดเกิดขึ้น เมื่อปรากฏว่ามาร้องทุกข์ในเดือนมกราคมปี 2563 ทำให้เกินระยะเวลาในการร้องทุกข์ คือเกินระยะเวลา 3 เดือน เป็นเหตุให้คดีนี้ขาดอายุความ ไม่สามารถที่จะดำเนินคดีได้ตามข้อกฎหมาย

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าวว่า ทั้งนี้ปัจจุบันยังไม่ปรากฏว่ามีผู้เสียหายรายอื่นเกี่ยวกับคดีนี้ มีเพียงแค่รายนี้รายเดียวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งลักษณะเหมือนกับว่าผู้เสียหายรายนี้ได้ไประดมทุนจากคนอื่นๆ มา เหมือนกับหุ้นกันร่วมกัน แล้วรวมกันเป็นก้อน ได้เงินจำนวน 62 ล้านบาท แล้วนำมาลงทุน แล้วผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกระดมทุนก็ยังไม่มีเข้ามาแจ้งความแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังทราบอีกว่าผู้เสียหายเคยมีประวัติเป็นผู้ต้องหาในคดีลักษณะเดียวกันมาก่อน โดยเมื่อปลายปี 2562 เคยมีบุคคลอื่นมาแจ้งความกล่าวโทษว่าผู้เสียหายในรายนี้ได้เคยไปฉ้อโกงประชาชนระดมเงินผู้อื่นมาลงทุนกับตัวเองเหมือนกัน ได้มีบุคคลที่อ้างว่าถูกหลอกมาแจ้งความดำเนินคดีกับตัวผู้เสียหายเองเช่นกันก่อนหน้าที่ผู้เสียหายมาแจ้งความกล่าวหาพี่ชายนายฟิล์มฉ้อโกง 62 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันทั้ง 2 เหตุการณ์ ผู้เสียหายเลยโวยวายว่าที่ตัวเองถูกดำเนินคดีในเรื่องก่อนนั้น เพราะตัวเองก็ถูกหลอกมาจากกลุ่มของพี่ชายนายฟิล์มเหมือนกัน เหมือนหลอกกันไปหลอกกันมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหญิงสาวชาวตรังผู้เสียหายที่มาแจ้งความกล่าวโทษพี่ชายนายฟิล์มและตัวนายฟิล์ม รวมถึงพวกรวม 6 คน มูลค่าความเสียหายสูงถึง 62 ล้านบาท เมื่อเดือนมกราคม 2563 นั้น ชื่อนางสาววัชรี (สงวนนามสกุล) ชาวอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีดีกรีเป็นเจ้ามือแชร์รายใหญ่ในพื้นที่อันดามัน ตรัง-กระบี่ ยอดแชร์วงละหลายล้านบาท มีการระดมทุนจากเครือข่ายจำนวนมากในโลกออนไลน์

นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อเป็นนักระดมทุนเพื่อลงทุนเทรดเงินสกุลดิจิทัล “วันคอยน์” อีกด้วย ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อใหม่ และยังคงดำเนินธุรกิจระดมทุนเพื่อนำไปลงทุนจัดสรรผลกำไรต่อไป ทั้งนี้ในวงการลงทุนแชร์เมืองตรัง ให้ข้อมูลว่า เครือข่ายพี่ชายนายฟิล์มมีบทบาทในการเข้ามาชักชวนลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ต่างประเทศในพื้นที่จังหวัดตรังเป็นอย่างมาก ในช่วงปี 2562-2563 โดยมีเครือข่ายนายหน้าชักชวนผู้คน หรือดาวน์ไลน์อย่างเป็นระบบ โดยมีทั้งข้าราชการและประชาชนหลงเชื่อร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่หลักพันถึงหลักล้าน โดยมีการระดมทุนผ่านแม่ข่ายหรือดาวน์ไลน์ที่บางคนเป็นข้าราชการใหญ่ในจังหวัด ก่อนจะส่งเงินที่รวบรวมได้ไปยังเครือข่ายพี่ชายนายฟิล์มในขั้นสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม แม้จะถือว่าขาดอายุความการกล่าวโทษในฐานฉ้อโกงไปแล้ว แต่ขณะนี้ขึ้นกับการพิจารณาของพนักงานอัยการภาค 9 ว่าเห็นควรดำเนินการต่อไปหรือไม่อย่างไร

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ราวเดือนมีนาคม 2562 นายฟิล์ม รัฐภูมิ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคการเมืองหนึ่ง และได้ลงพื้นที่จังหวัดตรังด้วยตัวเองบ่อยครั้ง โดยนายฟิล์มเป็นโต้โผหลักร่วมลงพื้นที่หาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.ตรังจากพรรคการเมืองหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 3 เขตเลือกตั้งที่พรรคส่งผู้สมัคร ก่อนวันเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562 โดยมีชาวบ้านผู้ชื่นชอบดารานักร้องมาร่วมพบปะถ่ายภาพจำนวนมาก พร้อมให้การต้อนรับนายฟิล์ม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้การตรัง เผยสำนวนคดี ฟิล์ม-พี่ชาย ถูกแจ้งความหลอกลงทุน สูญ 62 ล้าน 4 ปีก่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...