โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.ไซเบอร์ ให้ค่ายมือถือ-ธนาคารร่วมรับผิดชอบเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ คาดมีผล ก.พ.68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 06.11 น.

ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.ไซเบอร์ ให้ค่ายมือถือ-ธนาคารร่วมรับผิดชอบเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ เปิดทาง กสทช.-ค่ายมือถือ สั่งระงับให้บริการหมายโทรศัพท์ชั่วคราว หากพบเหตุสงสัย คาดมีผล ก.พ.68

วันที่ 28 มกราคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแก้ไข พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอ เนื่องจาก พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (ฉบับปัจจุบัน) ยังมีมาตรการบังคับทางกฎหมายที่ยังไม่เพียงพอกับรูปแบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยหลังจากนี้ ให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และปรับรูปแบบ โดยให้รับความเห็นหน่วยงานไปประกอบการพิจารณาต่อไป

สำหรับร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ หลังจากที่ ครม.เห็นชอบ และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งเลขาธิการกฤษฎีกา ระบุจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน คาดว่าประกาศบังคับใช้ได้ในเดือน ก.พ.68

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ก.ฉบับนี้ จะเป็นการเพิ่มอำนาจ และบทลงโทษ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และมิจฉาชีพ เช่น

1. ห้ามการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม Peer-to-Peer Lending (P2P) โดยห้ามให้บริการซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยน สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทคริปโทเคอร์เรนซี โทเคนดิจิทัล เพื่อการใช้ประโยชน์ในทางพาณิชย์ และให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มีหน้าที่ปฏิเสธการเปิดบัญชี และระงับการให้บริการ หรือการทำธุรกรรมกับลูกค้าที่มีรายชื่อ หรือใช้กระเป้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ลดปัญหาการฟอกเงิน โดยนำมาเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัล)

2. ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ มีหน้าที่สั่งระงับการให้บริการเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์มือถือเป็นการชั่วคราว เมื่อพบเหตุอันควรสงสัย

3. ให้สถาบันการเงิน หรือผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหาย ที่ถูกหลอกลวงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากหน่วยงานดังกล่าวไม่ได้ใช้ความระมัดระวังที่พึงปฏิบัติในวิชาชีพ

4. ให้อำนาจแก่คณะกรรมการธุรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นผู้พิจารณาคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย โดยไม่ต้องรอให้มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลเพื่อพิจารณามีคำสั่งถึงที่สุดก่อน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...