โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Work Point จ่อ เลิกจ้างพนักงานผลิตละคร เผย 7 กลยุทธ์การปรับตัว ในยุคที่รายได้จากการโฆษณาผ่านทีวีลดลง ลดต้นทุน – ปั้นศิลปิน T Pop – รุกแพลต์ฟอร์มออนไลน์

The Structure

อัพเดต 11 ธ.ค. 2567 เวลา 16.14 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2567 เวลา 09.14 น. • The Structure

สุรการ ศิริโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินการลงทุน และ ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัล บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ในภาคธุรกิจทีวีดิจิทัลนั้นมีแนวโน้มที่จะมีรายได้จากการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ “ลดลงมาก”

โดยในไตรมาสที่ 3 นั้นบริษัทฯ มีรายได้รวม 509.7 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ ขาดทุน17.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218 ล้านบาท ในขณะที่ในภาพรวม 3 ไตรมาสแรกของปี บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,612.4 ล้านบาท ลดลง 13% มีกำไรสุทธิ 41.2 ล้านบาท ลดลง 55%นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4 ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซันของการใช้จ่ายเงินเพื่อการโฆษณา ทำให้บริษัทฯ คาดว่าในปีนี้ บริษัทฯ จะมีรายได้จากการขายโฆษณาเพียง 1,200 ล้านบาท และคาดว่ารายได้จากการขายโฆษณาในปี 2568 จะลดลงเหลือเพียง 1,100 – 1,150 ล้านบาท ลดลง 5-10% จากปีนี้

เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของบริษัทฯ บริษัทจึงมีแผนที่จะลดต้นทุน และหารายได้ใหม่เพื่อการชดเชยรายได้จากค่าโฆษณาที่ลดลงดังนี้1 ยุติการผลิตละคร โดยจะมีการยุบแผนกผลิตละคร และเลิกจ้างพนักงานในส่วนนี้ไป ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถประหยัดต้นทุนลงได้ 100 – 150 ล้านบาทต่อปี แต่ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปีนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าทำละครที่ค้างสต๊อกอยู่ 2 เรื่องครึ่งมาออกอากาศให้หมด ทำให้ยังคงมีต้นทุนเพิ่ม 30 –40 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้ารับจ้างผลิตละครหรือเป็นContent Provider ให้กับลูกค้าต่างๆต่อไปและแผนงานในปีหน้าจะไม่มีการผลิตละครในช่องเวิร์คพอยท์แต่จะเน้นผลิตรายการวาไรตี้ รายการเทเลอร์เมด พ่วงกิจกรรมออนกราวด์ การจัดอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งทำให้รักษาฐานลูกค้าเดิมเพิ่มลูกค้าใหม่ เพราะลูกค้าแบรนด์ต่างๆ ต้องการใกล้ชิด พบเจอผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอยู่

2 จ่อเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจบริหารจัดการศิลปินภายใต้ค่าย XOXO ENTERTAINMEN ผ่านการปั้นศิลปิน T-Pop และจะมีการจับมือกับกลุ่มพันธมิตร ในการรุกตลาดต่างประเทศ โดยจะให้ความสำคัญกับการการจัดคอนเสิร์ต T-Pop และการจัดละครเวที

ในขณะที่การดึงศิลปินจากต่างประเทศมาจัดแสดงในประเทศไทยนั้น จะมีการลดจำนวนงานลง เนื่องจากธุรกิจนี้นั้น มีอัตราการแข่งขันสูงมาก3 ตั้งเป้าผลิตภาพยนตร์ปีละ 2-3 เรื่อง4 จับมือกับกลุ่มพันธมิตรแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ (OTT) ผลิตรายการเพื่อการออกอากาศผ่าน NetFlix5 ผลิตรายการตามลูกค้าต้องการ (Tailar made)6 ผลิตคอนเทนต์ออนไลน์7 จับมือพาร์ตเนอร์ใช้เวลาออกอากาศทางทีวี(Airtime) พัฒนาสินค้ามาจำหน่ายอีก 2 หมวด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอาหารซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทจะนำมาใช้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้ในปี 2568 2,500 ล้านบาท และทำกำไรสัดส่วน 2-3%แต่ทั้งนี้บริษัทฯ จะยังต้องมีการลงทุนในการผลิตศิลปิน 24 คน ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...