โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เศรณี ลูกไม้ใต้ต้น อนุทิน ไม่ปิดประตูการเมือง ยก 'เนวิน-พิธา' เป็นไอดอล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 04.07 น.
เศรณี ชาญวีรกูล

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ ผู้เขียน : วิรวินท์ ศรีโหมด

“เศรณี ชาญวีรกูล หรือเป๊ก” นักธุรกิจหนุ่มวัย 28 ที่ปรึกษาบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด

คลื่นลูกใหม่ สืบสายเลือด “บ้านชาญวีรกูล” บนถนนการเมือง ในฐานะหลานชายคนโตปู่ชวรัตน์-ลูกชาย
คนเดียว อนุทิน ชาญวีรกูล

จึงไม่แปลกที่เศรณีถูกตั้งคำถามเฝ้าจับตามอง เมื่อไหร่พร้อมเดินตามรอยคุณปู่ คุณพ่อ สืบทอดรุ่น 3 ชาญวีรกูล บนสนามการเมือง

“ประชาชาติธุรกิจ” พาไปพูดคุยทำความรู้จัก “เศรณี” รุ่น 3 ครอบครัวนักธุรกิจและนักการเมือง

ถึงมุมมองและโอกาสตัดสินใจเดินตามรอยการเมือง ปู่จิ้น เสี่ยหนู

เศรณีในการเมือง

เศรณีปัจจุบันอายุ 28 ปี เป็นหลานชายคนโตของตระกูล การศึกษา เรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ถึงระดับชั้น ม.3 จากนั้นย้ายไปโรงเรียนนานาชาตินิสท์ได้ 4 ปี จนถึงอายุ 13 ถูกส่งไป Millfield School ประเทศอังกฤษ 4 ปี และกลับมาศึกษาต่อคณะเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนจบกลับไปศึกษาหลักสูตรบริหารการเงินปริญญาโทที่อังกฤษ ก่อนกลับมาประเทศไทย เริ่มอาชีพแรกด้วยการเป็นนักให้คำปรึกษาทางการเงิน ก่อนเดินเข้าสู่ธุรกิจที่ครอบครัวสร้างขึ้นมา

คำถามทักทายแรกรุ่น 3 บ้านชาญวีรกูล “มีโอกาสจะลงเล่นการเมืองเมื่อไหร่” เศรณีหัวเราะเพื่อตั้งรับ ก่อนตอบกลับทีเล่นทีจริงว่า “ถ้าตอบว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ จะเป็นคำตอบที่เหมือนนักการเมืองไหม” ก่อนอธิบายต่อ แม้ตนติดตามและมีความสนใจการเมือง เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตเราทุกคน แต่ส่วนตัวยังไม่อยากนำตัวเองเข้าไปเป็นนักการเมือง

เมื่อยิงคำถามอีกว่า ไม่ได้ปิดโอกาสบนถนนการเมืองใช่หรือไม่ หลานชายคนโตบ้านชาญวีรกูลมองว่า ของอย่างนี้อยู่ที่วาระและโอกาส เห็นหลายคนอยากเป็นนักการเมืองจริง ๆ แต่ไม่สมหวัง ส่วนคนไม่ได้อยากเป็นแต่มีความตั้งใจ มีความเชื่อต่อสิ่งที่ทำเพื่อประชาชน คนเหล่านี้มักสมหวังได้เป็นนักการเมือง

พร้อมยกตัวอย่างคุณพ่อ (อนุทิน) ส่วนตัวเชื่อว่าหากถามคุณพ่ออยากเป็นนักการเมืองหรือไม่ ก็อาจจะอยาก แต่ท่านไม่เคยเสนอตัว ซึ่งท่านได้การยอมรับจากผลงานสมัยทำงานภาคเอกชน ว่าหากเข้ามาช่วยงานการเมืองจะทำให้ชีวิตประชาชนมีความสุข มีชีวิตที่ดี ท่านจึงตัดสินใจเล่นการเมืองเมื่อ 20 ปีก่อน

เศรณียืนยันว่าที่ผ่านมาคุณพ่อ คุณปู่ ไม่เคยทาบทามให้เล่นการเมืองเลย โดยคุณพ่อสังเกตได้จากในหลายงาน ถ้าพ่อไปในหมวกนักการเมืองแทบไม่เห็นคนในครอบครัว เพราะคุณพ่อมักบอกตลอดไม่จำเป็นไม่ต้องเข้าไปเล่น แต่ท่านก็ไม่เคยปิดให้ตัดสินใจเองว่าสนใจหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าถ้าหากตนประสงค์อยากเล่นการเมือง พ่อก็สนับสนุน

ส่วนปัจจัยการตัดสินใจก้าวสู่ถนนการเมือง เป๊กมองว่าด้วยสถานการณ์การเมืองปัจจุบันตอนนี้หลายอย่างทำให้ไม่อยาก ยกตัวอย่างเช่น การเมืองวันนี้มักสาดเสียเทเสียด้อยค่ากันเอง รวมถึงเสียดสีบุคคลรอบข้าง ซึ่งมองว่าเป็นบ่อนทำลายให้สังคมแตกแยก หากตนเข้าไปวันนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งบุคคลทำให้มันเกิดแตกแยกมากกว่าเดิม แต่ถ้าในอนาคตปัจจัยเหล่านี้หมดไป ก็อาจทำให้เปลี่ยนใจอยากสัมผัสชีวิตการเมืองก็เป็นได้

“ยืนยันวันนี้ผมตอบได้เต็มปาก ยังไม่มีความพร้อม ยังไม่มีความอยากเล่นการเมือง ส่วนที่ลงพื้นที่ติดตามคุณพ่อ ผมมองเป็นโมเมนต์พ่อกับลูกที่ได้แชร์ความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน เพราะคุณพ่ออายุใกล้ 60 แล้ว ผมก็กำลังมีครอบครัว จึงมีเวลาทำอะไรสนุก ๆ ร่วมกับคุณพ่อน้อยลง ฉะนั้น อยากใช้เวลานี้กับคุณพ่อให้มากที่สุด ไม่เกี่ยวกับการดูทิศทางการเมือง”

บ้านผมคือซิโน-ไทย

เมื่อถามว่าตอนนี้ทายาททางการเมืองในพรรคภูมิใจไทย หลายคนเริ่มเข้าสู่สนามการเมือง เศรณีย้อนคำถาม ก่อนบอกว่า หากวันนี้ย้อนกลับไปมองที่คุณปู่ คุณพ่อ ครอบครัวชาญวีรกูลไม่ถือเป็นบ้านใหญ่ทางการเมือง ไม่มีพื้นที่จังหวัด แต่มองว่าวลีบ้านใหญ่เป็นสิ่งที่ต้องทำสานต่อ เพราะเขามีความผูกพันกับชาวบ้านในพื้นที่มานาน แต่ส่วนตัวบ้านคือบริษัทซิโน-ไทย นี่จึงเป็นสิ่งที่ต้องดูแลก่อน และหากไม่จำเป็นผมเชื่อว่าประตูนี้ (การเมือง) ก็ปิด แต่วันนี้หากจำเป็นต้องสนับสนุนก็พร้อม แต่ในฐานะที่ปรึกษา

“ผมมีความสุขมาก ๆ กับบทบาทนักธุรกิจ เพราะรู้สึกว่าจุดนี้ทำอะไรหลายอย่างที่นักการเมืองทำได้ และไม่ได้ต้องคิดว่าจะต้องได้อะไรกลับคืน ไม่ต้องรักษาฐานเสียง ที่ผมทำไปเพราะอยากให้จริง ๆ”

และส่วนตัวมองว่าอาชีพนักการเมืองผลงานเกิดจากการสร้างของแต่ละคน จึงไม่สามารถนำไปยึดติดกับนามสกุลได้ ฉะนั้น เชื่อว่าถ้าพ่อเลิกเล่นการเมือง ผมก็ไม่สามารถเคลมผลงานรองนายกฯอนุทินที่สร้างขึ้นมาได้ จึงมองว่าในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แม้ไม่มีตำแหน่งแต่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่คล้ายนักการเมืองได้ หากมีความตั้งใจที่จะทำ

เนวิน-พิธา ไอดอล

ส่วนไอดอลทางการเมืองนอกเหนือคนตระกูลชาญวีรกูล เศรณีตอบชื่อแรกกลับมาทันทีคือ เนวิน ชิดชอบ เพราะเป็นคนกล้า พร้อมเปิดเผยว่าบุคคลนี้เป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้ตนได้เดินทางไปเรียนต่างประเทศ พร้อมเล่าว่า ลุงเนวินมาบอกกับพ่อที่เป็นคนติดลูกมากไม่อยากให้ไปไกลว่า “โลกนี้ไปถึงไหนแล้ว จะให้ลูกโตหรือเรียนรู้วัฒนธรรมแค่ในประเทศนี้หรือ เลิกเห็นแก่ตัว และเอาลูกไปเรียนเมืองนอก” นี่จึงเป็นคำจากเนวินทำให้แฟมิลี่แมนอย่างคุณพ่อที่ชื่ออนุทินยอมส่งลูกชายคนเดียวไปเรียนรู้โลกภายนอก

เป๊กย้ำอีกว่า ผู้ชายที่ชื่อลุงเนวินจึงเปรียบเหมือนคนในครอบครัว และเป็นพี่ชายอีกคนของคุณพ่อ ซึ่งตนให้ความเคารพนับถือ ฉะนั้น จึงตอบไม่ยากเมื่อถูกถามว่า นอกจากคุณพ่อแล้วนักการเมืองคนไหนที่ตนนับถือ นั่นก็คือลุงเนวิน ชิดชอบ

เมื่อถามย้ำว่าหากไม่นับเนวิน และไม่มีความใกล้ชิดทางการเมืองคนไหนที่ชื่นชมเรื่องความเก่ง ทายาทบ้านชาญวีรกูลคิดสักพัก ก่อนเอ่ยชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมสาเหตุที่ตนชื่นชม คือสิ่งที่เขาจะทำ แม้หลายเรื่องไม่เห็นด้วย แต่ก็มีสิ่งที่เห็นด้วยบ้าง และอย่างน้อยเค้าก็คือนักการเมืองที่ไม่เคยมีมาก่อนช่วง 10 ถึง 20 ปีนี้ที่ตนโตขึ้นมา

สมานฉันท์ ประเทศเดินหน้า

ช่วงท้าย นักธุรกิจหนุ่มวัย 28 สะท้อนมุมมองสถานการณ์การเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน ว่าตอนนี้สถานการณ์เศรษฐกิจประเทศยังไม่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงโควิด เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยว ความเชื่อมั่นนักลงทุนยังไม่กลับมา สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่กลับมาบอกคนในภาคการเมือง ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องยอมปรองดองสมานฉันท์เพื่อให้ประเทศเดินไปได้ และฟื้นฟูได้เต็มประสิทธิภาพ

เพราะวันนี้เมื่อมีคนจะมาลงทุน ก็กังวลว่าสถานภาพรัฐบาลจะเป็นอย่างไร จะมีการประท้วงหรือไม่ หากเมื่อไหร่การเมืองไทยมีเสถียรภาพมากกว่านี้ ความขัดแย้งน้อยลง เชื่อว่าภาคเอกชนจะมั่นใจเรื่องการลงทุนมากขึ้น เพราะในมุมมองนักธุรกิจอยากลงทุนในประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมือง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรณี ลูกไม้ใต้ต้น อนุทิน ไม่ปิดประตูการเมือง ยก ‘เนวิน-พิธา’ เป็นไอดอล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...