โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯพร้อมดันไทยเป็น “Dental Hub” สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

PPTV HD 36

อัพเดต 12 มิ.ย. 2565 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2565 เวลา 08.58 น.
นายกฯพร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางทันตกรรม หรือ “Dental Hub” โดยจะใช้ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง หวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติด้านทันตกรรม (Dental Hub) โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข รับลูกเดินหน้า โดยจะใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่อง เชื่อสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สภาพอากาศวันนี้! กรมอุตุฯเตือนฝนตก 41 จังหวัด กทม.โดนบ่ายถึงค่ำ

นำเข้าเมล็ดพันธุ์ “กัญชา - กัญชง - กระท่อม” ขึ้นทะเบียนผ่านเว็บกรมวิชาการเกษตร

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการเร่งรัดให้ด้านนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้จากการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ยกระดับเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติด้านทันตกรรม (Dental Hub) อย่างเต็มรูปแบบ กำหนดวางแนวทางให้นำบริการทันตกรรมที่มีศักยภาพสูงของไทยมาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว และได้กำหนดพื้นที่นำร่องคลินิกทันตกรรมในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการรับบริการด้านสุขภาพในโอกาสเดียวกับมาท่องเที่ยวจากทั่วโลกมารับบริการจาก Dental Hub ของไทยได้

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งนอกจากจะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศแล้ว ยังเพิ่มการจ้างงาน และเชื่อมโยงไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ และศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เป็น 1 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ของไทยที่มีศักยภาพ (New S-curve) ได้แก่ 1.) กลุ่มหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 2.) อุตสาหกรรมการบิน 3.) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 4.) อุตสาหกรรมดิจิตอล และ 5.) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร นอกจากนี้สถานพยาบาลของไทยยังได้รับการยอมรับจากนานาประเทศในด้านการบริการ ด้านคุณภาพมาตรฐานเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความพร้อมที่จะพัฒนาและยกระดับ รวมทั้งมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นและเป็นเทรนด์ที่จะสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์ของโลกในอนาคต

โดยแนวทาง Dental Hub จะเน้นรูปแบบบริการทันตกรรมเพื่อความงาม ที่กำหนดอัตราค่าบริการเป็นราคาเดียว (One Price Policy) ผ่านการพัฒนาแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มกลางในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกัน อีกทั้งในโอกาสเดียวกัน จะมีการพัฒนาศูนย์ล่ามและระบบไกล่เกลี่ย ข้อพิพาท รวมถึง จัดทำระบบ Payment Mechanism และพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกด้านการตรวจตราชาวต่างชาติ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้คลินิกทันตกรรมที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปี 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...