โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Grab เปิดแผนปี 67 โฟกัสนักท่องเที่ยว-ลูกค้าประจำ เพิ่มบาลานซ์ ส่งบริการ ‘SAVER’ เอาใจสายประหยัด

Thairath Money

อัพเดต 26 มี.ค. 2567 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2567 เวลา 12.07 น.
ภาพไฮไลต์

แกร็บ ประเทศไทย (Grab) ประกาศความสำเร็จการดำเนินงานปี 2566 ผลประกอบการทำกำไรโตต่อเนื่องเป็นปีที่สอง จากจุดแข็งของบริการที่ครบวงจรพร้อมฐานลูกค้าขนาดใหญ่และกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจเน้นระยะยาวจนเป็นแพลตฟอร์มเดียวในไทยที่ทำกำไร

อีกหนึ่ง ‘ปีทอง’ ของ แกร็บ ประเทศไทย

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า ปี 2566 ถือเป็นอีกหนึ่งปีทองของ แกร็บ ประเทศไทย ภายหลังจากการประกาศนโยบายขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยผลประกอบการทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความสำเร็จ จากการเปิดตัวบริการใหม่ๆ ตลอดจนโครงการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน

โดยในปีที่ผ่านมา Grab ระบุว่าได้ช่วยให้พาร์ตเนอร์คนขับมีรายได้ต่อเดือนสูงขึ้นถึง 10% นอกจากนี้ยังมียอดการใช้บริการเรียกรถในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตขึ้นถึง 139% เพิ่มขึ้น 1.4 เท่าจากปีก่อนหน้าเป็นผลจากนโยบายเปิดประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

ขณะที่ธุรกิจเดลิเวอรียังคงแข็งแกร่งได้รับความไว้วางใจมากเป็นอันดับ 1 โดยบริการ GrabFood และ GrabMart ยังคงครองใจผู้ใช้บริการยุคใหม่ รับสัญญาณเชิงบวกเศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีแนวโน้มโตดีด้วยมูลค่า 3.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเรียกรถผ่านแอปฯ และฟู้ดเดลิเวอรีที่คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงถึง 15% ภายในปี 2568

ในส่วนของบริการทางการเงินในปีที่ผ่านมา Grab ได้ปล่อยสินเชื่อให้ร้านค้าและไรเดอร์ไปมากกว่า 1 แสนราย วงเงินตั้งแต่ 5,000-500,000 บาท และได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านความร่วมมือกับ Alipay และ Kakao Pay พร้อมขยายฐานผู้ใช้บริการในต่างจังหวัดผ่านการผนึกพันธมิตรกับธนาคารกรุงไทย

สุดท้ายคือธุรกิจ Enterprise ซึ่งจะเน้นไปที่ธุรกิจโฆษณาและ B2B โดย ‘GrabAds’ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากธุรกิจชั้นนำหลายรายด้วยจุดแข็งจากข้อมูลลูกค้าในแพลตฟอร์มที่เป็นประโยชน์กับผู้โฆษณา ขณะที่ ‘Grab for Business’ มีลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 1,200 บริษัทในระยะเวลาเพียง 1 ปี

4 กลยุทธ์หลักของ Grab ในปี 2567

พร้อมกันนี้ Grab ยังได้เปิดแผนธุรกิจเดินหน้าสร้างการเติบโตโดยในปี 2567 นี้จะเน้นให้ความสำคัญ 4 ประเด็นหลัก (4A) ประกอบไปด้วย

1. Active User

รักษาคุณภาพในทุกบริการเน้นดึงดูดลูกค้า ‘High Quality’ ที่มีกำลังจ่ายสูงและจะทำให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแรง ได้แก่ 1.นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2.สมาชิกแพ็กเกจ GrabUnlimited และ 3.ลูกค้าคุณภาพที่ใช้บริการเป็นประจำ (Quality User) ผ่านความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอดจนยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง

และเตรียมเปิดตัวแพ็กเกจสมาชิกแบบรายปีเพื่อรักษาฐานลูกค้าในระยะยาวสำหรับลูกค้าสมาชิก “GrabUnlimited” ซึ่งในปีที่ผ่านมาช่วยลูกค้าประหยัดไปได้ถึง 4 พันล้านบาท ตลอดจนพัฒนาแฟล็กชิพแบรนด์ของบริการ GrabFood อย่าง #GrabThumbsUp และ Only at Grab เพื่อรักษามาตรฐานและสร้างประสบการณ์ความอร่อยให้กับผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

2. Affordability

แม้ว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติจะรับค่าบริการในแพลตฟอร์มได้แต่ยังมีลูกค้าชาวไทยอีกกว่า 62% ที่ยังมีความกังวลในเรื่องค่าครองชีพและมองว่าบริการของ Grab มีราคาสูงเกินไป ดังนั้น Grab จึงได้นำเสนอทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการและเพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าที่เน้นในเรื่องความคุ้มค่าและราคาเป็นหลัก

โดยเปิดตัวบริการ “GrabCar SAVER” สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ขนาดเล็กในราคาประหยัดลงสูงสุด 15% เมื่อเทียบกับบริการ GrabCar ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มทดลองให้บริการแล้วใน 20 จังหวัด และบริการ “GrabBike SAVER” สำหรับการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ในระยะทางไม่เกิน 4 กิโลเมตรในราคาเริ่มต้นที่ 26 บาท และทางเลือกในการจัดส่งอาหารแบบประหยัดอย่าง “SAVER Delivery”

3. AI Technology

ในปีที่ผ่านมา Grab ได้พัฒนาเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มากกว่า 1,000 โมเดล และในปีนี้แกร็บประเทศไทยยังคงนำเทคโนโลยีมาใช้ต่อยอดเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ รวมถึงพาร์ตเนอร์คนขับและร้านค้า

อย่างเช่นการนำ AI และ ML มาใช้ปรับปรุงและพัฒนาระบบพิจารณาเครดิตสำหรับการให้สินเชื่อกับพาร์ตเนอร์ หรือการพัฒนา “GrabGPT” เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำคอนเทนต์ หรืองานออกแบบภายในองค์กร

4. Ads & New Services

ในปีนี้ Grab เตรียมขยายบริการ “GrabAds” เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโฆษณา โดยนอกจากการเจาะตลาดลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว สินค้าสุขภาพ-ความงาม และสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเตรียมผลักดัน “Self-serve Ads” ซึ่งเป็นเครื่องมือในการโฆษณาสำหรับพาร์ตเนอร์ร้านค้า ที่ช่วยเพิ่มออร์เดอร์ให้ร้านเล็กได้กว่า 40% และมีผลตอบแทนจากการโฆษณา (Return on Ad Spend) เฉลี่ยสูงถึง 6 เท่า

นอกจากนี้ Grab ยังมีแผนที่จะพัฒนาและปรับปรุงบริการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเรียกรถและเดลิเวอรี อาทิ บริการจองการเดินทางล่วงหน้า (Advance Booking) และบริการกินที่ร้าน (Dine-in) สำหรับร้านที่ไม่ร่วมบริการเดลิเวอรี

และในตอนท้าย วรฉัตร ได้กล่าวเสริมว่า นอกจากการพัฒนาในด้านธุรกิจแล้วในปีนี้ Grab ยังเดินหน้าสานต่อโครงการสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการ GrabEV เพื่อผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพาร์ตเนอร์คนขับให้ได้ 10% ภายในปี 2569

และโครงการ Carbon Offset ที่ยังคงร่วมปลูกต้นไม้เพื่อชดเชยคาร์บอนจากการใช้บริการ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะทำได้สองเท่าจากจำนวน 5 หมื่นต้นในปีก่อนหน้า รวมถึงพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับพาร์ตเนอร์คนขับและร้านค้าเพื่อเป้าหมายในการสร้างธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้คนไทย

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Grab เปิดแผนปี 67 โฟกัสนักท่องเที่ยว-ลูกค้าประจำ เพิ่มบาลานซ์ ส่งบริการ ‘SAVER’ เอาใจสายประหยัด

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...