โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ออกัส” เปิดใจเคลียร์ดราม่าหลัง “กันสมาย” ออกมาโพสต์แฉ โดนขู่ให้ไปกราบเท้าขอโทษ ยันไม่เคยทำผิดศีลธรรม

มาดามเม้าท์

เผยแพร่ 21 เม.ย. 2567 เวลา 02.03 น.

“ออกัส” เปิดใจเคลียร์ดราม่าหลัง “กันสมาย” ออกมาโพสต์แฉ โดนขู่ให้ไปกราบเท้าขอโทษ ยันไม่เคยทำผิดศีลธรรม

ยังคงเป็นประเด็ดที่หลายคนจับตามองสำหรับนักแสดงอย่าง“กันสมาย ชนกันต์” ได้มีการโพสต์แฉดารายอดฟอลหลักล้าน มีพฤติกรรมไม่ค่อยน่ารัก จากนั้นชาวเน็ตได้มีการโยงถึงพระเอก“ออกัส วชิรวิชญ์” ซึ่งต่อมาเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านไอจีสตอรี่ยอมรับแชทดังกล่าวเป็นของตนเองจริง แต่เกิดขึ้นเมื่อ 3-4 ปีก่อน

ล่าสุด“ออกัส วชิรวิชญ์” ได้เปิดใจถึงประเด็นดราม่าดังกล่าวครั้งแรกเผยว่า “ก็ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเลยนอกจากออกมาขอโทษและพูดในด้านของเราบ้าง”

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นการเข้าใจผิดมากกว่า เรื่องการเข้าใจผิดและจะเกิดมาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ที่ผมไปเที่ยวสงกรานต์กับเพื่อน 3 คน ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ชายหมดเลย ซึ่งผมก็อยู่ที่โต๊ะกันเฉยๆนี่แหละครับ ซึ่งก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาขอร่วมโต๊ะด้วย ซึ่งทางเพื่อนผมได้อนุญาตเพราะเรารู้จักกันมาก่อน แล้วก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนคนล่าสุดของคนที่โพสต์ พอผมได้ยิน ผมก็กลัวนิดนึง ค่อนข้างระวังตัวมาก เพราะผมเคยมีประเด็นกับคนที่โพสต์มาก่อน และวันนั้นก็ไม่มีอะไรครับ น้องก็อยู่ที่โต๊ะไม่นาน แป๊บเดียว แล้วเขาก็ขอตัวกลับไป ผม 3 คนอยู่กันจนงานเลิก พองานเลิกเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านปกติ ไม่ได้มีอะไรครับ

จนถึงวันที่ 16 เมษายน คนที่โพสต์ก็ได้ทักไลน์ส่วนตัวส่วนตัวมาหา แล้วก็ยื่นข้อเสนอให้ผม 2 อย่าง ก็คือ 1 ให้ไปกราบเท้าขอโทษ 2 ก็คือจะแฉผม ซึ่งผมก็อธิบายให้เขาฟังทุกอย่างแล้วแต่เขาก็ไม่ฟัง ผมก็ได้เพื่อนสนิทของผมและเพื่อนสนิทของเขาด้วยที่อยู่ในงานวันนั้น ช่วยยืนยันว่าไม่มีอะไร แต่ก็ไม่เป็นผลครับ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็โพสต์ลงสตอรี่

พอผมเห็นสตอรี่ ผมก็โทรตรงไปหาเขาเลย พอโทรผมก็พยายามจะอธิบายแต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมาก็คือ คำขู่จากเพื่อนของเขาให้ไปกราบเท้า หลังจากนั้นผมก็วางสายไปไม่ได้ตอบว่าจะไปหรือไม่ไป ผมไม่มั่นใจว่าการที่ผมไปแล้วมันจะมีอะไรที่กระทบต่อตัวผมไหม ไม่รู้ว่าผมจะเป็นไงบ้างถ้าผมไป เรื่องก็ประมาณนี้ (ส่งมาว่าให้ขอโทษ?) ใช่ครับ ส่งมาเขามีตัวเลือกให้ 2 อย่างแค่นั้นเอง

ตอนที่เขาทักไลน์มา มีข้อความอะไรก่อนที่เขาจะยื่นข้อเสนอให้เรากราบเท้าขอโทษไหม ? “ไม่มีครับ ส่งมาคือเขามีตัวเลือกให้ 2 อย่าง แค่นั้นเลย ผมคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจผิดกับเรื่องในวันที่ 15 ครับ ตอนแรกผมคิดว่ามีคนเห็นแล้วเอาไปบอกเขา แต่ผมรู้มาว่า เป็นทางน้องผู้หญิงที่เป็นคนไปบอก แต่ไม่รู้ว่าบอกยังไง ผมไม่ทราบครับ”

วันนั้นเราได้มีท่าทีไปจีบ หรือทำให้ผู้หญิงเข้าใจผิดไหม ? “ไม่มีครับ ไม่มีเลย เพื่อนที่อยู่โต๊ะกับผมยืนยันได้”

เรามีความรู้จักอะไรเป็นพิเศษไหม กับผู้หญิงของเขา ? “ผมไม่รู้จักครับ เพิ่งเคยเจอ ทางเพื่อนผมยังบอกอยู่เลยว่านี่คือแฟนคนล่าสุดของเขา ผมไม่ได้มีคอนแท็กติดต่ออะไรกับน้องเขาเลย ผมเลยมั่นใจไงครับว่ามันไม่มีอะไร ถ้าผมไปคุยกับเขา ไปขอ IG ไปขอไลน์ ผมก็คงรู้สึกว่าผมผิด”

ที่เขาบอกว่าจะแฉ เรารู้ไหมตอนนั้นว่าเขาจะแฉเรื่องอะไร ? “ไม่ทราบเหมือนกันครับ เพราะเรื่องก่อนหน้านี้มันก็นานแล้ว 3-4 ปีแล้ว และคิดว่าการตัดเพื่อนของเขาก็ไม่มีอะไรแล้วครับ เราก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แต่คือผมยังมองว่าเขาเป็นเพื่อนอยู่นะ ถึงเขาจะตัดไปก็ไม่เป็นไร แต่ผมก็ไม่ไปก้าวล่วงอะไรอีกเลย”

จากประเด็น 3-4 ปีที่แล้ว ก็ไม่เคยมีเรื่องอะไรอีก ? “ไม่เคยมีอีกครับ ผมก็เลยคิดว่าเป็นครั้งนี้ วันที่ 15 ที่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมาเราได้ตัดขาดกันไปเลย”

เราค่อนข้างจะเซฟตัวเองพอสมควร ? “ใช้คำว่าผมกลัวเลยดีกว่า ผมเลยตั้งใจที่ห่างและเซฟตัวเองมาก เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องเข้าใจผิด”

ตอนอยู่ที่โต๊ะ ได้มีการคุยหรือพูดถึงเขาบ้างไหม ? “มีเพื่อนผมถามครับ ว่าเขาไม่มาเหรอ ผมก็ยังถามไปด้วยว่า เออ ไม่มาเหรอ เพราะผมคิดว่าผมอยากเจอด้วยซ้ำ มันผ่านมา 3-4 ปีแล้ว ลืมไปแล้วอะ อยากเจอ เผื่อได้คุยด้วยซ้ำ ในมุมผมนะ”

ชื่อเสียงเราถูกพูดไปในทางลบเยอะมาก จะใช้ข้อกฎหมายอะไรดำเนินคดีไหม ? “ในส่วนของตัวผม ผมคงไม่ไปอะไรกับตัวเขาแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันได้เสียหายไปแล้ว ถึงผมจะไปทำอะไรเขา มันก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นครับ อันนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของทางบริษัทผมครับ เพราะเขาก็เสียหายค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพรีเซ็นเตอร์ อีเวนต์ ซีรีส์ แฟนมีตติ้งทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย ทุกอย่างมีการเลื่อนและมีการยกเลิกด้วย ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกเสียใจกับทางบริษัทครับ”

ออกัส กล่าวว่า ตอนที่มีเรื่องกัน เราไม่ได้มีเจตนา เป็นการคุยเล่น ตอนนั้นเล่นซีรีส์ก็สนิทกัน พอกระทบจิตใจ ก็พยายามขอโทษทุกอย่าง ทุกช่องทาง ส่วนตัวก็มองว่าเขาเป็นเพื่อนเสมอ แต่เรื่องมันเสียหายไปแล้ว และบางเรื่องก็เกินจริงไปมาก เช่น ผมยังไม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้ มันไม่มีอะไรแบบนั้น หรือ การไปมีอะไรกับแฟนเก่าเพื่อน ก็ไม่จริง เวลาจีบใครก็ถามเสมอ ยืนยันได้ว่า ไม่เคยทำอะไรผิดศีลธรรม อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ไม่เคยทำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...