เผยผลตรวจ ‘น้ำกระท่อม’ ทั่วประเทศ พบสารไมทราไจนีนสูงเกินค่าแนะนำ เสี่ยงเสพติด แถมพบปลอมปนในยาแผนปัจจุบัน
The Bangkok Insight
อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 01.24 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 00.45 น. • The Bangkok Insightเผยผลตรวจ "น้ำกระท่อม" ทั่วประเทศ พบสารไมทราไจนีนสูงเกินค่าแนะนำ เสี่ยงเสพติด แถมพบปลอมปนในยาแผนปัจจุบัน ย้ำนำไปผสมสารออกฤทธิ์อื่นอาจส่งผลต่อสุขภาพ
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รวบรวมผลการตรวจวิเคราะห์น้ำกระท่อมที่ส่งตรวจ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่เริ่มมีการปลดล็อคพืชกระท่อม พบว่า มีเครื่องดื่มกระท่อมและเครื่องดื่มที่ต้องสงสัย ส่งตรวจทั้งหมด 668 ตัวอย่าง พบสารไมทราไจนีน 96.3%
พบสารไมทราไจนีนสูง หวั่นเสพติด
และจากข้อมูลผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณตัวอย่างน้ำกระท่อม 46 ตัวอย่าง พบปริมาณสารไมทราไจนีนในช่วง 1.32 - 336 มิลลิกรัมต่อลิตรหรือมีค่าเฉลี่ย 101.2 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งมากกว่าปริมาณสูงสุดในการบริโภคต่อวันที่ อย. แนะนำ (ไม่เกิน 0.2 มิลลิกรัมต่อวันหรือต่อหน่วยบรรจุ)
ซึ่งสารไมทราไจนีนอยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ (alkaloids) เป็นสารออกฤทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพืชกระท่อม และเป็นสารที่ผู้บริโภคมุ่งหวังจากเครื่องดื่มกระท่อม เนื่องจากฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาท บรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ ลดอาการเมื่อยล้า ทำให้มีความอดทนทำงานได้นานขึ้น แต่หากใช้ในปริมาณสูงจะออกฤทธิ์กล่อมประสาทและทำให้เสพติดได้
นอกจากนี้ยังตรวจพบสารชนิดอื่นๆ ที่ผสมกับน้ำกระท่อม ได้แก่ พบสารคลอเฟนิรามีน 19.6% ไดเฟนไฮดรามีน 21.6% ซึ่งเป็นยาในกลุ่มแก้แพ้ และคาเฟอีน 2.9% โดยตรวจไม่พบสารโคเดอีนที่เป็นส่วนผสมในยาแก้ไอในทุกตัวอย่าง
ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ความปลอดภัยของน้ำกระท่อม ในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ได้สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำกระท่อมจากทุกภูมิภาคในประเทศไทย จำนวน 52 ตัวอย่าง
พบว่าน้ำกระท่อมทุกตัวอย่าง มีปริมาณสารไมทราไจนีนเกินค่าที่ อย. แนะนำ โดยพบในช่วงความเข้มข้น 22.5 - 352.6 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 109.5 มิลลิกรัมต่อลิตร
พบการปลอมปนยาแผนปัจจุบัน ปนเปื้อนจุลินทรีย์ และยาฆ่าแมลง
สำหรับสารเสพติดและยาแผนปัจจุบันที่อาจมีการปลอมปนนั้น ไม่พบน้ำกระท่อมที่ผสมสารโคเดอีน แต่พบยาแผนปัจจุบัน ได้แก่ คลอเฟนิรามีน 10.3% และ ไดเฟนไฮดรามีน 17.9% ตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง 144 สาร พบการตกค้าง 23.1% ได้แก่ อะซีทามิพริด ซึ่งเป็นสารเคมีกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ ใช้ป้องกันและกำจัดเพลี้ย 19.2% คาร์เบนดาซิม ซึ่งเป็นสารกลุ่มเบนซิมิดาโซล ใช้ป้องกันกำจัดเชื้อรา 3.8%
และได้มีการวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา พบว่า 80% ของตัวอย่างทั้งหมด มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์เกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยพบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มมากที่สุด 79.2% รองลงมาคือ ยีสต์และรา พบในสัดส่วน 59.6% และเชื้ออีโคไล 19.2%
นายแพทย์ยงยศ กล่าวทิ้งท้ายว่า การนำยา วัตถุดิบ หรือสารออกฤทธิ์ที่ตรวจพบ มาผสมกับน้ำกระท่อมนั้น แม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาความปลอดภัยและประเมินความเสี่ยง
อย่างไรก็ตามขอย้ำเตือน นักดื่มน้ำกระท่อม การได้รับสารไมทราไจนีนในปริมาณสูง การปลอมปนยาแผนปัจจุบัน การปนเปื้อนจุลินทรีย์ หรือสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง หากบริโภคเป็นระยะเวลานาน และมีความถี่ในการบริโภคสูง ทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ อาจจะก่อให้เกิดอาการมึนเมาและเกิดการทะเลาะวิวาทได้ เป็นต้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เศรษฐา' เรียก 'ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.' ถกแก้ปัญหายาเสพติด สั่งเด็ดขาดกวาดล้าง!
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดตำรับยา 'ยาอดยาบ้า' แบบเม็ดฟู่ ทางเลือกรักษาผู้ติดยาเสพติด
- ตำรวจย้ำ เสพ-ครอบครองยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด ยังคงมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ!
ติดตามเราได้ที่