โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'บายศรี' ข้าวสุกเซ่นผีฟ้า โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ม.ค. 2567 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 11.13 น.

บายศรี หมายถึง ข้าวสุกแม่ข้าวเซ่นสังเวยผีฟ้าตามความเชื่อทางศาสนาผี โดยใส่กระทงหรือกระบาน ต่อมาให้ความสำคัญแก่ภาชนะเหนือข้าวสุกโดยปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องใบตองเลียนแบบเครื่องสูงในพระราชพิธี หลังจากนั้นสร้างสรรค์เป็นรูปลักษณ์หลากหลายไกลออกไปจากข้าวสุกแม่ข้าวจนเกือบไม่เหลือความหมายเดิม

บายศรีมีต้นตอจากคำเขมรว่าบายสี หรือ บายสฺรี (บาย-เซฺร็ย) แปลว่า ข้าวสุกแม่ข้าว (บาย แปลว่า ข้าวสุก, สฺรี แปลว่า หญิง หรือสตรี)

ต่อมาคำว่า สฺรี ถูกกลืนจากคำว่า ศรี (ที่หมายถึง พระศรี คือ พระลักษมี) เลยสะกดว่าบายศรี

บายศรี คือ ข้าวสุกแม่ข้าว หรือข้าวขวัญ หมายถึงข้าวสุกที่ได้จากข้าวเปลือกผ่านพิธีทำขวัญข้าวแล้ว แบ่งไปตำซ้อมเป็นข้าวสาร (ข้าวกล้อง) ทำให้สุกชุดแรกเรียกข้าวสุกเพื่อเซ่นผีฟ้า และด้วยเหตุข้าวสุกชุดนี้ได้จากข้าวเปลือกที่ผ่านพิธีทำขวัญ จึงเรียกข้าวสุกชุดนี้ว่าข้าวขวัญ

ข้าวสุกชุดแรกน่าจะเป็นข้าวในกระบอกไผ่ที่ถูกทำให้สุกด้วยการสุมไฟด้านนอกซึ่งปัจจุบันเรียกข้าวหลาม (ไม่มีกะทิ) น่าจะเป็นวิธีเก่าสุดทำข้าวสารให้เป็นข้าวสุก (หลาม หมายถึง ทำให้สุกภายในกระบอกไม้ไผ่เผาไฟหรือสุมด้วยไฟ)

กระทงหรือกระบานทำจากใบตองและกาบกล้วยเพื่อใส่ข้าวสุกแม่ข้าวหรือข้าวขวัญเซ่นสังเวยผีฟ้าพญาแถน ถูกทำให้วิจิตรพิสดารขึ้นตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจ-การเมืองหลังรับวัฒนธรรมอินเดีย

[กระทง หมายถึง ภาชนะใส่สิ่งของเย็บด้วยใบตองหรือกาบกล้วย ต่อมาอาจทำด้วยวัสดุอื่นๆ (เช่น กระดาษ เป็นต้น) กระบาน (สะกดด้วย น. หนู) หมายถึงภาชนะใส่เครื่องเซ่นสังเวยคล้ายกระทง, กระบะ ฯลฯ ทำจากกาบกล้วยพับหักมุมเป็นสี่เหลี่ยมหรือสามเหลี่ยมก็ได้ โดยใช้ไม้ตอกเส้นเสียบขัดแน่นเป็นตารางยึดติดกัน แล้วปูด้วยใบตองรองรับเครื่องเซ่นสังเวยใส่ตามช่องตารางในกระบาน (คนละอย่างจาก “กระบาล” สะกดด้วย ล.ลิง มาจากภาษาเขมร) แปลว่า หัวกระโหลก)]

(ซ้าย) บายศรีดั้งเดิมเริ่มแรกความสำคัญอยู่ที่ข้าวสุก หรือข้าวสารก็ได้ (ในภาพ) พร้อมไข่ต้มใส่พานน้อยตั้งข้างบน ส่วนพานใหญ่ข้างล่างมีข้าวต้มมัดกับกล้วย วางบนพานซ้อนกันอย่างง่ายๆ (ภาพบายศรีบ้านหนองขอน จ. อุบลราชธานี จากหนังสือ ของ William J. Klausner Reflections One Year in an Isaan Village Circa 1955 Bangkok: Siam Reflections Publications Co, Ltd. 2000 Page 144. อนุเคราะห์ภาพก๊อปปี้โดย ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ จ. กาฬสินธุ์)

(ขวา) กระบานผี หรือกระทงกาบกล้วยรูปสี่เหลี่ยม ใบตองรองพื้น แล้วมีห้องกั้นเล็กๆ สำหรับใส่เครื่องเซ่นสะเดาะเคราะห์ให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ได้แก่ ข้าวขาว, ข้าวดำ, ข้าวแดง ฯลฯ ที่สำคัญคือปั้นดินเหนียวรูปคนและสัตว์ เช่น วัว, ควาย ที่มีในครอบครัวเป็นตัวแทนของครอบครัวนั้นๆ [ปัจจุบันถ้าหาดินเหนียวไม่ได้ หรือไม่อยากเลอะมือปั้น ก็ใช้ดินน้ำมัน หรือซื้อตุ๊กตาสำเร็จรูป ภาพจากบุญกลางบ้าน (จัดที่โรงเรียนวัดหน้าพระธาตุ) ต. เนินพระธาตุ อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559 ภาพโดย นราธิป ทองถนอม]

  • หลังติดต่ออินเดีย

หลังติดต่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วรับวัฒนธรรมอินเดีย มีความเคลื่อนไหวปรับเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรม กระตุ้นบายศรีมีประเพณีต่างกัน 2 ระดับที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงต่อเนื่องถึงกัน ได้แก่ ระดับชาวบ้าน กับ ระดับราชสำนัก

ชาวบ้าน บายศรีสืบทอดประเพณีข้าวสุกแม่ข้าวเซ่นผีฟ้าใส่ภาชนะทำจากกาบกล้วยและใบตอง โดยเน้นที่ข้าวสุกแม่ข้าว

ราชสำนัก พัฒนาภาชนะที่เป็นกระทงหรือกระบานผี ทำจากใบตองและกาบกล้วย ให้เป็นเครื่องใบตองเลียนแบบฉัตรรวงข้าว (เครื่องสูง) ที่มีในพระราชพิธีธานย์เทาะห์หรือเผาข้าว ซึ่งพบในเอกสารว่า “ฉัตรอันทำด้วยรวงข้าว” (คำให้การขุนหลวงหาวัด ฉบับหอสมุดแห่งชาติ)

ครั้นนานไปบายศรีได้รับยกย่องเป็นเครื่องแสดงฐานะและอำนาจ จึงให้ความสำคัญแก่ภาชนะอยู่เหนือข้าวสุกแม่ข้าว เลยสร้างสรรค์เครื่องใบตองเป็นรูปลักษณ์หลากหลายไกลออกไปจากความหมายเดิม กระทั่งบางทีไม่เหลือความหมายเดิม โดยไม่ให้ความสำคัญข้าวสุก หรือมีข้าวสุกด้วยแต่แยกภาชนะต่างหาก หรือแปรสภาพเป็นข้าวต้มมัดก็มี

บายศรีปัจจุบันหมายถึงเครื่องเชิญขวัญทำด้วยใบตอง รูปคล้ายกระทงซ้อนขึ้นเป็นชั้นๆ เรียงจากใหญ่ขึ้นไปหาเล็กตามลำดับ โดยมีต่างกันหลายแบบ เช่น บายศรีใหญ่, บายศรีปากชาม เป็นต้น พบกลอนพรรณนาในเพลงยาวรำพันพิลาป ของ สุนทรภู่ แสดงความเปรียบว่าตนตกยากเหมือนบายศรีเสร็จงานก็เป็นแค่ใบตอง

เหมือนบายศรีมีงานท่านถนอม เจิมแป้งหอมน้ำมันจันทน์ให้หรรษา
พอเสร็จการท่านเอาลงทิ้งคงคา ต้องลอยมาลอยไปเป็นใบตอง

เครื่องบูชา เสมาหินอีสานมีภาพสลักเป็นภาชนะรูปหม้อ ซึ่งมีกรวยสูงครอบปากหม้อ น่าจะเป็นต้นแบบทุกวันนี้เรียกกระทงบูชาทำจากใบตอง [จากบทความเรื่อง “จารึกใบเสมาบ้านพันนา” โดย ก่องแก้ว วีระประจักษ์ พิมพ์ในนิตยสาร ศิลปากร ของกรมศิลปากร ปีที่ 50 ฉบับที่ 2 (มี.ค.-เม.ย.) 2550 หน้า 52-57]

ร่องรอยหลักฐานเหล่านี้น่าจะมีพัฒนาการต่อไปเป็นเครื่องสูงต้นแบบบายศรี (หนังสือ ทวารวดีในอีสาน ของ ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2558)

“บายศรี” ข้าวสุกเซ่นผีฟ้า มีความเป็นมาเกี่ยวข้องเรื่องราวของแม่โพสพ (ดูใน แม่โพสพ “เทวีข้าว” ในรัฐนาฏกรรม ใน ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์ https://www.silpa-mag.com/history/article_126175)

(ซ้ายบน) บายสี ในนิทานเรื่องท้าวปาจิต นางอรพิม ฮูปแต้มในสิมวัดบ้านยาง ต. ยาง อ. บรบือ จ. มหาสารคาม (ภาพจากหนังสือ สู่ขวัญ : คน สัตว์ พืช และสรรพสิ่งในเอกสารใบลานอีสาน สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2558 หน้า 108)

(ซ้ายล่าง) บายสี ฮูปแต้มวัดโพธาราม บ้านดงบัง ต. ดงบัง อ. นาดูน จ. มหาสารคาม (ภาพจากหนังสือ สู่ขวัญ : คน สัตว์ พืช และสรรพสิ่งในเอกสารใบลานอีสาน สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2558 ปกหลัง)

(ขวา) บายสีสู่ขวัญ กัณหา-ชาลี ฮูปแต้มวัดเลไลย์ บ้านหนองพอก ต.ดงบัง อ.นาดูน
จ.มหาสารคาม (ภาพจากหนังสือ สู่ขวัญ : คน สัตว์ พืช และสรรพสิ่งในเอกสารใบลานอีสาน สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2558 ปกหน้า)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘บายศรี’ ข้าวสุกเซ่นผีฟ้า โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...