โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อุ้มฆ่าหนุ่มล้อยางข้ามจังหวัด ทิ้งริมมอเตอร์เวย์สาย 7 เฮี้ยนโปกเรียกหนุ่ม 18 ช่วย

77kaoded

เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 16.15 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - อุ้มฆ่าหนุ่มล้อยางข้ามจังหวัด จ่อยิงเจาะกะโหลกกลางศีรษะก่อนนำศพมาโยนทิ้งไว้ริมถนนเลียบด่วนมอเตอร์เวย์สาย 7 กรุงเทพฯ-พัทยา นาน 3 วัน ขณะคนผ่านทางเผยเฮี้ยนลุกขึ้นนั่งชายหางตาโปกเรียกหนุ่ม 18 ปีขับ จยย.ผ่านช่วยแจ้ง จนท.ตำรวจ ด้าน ผบก.แปดริ้วเดินทางลงตรวจที่เกิดเหตุด้วยตนเองก่อนปิดปากเงียบทั้งยังกันสื่อแบ่งแยกให้เข้าจุดเกิดเหตุได้เพียงเฉพาะบางราย

วันที่ 29 ม.ค.67 เวลา 17.30 น. ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ ลิ้นทอง รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกอุ้มฆ่า มีเครื่องพันธนาการมัดมือและเท้าตัดกัน ถูกนำมาโยนทิ้งไว้อยู่ริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์ สาย 7 กรุงเทพฯ-พัทยา ด้านฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงระหว่างหลัก กม.ที่ 41+100 พื้นที่ ม.9 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ

ทิ้งริมกำแพงมอเตอร์เวย์

โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรงพักหลายนายประกอบด้วย พ.ต.ท.อำนาจ ยิ้มเนียม รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ชัชวาลย์ ดวงบุตร สวป. พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนและสายตรวจ เดินทางไปยังในที่เกิดเหตุจำนวนเกือบ 20 นาย พบชายไทยรูปร่างท้วมสูงประมาณ 175 ซม. สวมเสื้อแขนยาวสีดำสวมกางเกงขายาวสีดำ ถูกพันธนาการด้วยเชือกผ้าสีแดงมัดมือทั้ง 2 ข้างและเท้าทั้ง 2 ข้างติดกัน อยู่ในร่องน้ำริมกำแพงรั้วกั้นระหว่างถนนเลียบมอเตอร์เวย์และทางด่วน โดยมีหญ้าขึ้นปกคลุมเล็กน้อย

ตรวจที่เกิดเหตุ

สภาพร่างกายกำลังเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นโชยออกมาไกล และพบมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ที่บริเวณริมขอบถนนเล็กน้อย ต่อมาได้มีผู้มาแจ้งว่าศพชายรายดังกล่าวนี้ น่าจะเป็นบุคคลที่ทางญาติได้แจ้งหายไว้ในเขตพื้นที่ สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ และได้มีการเผยแพร่ข้อความตามหาผ่านทางสื่อโซเชียลไว้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทาง จนท.จึงได้ติดต่อประสานงานไปยัง น.ส.วรรณพร หลักแหลม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 339/221 ม.5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ภรรยาบุคคลสูญหายที่แจ้งไว้ ให้เดินทางมายังในที่เกิดเหตุ

ภรรยาปล่อยโฮ

ต่อมาในเวลา 18.50 น. น.ส.วรรณพร ได้เดินทางมาถึงและทราบข้อมูลถึงตำนิรูปพรรณ ทั้งพวงกุญแจ และรอยสักลายซามูไรที่แผ่นหลัง ของผู้เสียชีวิตจากทาง จนท.ฝ่ายสืบสวน สภ.บางปะกง ถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ออกมาในทันที และยืนยันชัดเจนในเวลาต่อมาว่าศพผู้เสียชีวิตที่พบนั้น คือ นายธนาสันต์ เตอั้น อายุ 33 ปี ผู้เป็นสามีที่ได้หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 27 ม.ค.67 ที่ผ่านมา

นายธนาสันต์ เตอั้น

ขณะขับรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ ออกจากบ้านเพื่อนำไปจอดทิ้งไว้ยังปากทางใกล้กับห้างฯ แม็คโค เพื่อรอขึ้นรถรับส่งของบริษัทเดินทางไปเข้ากะดึกในเวลาเที่ยงคืน ยังที่โรงงานผลิตล้อยางรถยนต์แห่งหนึ่ง (บริดจสโตน) ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เฟส 6 อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยได้อยู่ด้วยกันครั้งสุดท้ายในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันเกิดเหตุ ก่อนหายตัวไปพร้อมกับรถ จยย.

จนเวลาผ่านไปครบ 24 ชม.แล้ว จึงได้เดินทางไปเข้าแจ้งความไว้ยังที่ สภ.บางปู ในเวลา 23.00 น. วันที่ 28 ม.ค.67 ก่อนที่จะมี จนท.แจ้งว่าพบศพผู้เป็นสามี สำหรับตนเองนั้นมีอาชีพขับรถบรรทุกตู้ทึบขนส่งชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม ไปยังนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมีบุตรชายซึ่งเป็นลูกติดจากสามีเก่าวัย 16 ปี 1 คน โดยยังไม่มีบุตรร่วมกับผู้ตาย น.ส.วรรณพร ระบุ

อุ้มทิ้งข้ามจังหวัด

ส่วนด้าน นายสาธิต (สงวนนามสกุล) วัย 29 ปี เพื่อร่วมงานรุ่นน้อง ซึ่งเดินทางมายังในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ผู้ตายและตนทำงานอยู่ในคลังสินค้าของโรงงาน มีหน้าที่ขับรถโฟล์คลิฟท์จัดเตรียมวัตถุดิบไว้ให้แก่ฝ่ายผลิต โดยมีเพื่อนร่วมงานประมาณ 10 คน คืนวันเกิดเหตุ (27 ม.ค.67) ผู้ตายได้หายตัวไปไม่ได้เข้ามาทำงาน โดยปกติแล้วรถรับส่งพนักงานจะเดินทางมาถึงยังโรงงานก่อนเวลาเข้าทำงานประมาณ 23.00 น. และเมื่อถึงเวลา 00.00 น. ของวันที่ 28 ม.ค.67 แล้วเขาก็ยังไม่มา

ถูกอุ้มมาทิ้ง

ตนและเพื่อนร่วมงานถึงได้พยายามโทรศัพท์เพื่อติดตามสอบถาม เนื่องจากหากจะหยุดงาน หรือลางาน โดยปกติแล้วจะต้องมีการแจ้งลาไว้ให้แก่ทางหัวหน้างานทราบก่อนล่วงหน้า แต่เมื่อโทรศัพท์ไปแล้วกลับไม่มีผู้รับสาย โดยมีการโทรติดต่อไปหลายครั้งจนถึงเวลาประมาณเกือบ 01.00 น. ก็ยังติดต่อไม่ได้ จากนั้นภาพในโปรไฟล์เฟซบุ๊กของผู้ตายได้ถูกกเปลี่ยนไปเป็นสีดำอีกด้วย โดยที่ผู้ตายนั้นเป็นรุ่นพี่เข้าทำงานมาเมื่อปี 2014 และไม่เคยพูดถึงเรื่องปัญหาอะไรให้ฟัง แม้จะต่อนข้างสนิทกันก็ตาม และยืนยันว่าผู้ตายไม่เคยพบว่ามีเรื่องกับใครในที่ทำงานมาก่อน นายสาธิต กล่าว

หลายฝ่ายตรวจที่เกิดเหตุ

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจาก นายวงศกร ทมธิแสง อายุ 29 ปี พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดอะเฮอริเทจ (เข็มทิศวิลเลจ) ม.5 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่าเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา น้องชายคือ นายพรเทพ ทมธิแสง อายุ 18 ปี ได้ขับรถ จยย.กลับจากโรงเรียนในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพื่อเดินทางกลับมายังบ้านพัก ได้พบเห็นผู้ตายลุกขึ้นนั่งโปกมือเรียกพร้อมส่งสายตาขอความช่วยเหลือ น้องชายจึงได้กลับรถวนมาดู จนพบว่ามีศพของผู้เสียชีวิตอยู่ในจุดดังกล่าว ก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งไปยังหมายเลข 191 ให้ตำรวจทราบ ซึ่งตอนนี้ตำรวจกำลังนำตัวน้องชายไปสอบถามปากคำอยู่ นายวงศกร กล่าว

ลุกขึ้นมาเรียก

ต่อมาในเวลา 19.05 น. พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมายังในที่เกิดเหตุ หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนวทางการสืบสวน พล.ต.ต.นเรวิช ได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ จากนั้นในเวลา 19.10 น. จนท.ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมาถึงยังในที่เกิดเหตุ และในเวลา 19.37 น. แพทย์เวรจาก รพ.บางปะกง จึงได้เดินทางมาร่วมกันชันสูตรพลิกศพยังในที่เกิดเหตุด้วยกัน

พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ตรวจที่เกิดเหตุ

หลังการชันสูตรพบที่บริเวณเกือบกึ่งกลางศีรษะเยื้องมาทางด้านขวามีรูกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเจาะเข้าไป 1 รู แต่ไม่พบรูทะลุออกมาจากร่างกาย โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พล.ต.ต.นเรวิช ได้มีการสั่งให้กันสื่อมวลชนให้ออกห่างไปจากพื้นที่ แต่กลับปล่อยให้มีสื่อบางรายซึ่งเป็นขาใหญ่ประจำถิ่น เดินติดตามประกบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุตลอดเวลา จนเกิดความกังขาในการปฏิบัติงานของ จนท.ว่าใช้มาตรฐานอะไรในการกีดกันสื่อมวลชนที่ต้องการข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงในการนำเสนอสู่สาธารณชนเช่นเดียวกัน จึงควรปฏิบัติในแบบเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...