โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หดหู่! แม่อุ้มลูกวัย 8 เดือนร้อง กัน จอมพลัง โดนราดน้ำกรดใส่

INN News

เผยแพร่ 28 เม.ย. 2567 เวลา 10.44 น. • INN News

หดหู่! แม่อุ้มลูกวัย 8 เดือนร้อง กัน จอมพลัง หลังโดนเมียอีกคนของสามี บุกราดน้ำกรดใส่หน้าจนหูหลุด ตัวผิดรูป ส่วนลูกน้อยพิการ ตาบอด ต้องให้อาหารทางสายยาง แต่คนทำผิดลอยนวล

วันนี้ (28 เม.ย. 67) นางสาวเกตี (นามสมมติ) และลูกน้อยวัย 8 เดือน เดินทางมาร้องกับ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง หลังถูกเมียเก่าของสามีบุกราดน้ำกรดจนทำให้แม่หูหลุดหน้าเหลวผิดรูป แขนใช้ได้ข้างเดียว เละทั้งตัว และลูกน้อยวัย 8 เดือน ตาบอด 2 ข้าง หน้าตัวเละเหลวผิดรูป

กัน จอมพลัง กล่าวว่า 2 แม่ลูกถูกผู้หญิงที่เป็นภรรยาเก่าของสามีเอาน้ำกรดราดตามตัว ขณะที่กำลังอาบน้ำให้ลูกน้อยวัย 2 เดือนในขณะนั้น มีการราดน้ำกรดที่ศรีษะ ทำให้น้ำกรดไหลลงมาที่แขนและตามตัว ตอนโดนราดแม่พยายามนั่งนิ่งๆไม่ให้ลูกสาววัย 2 เดือนโดนน้ำกรดไปด้วย ทำให้หูข้างขวาขาด ศรีษะละลายจนเห็นกะโหลก และมีแผลตามตัว จากนั้นภรรยาเก่าเห็นลูกน้อยอยู่ด้านหน้าก็นำน้ำกรดมาราดที่ลูกน้อยอีก ทำให้ลูกสาวตาบอดทั้ง 2 ข้าง จมูกหาย ตัวเละเหลวทั้งตัว จนต้องเจาะคอเพื่อหายใจ ทั้งคู่รอด แต่ใช้ชีวิตลำบาก และต้องใช้เงินรักษาตัวจำนวนมาก

หลังจากเกิดเหตุสามีของนางสาวเกตีพยายามวิ่งไล่ตาม แต่ไม่สามารถจับตัวได้ จากนั้นแม่ก็สลบไปและฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล สามีก็มาเยี่ยมเป็นพักๆ ก่อนขาดการติดต่อไปเมื่อเดือน พ.ย. 66 ที่ผ่านมา ซึ่งทราบว่า ตอนนี้สามีมีภรรยาใหม่แล้ว และทิ้งลูกทิ้งเมียเก่าให้อยู่กับความทุกข์ทรมาน ก่อนออกจากโรงพยาบาลนางสาวเกตีก็ได้ทักไปขอความช่วยเหลือเรื่องที่พัก เพื่อจะรักษาตัว แต่สามีตอบกลับมาเพียงว่า "ไม่รู้" และเงียบหายไป เลยตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือกับทางกัน จอมพลัง เพราะอยากให้แขนกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม และอยากให้ลูกมองเห็นและเดินได้เหมือนเด็กปกติ

ซึ่งในวันเกิดเหตุ นางสาวเกตีจับได้ว่าสามียังไม่เลิกกับเมีย แต่มาอ้างกับตนว่าเป็นเมียเก่า จึงตัดสินใจจะย้านออก และจะขนของออกตอน 22:00 น. ของวันนั้น แต่เหตุเกิดตอน 18:00 น. ซึ่งกัน จอมพลัง สังเกตว่า เป็นการชี้เป้าหรือไม่ อีกทั้ง ภรรยาเก่ายังตามราวีตลอดในช่วงก่อนคลอด ทั้งส่งยาทำแท้งมาให้ โพสรูปเกตีลงในโซเชียลว่า "ผญคนนี้ขายบริการ สนใจให้ติดต่อที่ตนได้เลย"

ในส่วนของเรื่องคดี หลังจากทั้งคู่ออกจากโรงพยาบาลได้เดินทางไปแจ้งความเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ฝั่งพม่า หลังจากนั้นก็ได้เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ต้องให้ทางพม่าโอนคดีมาฝั่งไทย และรับปากจะช่วยอย่างเต็มที่

ด้านนางสาวเกตี เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 5-6 โมงเย็น ขณะนั้นตนกำลังอาบน้ำให้ลูกน้อย และในขณะเดียวกันมีผู้หญิงทักมาหาว่า "มึงอยู่ไหน ให้ผัวกูรับสายหน่อย" แต่ตนไม่ได้โต้ตอบอะไร ผู้หญิงก็ถามย้ำว่า "อยู่ไหน ให้มาเคลียร์" จากนั้นผู้หญิงคนนัเนก็เดินมาจากข้างหลังเพื่อลงมือก่อเหตุดังกล่าว ตอนนั้นเห็นลูกร้องแล้วรู้สึกทรมานมาก อยากเป็นแทนลูก อยากตายแทนลูก หลังจากนั้นลูกสาวก็ร้องไห้เพราะเจ็บปวดอยู่ตลอด ตัวเองก็ปวดทั้งตัวทรมานมาก แขนข้างซ้ายตนไม่สามารถเหยียดตรงได้ ลูกสาวตาซ้ายบอดสนิท ตาขวาหมอบอกว่าสามารถผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาได้ แต่ค่าใช้จ่ายหลักแสนบาท ซึ่งตอนนี้ตนมีเงินติดตัวเพียง 30 บาท มาขอความช่วยเหลือกับกัม จอมพลัง เพราะเชื่อว่ากัน จอมพลัง จะช่วยเหลือได้ โดยค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด 450,000 บาท แม่ของอดีตสามเป็นคนดูแลทั้งหมด แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ช่วยเหลือต่อเนื่องจากปัญหาทางการเงิน ตอนนี้ก็ต้องคอยรักษาตลอด เวลานอน และคื่นนอนก็จะปวดตามตัวไปหมด

กัน จอมพลัง เผยอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ 10:00 น. ตนจะพาทั้งคู่ไปพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือทางคดี และในช่วงบ่าย จะพาทั้งคู่ไปที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เพื่อขอขยายวีซ่าให้ทั้งคู่ได้รักษาตัวต่อในประเทศไทย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...