โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โปรเจกต์ที่คิง เพาเวอร์ร่วมมือกับพันธมิตรทางดนตรี เพื่อขยายโอกาสให้เยาวชนเติบโตสู่อุตสาหกรรมเพลงไทย

Capital

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • Insight

THE POWER BAND คือเวทีประกวดวงดนตรีสากลคุณภาพระดับประเทศที่เยาวชนที่ติดตามวงการประกวดดนตรีน่าจะคุ้นหูกันดีเพราะจัดต่อเนื่อง ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ภายใต้โครงการเพื่อสังคม ‘คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย’ ของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ความพิเศษของปีนี้คือการจัดร่วมกับองค์กรหลากหลายที่เป็นกูรูตัวจริงในวงการดนตรี ทั้งองค์กรการศึกษาอย่างวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ 6 ค่ายเพลงดัง Muzik Move, LOVEiS Entertainment, Smallroom, What The Duck, Warner Music Thailand, XOXO Entertainment ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักดนตรีมือใหม่ที่อยากก้าวเท้าเข้าไปในวงการ

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เล่าว่าเป้าหมายสำคัญของโครงการ THE POWER BAND คือการสนับสนุน และจุดประกายให้นักดนตรีได้พัฒนาฝีมือ ต่อยอดความฝันของตนเอง และได้รับโอกาสในการแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ด้วยการสร้างพื้นที่แสดงพลังทางดนตรีเพื่อนักดนตรีไทยที่มองหาเวทีประกวดที่มีคุณภาพสูง โดยเวที THE POWER BAND 2024 SEASON 4

จะช่วยขยายโอกาสสู่วงกว้างให้ผู้ที่มีความสามารถด้านดนตรีที่หลากหลายได้เข้าใกล้ความฝันไปอีกขั้น ซึ่งตรงกับคอนเซปต์ของโครงการคือ ‘Let The Music Power Your World เป็นได้สุด เป็นไปได้ ด้วยพลังแห่งดนตรี’

สิ่งที่โดดเด่นของเวทีประกวดแห่งนี้คือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่อาจหาได้ง่ายๆ จากที่ไหนที่จะช่วย upskill ให้เหล่าผู้สมัครเข้าร่วมประกวด เช่น กิจกรรม THE POWER BAND MUSIC CAMP ที่ผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจะได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากคนที่อยู่ในวงการจริง โดยรวบรวมมิวสิกกูรูระดับประเทศกว่า 20 คน มาถ่ายทอดความรู้ต่างๆ และความเชี่ยวชาญทางด้านดนตรีทุกแขนง

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าการเข้าแคมป์เป็นการต่อยอดนักดนตรีที่มีฝันสู่เส้นทางการเติบโตสู่ระดับโปรเฟสชันนอล ซึ่งไม่ใช่แค่การส่งเสริมทักษะด้านดนตรีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสอนการพัฒนาบุคลิกภาพบนเวทีและการจัดการชีวิตตัวเอง ซึ่งถึงแม้ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะไม่ชนะ แต่ก็จะได้เรียนรู้วิธีพัฒนาตัวเองและได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันอย่างแน่นอน

ที่ผ่านมานอกจาก THE POWER BAND จะช่วยพัฒนาทักษะและส่งเสริมอุตสาหกรรมดนตรีแล้วเวทีนี้ยังเป็นเวทีประกวดที่ได้รับการยอมรับทั้งจากผู้ปกครอง คณาจารย์ ตลอดจนผู้มีประสบการณ์ทางด้านดนตรีมากมาย ทั้งในเรื่องมาตรฐานและคุณภาพ เห็นได้จากคณะกรรมการผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินการประกวดครั้งนี้ล้วนเป็นผู้คร่ำหวอดจากแวดวงดนตรีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ได้แก่ อัคราวิชญ์, พิริโยดม หัวหน้าสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์, พล–คชภัค ผลธนโชติ ผู้บริหารค่าย Boxx Music และ Zircle Muzik, ติ๊ก–กฤษติกร พรสาธิต ผู้บริหารค่าย Home Run Music และ เป้ - ไพสิฐ คำกลั่น Music Director ค่าย Melodic Corner เป็นต้น

ในมุมของผู้บริหารค่ายเพลง ชลากรณ์ ปัญญาโฉม หนึ่งในพันธมิตรที่จะมาช่วยค้นหานักดนตรีที่มีฝีมือได้กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจค่ายเพลงยังมีเพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ นั่นแปลว่ายังมีโอกาสเพิ่มเสมอสำหรับทุกคนที่อยากก้าวขึ้นมาเป็นนักดนตรีมืออาชีพ โอกาสในการเข้าร่วมประกวดคือโอกาสในการเติบโต วันหนึ่งคุณอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ในอุตสาหกรรมเพลงและร่วมผลักดันธุรกิจเพลงให้เติบโตขึ้นไม่ว่าจะในบทบาทโปรดิวเซอร์ หรือ music director ก็ล้วนเป็นไปได้

โดยที่ผ่านมามีวงดนตรีเข้าร่วมโครงการกว่า 600 วง รวมเป็นนักดนตรีมากกว่า 4,000 คนจากทั่วประเทศและยังมีจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นทุกปี กรรมการจากค่ายเพลงต่างๆ ให้ความเห็นว่าอยากเห็นผู้เข้าแข่งขันที่มีความพร้อมทั้งร่างกาย ทักษะ และหัวใจ นอกจากทักษะทางดนตรีแล้วยังแนะนำให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันเตรียมพร้อมในการซ้อมอย่างเข้มข้นเพื่อให้ชินกับเวที

ดนุภพ กมล รองกรรมการผู้จัดการ จากบริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่พร้อมอ้าแขนต้อนรับผู้ชนะเลิศให้มาทำซิงเกิลเพลงและมิวสิกวิดีโอร่วมกัน ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า สำหรับในมุมมองของค่ายเพลงอย่าง Muzik Move แล้ว คุณสมบัติที่จำเป็นที่สุดที่นักดนตรีหน้าใหม่ผู้มีฝีมือและอยากเป็นศิลปินต้องมีคือ ‘เอกลักษณ์เฉพาะตัว’ ซึ่งหมายถึงความโดดเด่นและแตกต่าง สามารถทำให้ผู้ฟังจดจำได้ อยากติดตามและมี ‘เสน่ห์’ ที่จะดึงดูดคนดูในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่ง หากมีคุณสมบัติเหล่านี้ เมื่อเข้ามาทำงานกับค่ายเพลงแล้วก็จะสามารถต่อยอดให้เดินไปได้ไกลในเส้นทางของศิลปิน

สำหรับรายละเอียดในการประกวดในปีนี้มีการแบ่งกลุ่มการแข่งขันออกเป็น 2 รุ่น คือ ‘รุ่นมัธยมศึกษา สุดยอดวงดนตรีระดับมัธยม (High School Class)’ และ ‘รุ่นบุคคลทั่วไป เส้นทางสู่ศิลปินมืออาชีพ (Professional Class : Road to Artist)’ โดยมีการลงพื้นที่ในรอบโซนนิ่งแสดงสด เพื่อคัดผู้ท้าชิงจาก 5 สนามแข่งขันทั่วประเทศมาประชันฝีมือในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

สำหรับผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะยังได้ชิงรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท พร้อมร่วมทำซิงเกิลกับโปรดิวเซอร์มืออาชีพและโอกาสในการร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีระดับประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมประกวดและติดตามรายละเอียดได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 2 สิงหาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์ www.music.mahidol.ac.th/thepowerband

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...