โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Green Construction เทรนด์ธุรกิจก่อสร้างปี 2024

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 มี.ค. 2567 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2567 เวลา 09.30 น.

อุตสาหกรรมก่อสร้างนับเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และเมื่อไล่ย้อนไปถึงที่มาของสินค้าอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ ทั้ง 13 ประเภท คือ แก้วและกระจก แกรนิตและหินอ่อน เคมี เซรามิก เทคโนโลยีชีวภาพ ปูนซีเมนต์ พลาสติก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ไม้อัดไม้บางและวัสดุแผ่น โรงเลื่อยและโรงอบไม้ เหล็ก หลังคาและอุปกรณ์ และอะลูมิเนียม ต่างก็เป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง และมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

แต่ในอนาคตอุตสาหกรรมก่อสร้างกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ การก่อสร้างอาคารสมัยใหม่ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Construction โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ คลัสเตอร์วัสดุก่อสร้าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้จัดสัมมนาเรื่อง “Green Construction toward ESG Achievement” เพื่อขับเคลื่อนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เข้าสู่การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนแล้ว

ก่อสร้าง 1.4 ล้านล้าน โต 2%

นายวิกรม วัชระคุปต์ ประธานคลัสเตอร์วัสดุก่อสร้าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2567 คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างจะขยายตัว 2% ต่อปี มูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท เป็นการขยายตัวจากการก่อสร้างของภาครัฐ 2% ต่อปี มูลค่าประมาณ 810,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่องจากอดีต เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า และมอเตอร์เวย์ และเป็นการก่อสร้างในภาคเอกชนอีก 598,000 ล้านบาท ขยายตัว 3% ต่อปี

ทั้งโครงการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการปรับปรุงซ่อมแซมโรงแรมให้สอดคล้องกับการขยายตัวในภาคการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ผ่อนคลายลงแล้ว ปัจจัยข้างต้นส่งผลต่อแนวโน้มความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง ปี 2567-2568 จะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 3.5- 4% ต่อปี

อย่างไรก็ตามปัจจุบันผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้างกำลังก้าวสู่การเป็น Green Construction จากเทรนด์ทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างความยั่งยืนตามหลัก ESG ที่คำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม การรับผิดชอบต่อสังคม และการบริหารงานที่ยึดหลักธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการแสวงหาผลกำไรของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการที่ปรับตัวจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดสินเชื่อสำหรับธุรกิจที่ลดโลกร้อน และยังออกเกณฑ์ในการปล่อยคาร์บอน เพื่อพิจารณาสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ หรือเป็นการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์

“ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กก่อสร้าง แก้ว กระจก อะลูมิเนียม องคาพยพเหล่านี้ต่างพากันทยอยปรับตัวกันหมดแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างมาตรฐานให้ตัวเอง”

ESG ตัวชี้วัดองค์กร

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างคลัสเตอร์วัสดุก่อสร้าง ส.อ.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชนตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างที่มีความเกี่ยวเนื่องกับผู้ประกอบการในหลายธุรกิจ

ขณะที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อแรงกดดันจากการดำเนินธุรกิจในระดับโลกที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะการนำกรอบ ESG มาเป็นตัวชี้วัดสำคัญขององค์กร ไม่ใช่มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญต่อการใส่ใจสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาลควบคู่ไปด้วย

“หากไม่มีการปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG จะทำให้เกิดความเสี่ยงในธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน อาทิ เสียโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แบรนด์สินค้า ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ สูญเสียความสามารถทางการแข่งขันจากการเผชิญกับมาตรการกีดกันทางการค้าต่าง ๆ อาทิ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) เป็นต้น”

แรงกดดันจากการปล่อยคาร์บอน

นางกัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ และ นางวรรณโกมล สุภาชาติ ตัวแทนจากธนาคารไทยพาณิชย์ อธิบายถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้าง ถึงโอกาสและความท้าทายในปี 2567 ว่า โครงการใหม่ที่กำลังจะเกิดคือความคาดหวัง คือโครงการคมนาคมที่จะกิดขึ้น ทั้ง ไฮสปีดเส้นกรุงเทพฯ-โคราช เฟส 2 ที่ขยายส่วนต่อไปยังหนองคาย ซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์จากภาครัฐ และในส่วนของภาคเอกชนมูลค่าอีกกว่า 600,000 ล้านบาท จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย และเชิงพาณิชย์ อย่างอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า แต่ยังคงเป็นโครงการเดิมที่ต่อเนื่องยังไม่ใช่โครงการใหม่ ๆ

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่ต้องจับตา คือ 1.ต้นทุนการก่อสร้างที่ยังคงสูง โดยเฉพาะค่าแรง ราคาวัสดุอย่างเหล็ก ปูน รวมถึงต้นทุนจากราคาพลังงาน 2.สภาพคล่อง โดยปีที่ผ่านมาพบว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้างปิดกิจการไปถึง 7% ซึ่งยังพบว่าส่วนใหญ่เป็น SMEs ที่รับเหมางานรัฐ 3.แรงกดดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นกติกาโลกที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แน่นอนว่าการใช้วัสดุก่อสร้างเป็นแรงกดดันที่สำคัญที่สุด ที่จะถูกส่งผ่านไปยังผู้ผลิต

จากแรงกดดันดังกล่าว ทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก เมื่อเทรนด์ ESG กดดันอย่างหนัก แต่ทั้งหมดนี้มันจะต้องเริ่มจากผู้ว่าจ้าง ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ต้องเริ่มจากผู้ว่าจ้างที่ระบุชัดว่า ต้องการ กรีนบิลดิ้ง จากนั้นผู้รับเหมาจะต้องบริหารจัดการในขณะการก่อสร้างให้ได้ด้วยการลดของเสีย ลดฝุ่น ลดการใช้พลังงาน ใช้วัสดุที่รีไซเคิล ปูนรีไซเคิล เหล็กรีไซเคิล เป็นต้น

ซึ่งจะนำไปสู่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เปลี่ยนมาใช้ไมดูล่าหรือปูนแผ่นสำเร็จรูปที่ผลิตมาจากโรงงาน โรงงานเหล็กได้เปลี่ยนเตาเผาจากเดิมมาเป็นเตาไฟฟ้า ทั้งยังศึกษาระบบการกักเก็บพลังงาน CCUS มาช่วยดักจับความร้อนที่เกิดจากเตาหลอม และในอนาคตจะมีการนำรูปแบบการผลิตเอทานอลจากความร้อนเตาหลอมเหล็ก เป็นแนวทางที่ต่างประเทศใช้กัน

O-NES Tower ต้นแบบตึก ESG

นายประเสริฐ เฉลิมรัตนานนท์ ผู้บริหารจาก บริษัท ไทยโอบายาชิ กล่าวถึงบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนว่า ไทยโอบายาชิ เป็นเจ้าของตึก O-NES Tower ที่ซอยสุขุมวิท 6 ซึ่งตึกแห่งนี้ได้มีการออกแบบเป็นการพิเศษ ด้วยโครงสร้างเหล็กแทนโครงสร้างที่เน้นการใช้ปูนซีเมนต์

บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเป็นตึกที่เป็นไปตามนโยบาย ESG ดังนั้นในการออกแบบตึกจะมีการหารือกับทางผู้รับเหมา สถาปนิก โดยแจ้งรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อง่ายต่อการออกแบบ และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้สามารถทำออกมาได้สมบูรณ์ เนื่องจากวัสดุก่อสร้างทั้งหมดถูกควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำ นั่นคือโรงงานผู้ผลิต เหล็กโครงสร้างผลิตจากโรงงานที่มีกระบวนการสะอาด ลดการปล่อยของเสีย หรือบางส่วนมาจากเหล็กรีไซเคิล

ในส่วนของโครงสร้างรายละเอียดตึกภายนอกอื่น ๆ เช่น กระจก ต้องเลือกใช้วัสดุที่กันความร้อน เพราะเมื่ออุณหภูมิภายในอาคารเย็น สามารถช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้เป็นอย่างมาก

และที่สำคัญการสร้างตึกสักแห่งจะต้องมองระยะยาว คือ การคงทนและคงอยู่ นานที่สุด 30-40 ปี ต้องบำรุงรักษาให้น้อยที่สุด เพราะจะเป็นอีกส่วนในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต้นแบบของตึกแห่งนี้คือที่สุดของ ESG เช่นเดียวกับ อาคารศูนย์สิริกิติ์ นี่คือแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเดินต่อไป ปรับตัวเพื่อรับกติกาโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Green Construction เทรนด์ธุรกิจก่อสร้างปี 2024

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...