จ.กระบี่ ‘เมิน’ กองถ่ายหนังต่างประเทศ กลัวซ้ำรอย ‘อ่าวมาหยา’
The Bangkok Insight
อัพเดต 31 ม.ค. 2565 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2565 เวลา 12.10 น. • The Bangkok Insightจ.กระบี่ ‘เมิน’ กองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ขอปิดหาดไร่เลย์ 1 เดือน ‘กลัวได้ไม่คุ้มเสีย’ หากธรรมชาติเสียหาย ยกเคส ‘อ่าวมาหยา’ เป็นบทเรียน ที่สำคัญขัด "ปฏิญญาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่"
การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จ.กระบี่ มีมติไม่เห็นชอบให้มีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง MEG 2 ในทะเล จ.กระบี่ ระหว่างวันที่ 16 เม.ย.- 9 พ.ค.นี้ โดยได้เลือกสถานที่ถ่ายทำบริเวณหาดพระนาง, หาดต้นไทร และไร่เลย์
การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จ.กระบี่ มีมติไม่เห็นชอบให้มีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง MEG 2 หลังจากกองถ่ายภาพยนตร์ยื่นเรื่องเข้ามา กองถ่ายจะมีการสร้างรีสอร์ตจำลองบริเวณพื้นที่หาดอ่าวนาง โดยจะถ่ายทำฉากสำคัญ เช่น ฉากถ่ายทำในทะเล ฉากเฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่หาดต้นไทร รวมทั้งฉากอื่น ๆ เช่น การขับขี่เจ็ตสกีเข้ามาช่วยเหลือคนที่หน้าหาดไร่เลย์
การถ่ายทำฉากดังกล่าวขัดกับ "ปฏิญญาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่" ที่ห้ามมีกิจกรรมเจ็ตสกีเรือสกู๊ตเตอร์เรือลาก เรือกล้วย ลากร่ม ร่มชายหาด รวมทั้งจะขัดกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ พ.ศ.2559
ขณะที่นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า หากอนุญาตให้มีการถ่ายทำฉากดังกล่าว จะเป็นภาพจำว่า จ.กระบี่สามารถขับขี่เจ็ตสกีได้ นอกจากนี้ การก่อสร้างสะพานหน้าหาด และการปิดหาดเพื่อถ่ายทำในช่วงเกือบ 1 เดือน จะกระทบกับผู้ประกอบการนำเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวไร่เลย์
ทั้งนี้ กองถ่ายภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว จะใช้คนประมาณ 400 คน ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า จะสร้างความเสียหายให้แก่ธรรมชาติ อาจได้ไม่คุ้มเสีย แม้จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ก็ตาม
ในการประชุมมีทั้งผู้เห็นว่าควรอนุญาตและไม่อนุญาต โดยผู้ที่เห็นว่าควรอนุญาต มองว่าธรรมชาติจะไม่เสียหาย และทำให้เสียโอกาสสร้างรายได้
ขณะผู้ที่เห็นควรไม่อนุญาต ได้ยกกรณีศึกษา "อ่าวมาหยา" ที่มีบริษัทภาพยนต์ระดับโลกเข้ามาใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก ภาพยนตร์เรื่อง The Beach แม้เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักอ่าวมาหยา และเดินทางมาเยือนกันเป็นจำนวนมาก สร้างมูลค่าด้านการท่องเที่ยวได้มหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลเสียต่อทรัพยากรธรรมชาติ ที่เกิดจากการท่องเที่ยวเช่นกัน
โดยระหว่างการถ่ายทำ ทีมงานได้ใช้รถเกลี่ยดินและปรับสภาพอ่าวมาหยาให้ดูสวยตามที่ต้องการ รวมถึงการเอาเนินทรายบนหาดออก การถอนต้นมะพร้าว และทำลายโขดหิน ทำให้ชาวบ้านเกาะพีพีเล ยื่นฟ้องผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในขณะนั้น รวมทั้งบริษัทผู้ผลิต จนกลายเป็นคดีความยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในปี 2564 ตั้งแต่มกราคม ถึง ตุลาคม มีบริษัทภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยรวม 74 เรื่อง สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 3,400 ล้านบาท แม้จะมีการระบาดของ โควิด 19 ก็ตาม
ทั้งนี้ ประเทศที่นำเม็ดเงินเข้าประเทศไทย จากการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกากว่า 2,500 ล้านบาท เกาะฮ่องกงกว่า 280 ล้านบาท สิงคโปร์กว่า 220 ล้านบาท ฝรั่งเศสกว่า 120 ล้านบาท และจีนกว่า 85 ล้านบาท
อ่านข่าวเพิ่มเติม