โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่โหมกระหน่ำอย่างหนักในช่วงนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้สะท้อนข้อเท็จจริงทางการเมือง แต่เป็นเพียงเกมจิตวิทยาและสงครามข่าวสารที่ถูกขับเคลื่อนจากสองทางหลัก คือกลุ่มคนนอกที่ไม่ชอบรัฐบาล พยายามดิสเครดิตเพื่อสร้างความสั่นคลอน และ สส.บางกลุ่มในพรรคสีน้ำเงินที่กระหายเก้าอี้กระทรวง

ในจังหวะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปเยือนประเทศจีน ปล่อยข่าวลือเพื่อกดดันและต่อรองอำนาจ ควบคู่ไปกับกระแสข่าวดีลการเมืองข้ามประเทศเรื่องแดงเขียวที่ประเทศโมนาโก

ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงการปั่นกระแสจากผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งข่าวและไม่รู้จริงทั้งสิ้น นายกฯ อนุทิน ได้ออกมายืนยันเสียงแข็งแล้วว่ายังไม่มีแนวคิดปรับ ครม. และไม่มีการดึงพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลเพิ่มอย่างแน่นอน

สอดคล้องกับท่าทีของ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ที่ออกมาระบุชัดเจนว่า การพิจารณาปรับ ครม. ควรให้เวลาทำงานอย่างน้อยหนึ่งปีจึงจะเหมาะสมที่สุด

การแท็กทีมสยบข่าวลือของทั้งคู่จึงเป็นการปิดประตูเกมต่อรองได้อย่างทันท่วงที งานนี้ใครที่คิดจะปล่อยข่าวรายวันเพื่อรอเสียบเก้าอี้รัฐมนตรีคงต้องคิดใหม่ เพราะทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาและการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากกลุ่มการเมืองใดหรือคนในพรรคยังฝืนเล่นนอกเกมเพื่อต่อรองอำนาจเกินขอบเขต คงต้องระวัง “ครูใหญ่” แห่งค่ายน้ำเงินจะใช้จังหวะนี้เดินเกมเอาคืนและจัดระเบียบภายในพรรคแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนทำให้คนที่รอจังหวะเสียบต้องชวดเก้าอี้และกระเด็นหลุดจากวงโคจรไปในที่สุด

๐ ประกาศเด็ดขาดของ อนุทิน ในฐานะ มท.1 ที่เตรียมรีเซตกระทรวงคลองหลอดครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อลบภาพลักษณ์กระทรวงมหาไถ ด้วยการปรับย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ไฟกะพริบครอบคลุมตั้งแต่รองปลัด อธิบดี ผู้ตรวจราชการ ไปจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงการเติมเต็มตำแหน่งที่เกษียณอายุอีกหลายสิบตำแหน่ง โดยชูนโยบายก้าวข้ามความเป็นสิงห์ดำและสิงห์แดง พร้อมสลายทุกกลุ่มก๊วนและการเมืองภายใน มุ่งยึดถือความอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และประวัติไร้ความด่างพร้อยเป็นสำคัญ รวมถึงให้เร่งเคลียร์ปัญหาระหว่างสายบังคับบัญชา ระหว่างขั้วของอนุทินที่หนุน “ปลัดป๊อป” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ และขั้วของ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ที่ถูกมองว่าหนุน “อธิบดีพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ จนเกิดภาวะงัดข้อและประลองกำลังกันทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ว่าสุดท้ายแล้วจะจัดการอย่างไร

แม้การรีเซตกระทรวงมหาดไทยเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่หากมองเลยไปถึงเสียงเรียกร้องจากคนนอกที่อยากให้รื้อถอนระบอบสีน้ำเงินทิ้งทั้งหมด ก็ต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงความเป็นจริง หากระบอบสีน้ำเงินถูกรื้อถอนลงไปแล้ว อาจเปิดทางให้ระบอบสีส้มเข้ามามีอำนาจเบ็ดเสร็จเพื่อรื้อรากถอนโคนโครงสร้างการปกครองและเปลี่ยนแปลงประเทศแบบหน้ามือเป็นหลังมือ พร้อมรื้อประเทศแบบถอนรากถอนโคน อยากถามว่าอย่างไหนกันแน่ที่น่ากลัวและสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติมากกว่ากัน

๐ การออกมาเคลื่อนไหวของ “เสี่ยเม้ง” นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ผ่านการโพสต์ข้อความปกป้องครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย จากประเด็นดรามาสวมกางเกงขาสั้นร่วมพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยถ้อยคำดุเดือดว่า “การใส่กางเกงขาสั้นที่ขาตัวเอง แต่ไปหนักหัวคนอื่น ยังดีกว่าข้าราชการที่สวมเครื่องแบบแล้วปล้นเงินลูกหลานชาวนาไปโกงสอบท้องถิ่น” นั้น ไม่ได้สะท้อนแค่ความเชื่อมั่นผู้นำและปกป้องผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเท่านั้น แต่หากมองลึกลงไปในเชิงยุทธศาสตร์การเมืองแล้ว วัชรพงศ์ ถือเป็นหนึ่งในมือปืนคนใหม่ของทัพสีน้ำเงิน ที่มักจะออกหน้าปกป้องทั้งตัวนายกฯ และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทุกกระแสโจมตีรอบด้าน

น่าจับตาหากสุดท้ายมีการจัดทัพใหม่ หรือการปรับ ครม.ในอนาคต เสี่ยเม้ง จะได้เข้าทำเนียบฯ ไปแสดงฝีมือในฝ่ายบริหารหรือไม่.

เสือดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...