โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ซูเปอร์เอลนีโญ” จ่อถล่มไทย เสี่ยงซ้ำเติม “ภัยแล้ง” วิกฤตหนัก ข้าวไทยเสี่ยงสูญ 5.4 ล้านตัน!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ลากยาวถึงต้นปีหน้า เสี่ยงซ้ำเติมภัยแล้งไทย กระทบผลผลิตข้าวและรายได้ชาวนา นักวิเคราะห์ประเมินความเสียหายภาคการเกษตรอาจพุ่งถึง 6.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ผลผลิตข้าวอาจหายจากระบบกว่า 5.4 ล้านตัน

ปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก และอาจลากยาวไปถึงต้นปีหน้า กำลังสร้างความกังวลต่อภาคการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมข้าว ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ นักวิเคราะห์เตือนว่า ภาวะแล้งรุนแรงและอุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจทำให้ผลผลิตข้าวลดลง กระทบรายได้เกษตรกรและเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหาร

ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เพาะปลูกข้าวสำคัญของไทย ผืนนาที่ หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชุมชนเกษตรกรรมมาหลายชั่วอายุคน และเป็นแหล่งผลิตข้าวทั้งสำหรับบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปยังผู้บริโภคทั่วโลก แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้ฤดูกาลเพาะปลูกมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทุกครั้งที่เริ่มปลูกข้าวจึงกลายเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ เพราะเพียงฝนทิ้งช่วงหรือฝนมาไม่ตรงเวลา ก็อาจทำให้ผลผลิตที่เกษตรกรทุ่มเทแรงกายมาตลอดหลายเดือนเสียหายได้

เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ผลผลิตที่ลดลง และราคาข้าวที่ไม่ขยับตามต้นทุน

นายไพราช เส็งเจริญ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ กล่าวว่า ต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับสูง ขณะที่ผลผลิตต่ำและราคาข้าวตกต่ำ ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถแบกรับภาระต่อไปได้ ปัญหาสำคัญที่สุดคือการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากการปลูกข้าวเป็นกิจกรรมทางการเกษตรที่ต้องใช้น้ำในปริมาณมาก แต่ช่วงฤดูแล้งที่ยาวนานขึ้นกำลังทำให้นาข้าวขาดน้ำก่อนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ส่งผลโดยตรงต่อความหวังของเกษตรกรในแต่ละรอบการผลิต

นายไพราชกล่าวเพิ่มเติมว่า หากการปลูกข้าวไม่มีน้ำ ทุกอย่างก็จบลง และสำหรับเกษตรกรแล้ว นั่นหมายถึงการสูญเสียทั้งผลผลิตและรายได้

สภาพอากาศที่แปรปรวนตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้สร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมข้าวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า สถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น หากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญพัฒนาไปตามที่คาดการณ์ไว้

“ซูเปอร์ เอลนีโญ” อาจทำให้หลายพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญอุณหภูมิที่สูงขึ้นและภาวะแห้งแล้งยาวนานกว่าปกติ และอาจรุนแรงกว่าผลกระทบจากเอลนีโญครั้งใหญ่ในอดีต ซึ่งเคยทำให้เขื่อนและแหล่งน้ำมีปริมาณลดลง พื้นที่เกษตรประสบภัยแล้ง และผลผลิตทางการเกษตรลดลง

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากเกิดซูเปอร์เอลนีโญที่มีความรุนแรงมาก ภาคเกษตรกรรมของไทยอาจเข้าใกล้ “จุดเปลี่ยน” ที่ส่งผลกระทบพร้อมกันทั้งด้านการผลิต ปริมาณการส่งออก และรายได้ของประชาชนในชนบท

ด้าน นักวิเคราะห์จากธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า หากซูเปอร์เอลนีโญรุนแรงตามที่คาดการณ์ ภาคเกษตรกรรมและผลผลิตทางการเกษตรของไทยอาจได้รับความเสียหายประมาณ 62,000 ล้านบาท หรือราว 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจทำให้ข้าวเปลือกสูญเสียจากระบบประมาณ 5.4 ล้านตัน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงที่ผลผลิตข้าวของไทยอาจลดลงประมาณ 15% จากผลผลิตในแต่ละปี ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร แต่ยังทำให้ประเทศไทยต้องทบทวนแนวทางด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยโจทย์สำคัญในอนาคตอาจไม่ใช่เพียงการผลิตข้าวให้เพียงพอ แต่ต้องสามารถผลิตข้าวโดยใช้น้ำน้อยลงด้วย

ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยด้านการเกษตรกำลังเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวที่สามารถทนต่อภาวะแห้งแล้งและอยู่รอดได้ในช่วงที่ขาดน้ำยาวนาน โดยพยายามรักษาระดับผลผลิตให้ใกล้เคียงกับพันธุ์ข้าวทั่วไป โดยนักวิทยาศาสตร์อาศัยองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์ที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวที่สามารถเติบโตได้ในสภาพอากาศที่ภัยแล้งอาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต

ดร.ศิวเรศ อารีกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หากซูเปอร์เอลนีโญมีความรุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารอย่างแน่นอน โดยโครงการพัฒนาข้าวใช้น้ำน้อยเป็นงานที่ดำเนินการมานานเกือบ 10 ปี เริ่มตั้งแต่การค้นหายีนที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์และพันธมิตรในประเทศจีน

พันธุ์ข้าวใช้น้ำน้อยดังกล่าวสามารถลดการใช้น้ำได้ประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับการปลูกข้าวทั่วไป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการรับมือกับภาวะขาดแคลนน้ำและความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศในอนาคต

แม้นักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวสำหรับอนาคต แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อนาคตของข้าวไทยยังขึ้นอยู่กับเกษตรกรที่กำลังดูแลผืนนาอยู่ในวันนี้ คำถามสำคัญคือ เกษตรกรจะสามารถประคับประคองอาชีพและผ่านพ้นฤดูแล้งที่รุนแรงขึ้นได้หรือไม่ หาก ซูเปอร์เอลนีโญเดินหน้ารุนแรงตามที่มีการคาดการณ์ไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...