โกงข้อสอบ9พันล้าน กมธ.ปปช.แฉทุจริต32ขั้นตอนขรก.ซี10-นักการเมืองเอี่ยว
"มท.4" ร่วมถก กมธ.กระจายอำนาจฯ ปมรักษาสิทธิผู้สอบท้องถิ่นที่สุจริต ชี้กระบวนการถอดถอนรายชื่อ 5,925 คนไม่ยืดเยื้อ "ปธ.กมธ.ปปช." แฉทุจริตข้อสอบมี 32 ขั้นตอน ยื่น 6 ข้อเสนอ ชงนายกฯ ฟันอาญา-แพ่ง-ปกครองอย่างเฉียบขาดกับผู้เกี่ยวข้อง เรียกค่าเสียหาย มศว ด้วย พร้อมยุบ "กสถ." หลังผิดพลาดร้ายแรง ผงะ! เส้นเงินพุ่ง 9 พันล้าน พบรวบรวมคนสมัครแทนเป็นพวง เป็นขบวนการใหญ่ ขรก.ระดับ 10-นักการเมืองมีเอี่ยว ด้าน "ป.ป.ช." ขยายผลหลังพบเส้นเงินโยงคดีโกงสอบปี 64
ที่รัฐสภา วันที่ 20 สิงหาคม มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาเรื่องการเสียสิทธิบางประการของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ในกลุ่มผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายทุจริตในการสอบแข่งขันท้องถิ่นปี 68 โดยเชิญนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เข้าร่วมประชุม
จากนั้นนายคงกฤษกล่าวว่า เนื่องจากครั้งนี้ผู้ที่ไม่ได้ทุจริตอาจเสียสิทธิในการบรรจุหรือแต่งตั้งในจังหวัดที่เขาไม่ได้เลือกมาก่อน สำหรับวันนี้เมื่อได้ขึ้นบัญชี เราก็อยากให้โอกาสกับผู้ที่ได้รับสิทธิเลื่อนบัญชี
ด้านนายวรศิษฎ์กล่าวว่า หากได้ติดตามกระบวนการตอนนี้กำลังส่งข้อมูลผู้ที่มีคะแนนผิดปกติให้กับทางกรรมการจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากนั้นกรรมการจังหวัดจะมีการประชุมและส่งข้อมูลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้ถอดถอนผู้ที่ทุจริตและถูกบรรจุเข้าไป เมื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ถูกถอดถอนออกไป ก็จะทำให้มีที่ว่างเดิมเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า นอกจากสิทธิสอบแล้วจะสืบเนื่องถึงสิทธิอะไรบ้าง เช่น เรื่องเงินเดือน นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะเราถือว่ามันเป็นสิทธิที่ไม่ควรได้ ก็ต้องดำเนินการต่อ แต่นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรก ซึ่งคนเหล่านี้จะได้รับสิทธิตั้งแต่เริ่มวันบรรจุหลังจากมีการเรียกบัญชีและบริหารบัญชีเสร็จ เมื่อเรียกคนไปบรรจุก็จะได้รับสิทธิตั้งแต่ตอนนั้น รวมแล้วประมาณกว่า 5,000 คน แต่ตัวเลขมีการขยับทุกวัน
ต่อข้อถามว่า การถอดถอนรายชื่อ 5,925 คน จะมีอุปสรรคและยืดเยื้อหรือไม่ รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ไม่ยืดเยื้อ เข้าใจนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกที่ว่ามีความกังวลและไม่มีใครอยากยุ่ง แต่ในเมื่อเหตุเกิดไปแล้ว และมีข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ ก็ต้องดำเนินการ ปฏิเสธไม่ได้ว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ควรได้รับการบรรจุตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ในส่วนของความกังวล ทราบว่ามีหลายกลุ่ม เพราะยังไม่เห็นข้อมูลจากส่วนกลางส่งไปให้ ซึ่งตอนนี้มีหลายที่ เมื่อได้รับข้อมูลไปแล้วเขาก็สบายใจแล้วก็ดำเนินการ อบจ.ลำพูนก็ออกมาโพสต์ว่าได้รับข้อมูล ทาง อบจ.กระบี่ก็ได้ถอดถอนไปแล้วทั้งหมด 112 คน ซึ่งเราขีดเส้นการถอดถอนทั้ง 5,925 คนไว้วันที่ 31 ส.ค.69
ขณะเดียวกัน นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงผลประชุมเกี่ยวกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ว่า มีผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะเลขานุการ คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริง
ชง 6 ข้อฟันอาญา-แพ่ง
นายอาสพลธ์กล่าวว่า คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และตรวจสอบใน 3 ช่วงเวลา คือ 1.ช่วงก่อนการสอบ 2.ระหว่างการสอบ และ 3.หลังการสอบรวม 32 ขั้นตอน จึงได้ทำข้อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) และ สถ.ดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตอย่างเฉียบขาดทั้งทางอาญา แพ่ง และทางปกครอง พร้อมทั้งให้ มท.และ สถ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เนื่องจากยังไม่ครอบคลุมการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และให้ สถ.จัดประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ใหม่ โดยนำข้อมูลที่ถูกต้องเข้าสู่การประชุมเพื่อรับรอง และแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านให้ถูกต้อง และให้ สถ.ในฐานะคู่สัญญาดำเนินการตามกฎหมาย เรียกร้องค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
2.ให้ สถ.พัฒนาปรับปรุงระบบการบริหารบุคคลท้องถิ่น และให้พิจารณาว่าในอนาคตสมควรมอบหมาย กสถ. เป็นผู้จัดสอบแข่งขันในการคัดเลือกบุคคลบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือไม่ หรือสมควรยุบหน่วยงานดังกล่าว เนื่องจากการจัดสอบปี 2568 กสถ.ดำเนินการผิดพลาดอย่างร้ายแรง มีการทุจริตทั้ง 32 ขั้นตอน ทำให้เสียความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง จึงเสนอว่าหากยังทำหน้าที่อย่างนี้ต่อไป ควรยุบหน่วยงานนี้ทิ้งเสีย
3.ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำฐานข้อมูลผู้กระทำการทุจริตการสอบ เพื่อให้ปรากฏชื่อในฐานทะเบียนกลาง หากในอนาคตไปสอบในหน่วยงานใดหรือรัฐวิสาหกิจใด จะปรากฏชื่อบุคคลเหล่านี้ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ ไม่สามารถรับราชการได้อีกตลอดชีวิต 4.ให้ ป.ป.ท. สตง.-ปปง. บูรณาการขยายผลการสืบสวน เนื่องจากพบเครือข่ายกระทำความผิดหลายเครือข่าย และเป็นการสนับสนุนการสอบของ ป.ป.ช.
“ในการสอบแข่งขันมีการไปรวบรวมรายชื่อผู้สมัครเป็นพวงๆ ประมาณ 100 พวง 1 พวงอาจจะมี 100-200 คน เป็นกลุ่มที่เข้าข่ายการทุจริต มีการมอบหมายให้สมัครแทนกันประมาณ 100 พวง มีการจ่ายเงินค่าสมัครแทนกันจาก 100 พวง ลดเหลือ 80 พวง วิธีการปกติผู้สมัครต้องไปสมัครเอง จ่ายเงินค่าสอบเองผ่านธนาคารกรุงไทย พบว่ามีการรวบรวมสมัครสอบร่วมกัน 100 พวง เมื่อสมัครเสร็จนำเงินไปจ่ายอีก 80 พวง จากนั้น ปปง.พบเส้นเงินระดับหลัก 1 แสนบาท-1 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการไปสมัครสอบ และจ่ายเงินอีก 40 ถึง 60 พวง โดยมีขบวนการเกี่ยวเนื่องกันเป็นขบวนการที่ใหญ่”
5.ให้กรมบัญชีกลางจัดทำขอบเขตงาน TOR เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการจัดสอบแข่งขันเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน โดยมี 32 ขั้นตอนเสนอให้นายกรัฐมนตรี เพื่อให้กรมบัญชีกลางนำไปเป็น TOR มาตรฐานในการจัดสอบในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต และ 6.ให้สำนักงาน ก.พ.-ป.ป.ท.-สตง.-มท. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมศึกษาจัดทำร่างกฎหมาย กำหนดคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ฐานความผิดและโทษของการทุจริตสอบแข่งขันในการเข้ารับราชการ เพื่อให้มีความชัดเจนและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะวันนี้มีช่องโหว่ของกฎหมายเยอะ
พบเส้นเงิน 9 พันล้าน
"มีความคืบหน้าจากการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 500 คน พบเส้นเงินรวมกว่า 9,000 ล้านบาท เพราะจากการสอบของ ปปง. พบขบวนการทุจริตว่ามีการรวบรวมผู้สมัครซึ่งเป็นสายเรียกเก็บเงินล่วงหน้า และเก็บเงินเพิ่มเมื่อมีการประกาศบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น ซึ่ง ป.ป.ช.คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในส่วนการตรวจสอบของ กสถ. ภายในเดือนกันยายนนี้ นอกจากนี้ยังรับพิจารณาคดีย้อนหลังไปถึงการสอบเลื่อนระดับผู้บริหารท้องถิ่นปี 2564 เป็นคดีพิเศษด้วย"
เมื่อถามว่า จากการตรวจสอบหลังพบเส้นเงินกว่า 9,000 ล้านบาท ในคดีทุจริตข้อสอบฯ มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับนักการเมืองหรือไม่ นายอาสพลธ์กล่าวว่า ตนได้สอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมว่า ขณะนี้เรื่องถึงระดับไหนแล้ว ด้านผู้แทน ป.ป.ช.ชี้แจงว่ายังอยู่ที่ระดับ 10 และได้สอบถามไปยังเลขานุการคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ว่าจากการสอบหาข้อเท็จจริงถึงระดับ 11 หรือไม่ หรือสูงกว่านั้นหรือไม่ คำตอบคือยังไม่มี
เมื่อถามย้ำว่า นอกจากข้าราชการประจำแล้ว มีนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายอาสพลธ์กล่าวว่า ทางผู้ชี้แจงบอกว่า "มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง"
ต่อข้อถามว่า ทาง ป.ป.ช.ได้ชี้แจงหรือไม่ว่ามีการเชิญบุคคลที่มีชื่อปรากฏตามข่าวไปสอบ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกฯ นายอาสพลธ์กล่าวว่า ประเด็นนี้ กมธ.ไม่ได้สอบถาม
เมื่อถามว่า กมธ.การกฎหมายฯ ตั้งข้อสังเกตว่า ม.บูรพาทำให้เกิดการทุจริตในการสอบ แต่สุดท้ายไม่มีการดำเนินการอะไรให้เป็นรูปธรรม นายอาสพลธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ กมธ.ได้สอบถามเช่นกัน ถือว่าเป็นความบกพร่องของกรรมการ กสถ. และ สถ.ในขณะนั้นก็ต้องดำเนินคดีอาญาเช่นเดียวกัน รวมถึงบุคคลที่อยู่ในช่วงร่าง TOR ในรายงานระบุว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน
ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564 คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้เรียกสำนวนที่เคยส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเดิมกลับมาไต่สวนร่วมกันเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากพบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกัน โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใด จะเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงหรือไม่ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่คณะทำงานมีข้อมูล และจะขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะมีสำนักงาน ปปง.เข้ามาช่วยตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ยืนยันว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่เคยถูกฝ่ายการเมืองกดดันการทำงาน หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด บุคคลนั้นต้องรับผิด โดยไม่มีการตัดตอน และการดำเนินคดีจะเป็นความผิดทางอาญาหรือทางแพ่ง ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ยืนยันว่าจะต้องมีความชัดเจนภายในกรอบเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569.