ต้อนรับ “รถเมล์ไฟฟ้า (EV)” ในไทยและเตรียมบอกลา รถเมล์ครีมแดงแสนคร่ำครึ
ความพยายามในการยกเลิกยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปยังคงดำเนินต่อไป โดยรัฐบาลไทยกำลังผลักดันให้รถเมล์และยานพาหนะไฟฟ้า กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบขนส่งในประเทศ โดยจะนำ “รถเมล์ไฟฟ้า (EV)” มาเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับขนส่งสาธารณะ โปรดจงลืมไปซะสำหรับรถเมล์แดงครีมดำอันคุ้นตาที่อยู่มากันหลายปี
Related articles
Weekly Obsessions: ต้อนรับเดือนใหม่ด้วยแคมเปญแฟชั่นและไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็ม!
“Tagi Sabaai House” แลนดิ้งไทยแลนด์! ชวนเช็กอินแฟล็กชิปสโตร์สุดคิวท์แห่งแรกที่ CentralWorld
รถเมล์หลากสีสันที่มีพื้นเป็นครีม ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และส่งเสียงสั่นโคลงเคลงยามวิ่งด้วยความเร็วบนถนน เคยเป็นภาพจำคุ้นตาของกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน แต่ในช่วงหลังมานี้ รถเมล์ไฟฟ้าสีฟ้าเริ่มเข้ามาแทนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน รถเมล์ EV เหล่านี้จะกลายเป็นมาตรฐานหลัก ไม่ใช่แค่น้อยคันเหมือนแต่ก่อน รัฐบาลได้ยืนยันแผนการผลักดันให้ประเทศไทยใช้นวัตกรรม “รถเมล์ไฟฟ้า (EV)” ทั่วประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่รถเมล์เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงระบบขนส่งสาธารณะและยานพาหนะส่วนบุคคลทั้งหมด
“รถเมล์ไฟฟ้า (EV)” กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในไทย
การสนับสนุนจากภาครัฐ: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันถึงความพยายามของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยจะนำงบประมาณสนับสนุนมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านนี้
ลำดับการเปลี่ยนผ่าน: การเปลี่ยนแปลงเริ่มเห็นได้ชัดแล้วจากรถเมล์สีฟ้าตามสายต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ขั้นต่อไปจะขยายไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ เช่น รถตู้ และ รถแท็กซี่ ก่อนจะเข้าสู่เฟสถัดไปที่เน้นยานพาหนะส่วนบุคคล
ตรึงราคาค่าโดยสาร: แผนการยกเลิกรถเมล์รุ่นเก่าเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยนำรถเมล์ไฟฟ้าติดแอร์รุ่นใหม่มาแทน ซึ่งหนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือ “ราคาค่าโดยสาร” (เนื่องจากปกติรถแอร์จะมีราคาเริ่มต้นที่ 13 บาท) แต่รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนส่วนต่างเพื่อรักษาค่าโดยสารเริ่มต้นไว้ที่ 8 บาท เท่ากับราคารถเมล์ร้อน (ไม่มีแอร์) ในช่วงเริ่มให้บริการ
เป้าหมายการให้บริการ: คาดว่าจะมีรถเมล์ไฟฟ้าทยอยเปิดให้บริการรวมประมาณ 2,320 คันภายในช่วงกลางปี 2027 ซึ่งถึงจุดนั้น ขสมก. (BMTA) จะมีฝูงรถเมล์ที่เป็นไฟฟ้าทั้งหมด นอกจากนี้ รัฐบาลยังวางแผนปรับเปลี่ยนรถเมล์วิ่งระหว่างจังหวัด (รถ บขส.) ให้กลายเป็นรถเมล์ไฟฟ้าทั้งหมดเช่นกัน
ตารางเปรียบเทียบอัตราค่าโดยสารรถเมล์ไฟฟ้า (EV) ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กับรถเมล์เครื่องยนต์เดิม ทั้งของเอกชน (ไทย สมายล์ บัส) และ ขสมก.
ประเภทรถโดยสาร พลังงาน / ลักษณะ อัตราค่าโดยสารปกติ ตั๋วเหมาจ่ายสูงสุด / วัน รถเมล์ EV (ไทย สมายล์ บัส) พลังงานไฟฟ้า (ติดแอร์) 15 – 20 – 25 บาท (ตามระยะทาง) 40 บาท / วัน (ผ่านบัตร HOP Card) รถเมล์ EV (ขสมก. โครงการใหม่) พลังงานไฟฟ้า (ติดแอร์) 8 บาท ตลอดสาย (ภาครัฐอุดหนุน) – รถเมล์เดิม (ครีม-แดง) น้ำมันดีเซล (พัดลม) 8 บาท ตลอดสาย – รถเมล์เดิม (ครีม-น้ำเงิน) น้ำมันดีเซล (ติดแอร์) 12 – 20 บาท (ตามระยะทาง) – รถเมล์เดิม (ยูโรทู ส้ม/เหลือง) น้ำมันดีเซล (ติดแอร์) 13 – 25 บาท (ตามระยะทาง) – รถเมล์เดิม (NGV สีฟ้า ขสมก.) ก๊าซ NGV (ติดแอร์) 15 – 20 – 25 บาท (ตามระยะทาง)
ข้อแตกต่างสำคัญ:
รถเมล์ EV เอกชน (TSB): คิดค่าโดยสารตามระยะทาง (15, 20, 25 บาท) แม้ราคาเริ่มต้นจะสูงกว่ารถแอร์รุ่นเดิมเล็กน้อย แต่มีจุดเด่นที่ เหมาจ่ายไม่เกิน 40 บาท/วัน สำหรับคนที่ต้องเปลี่ยนสายหลายต่อ
รถเมล์ EV ขสมก. (อนาคต): ภาครัฐมีนโยบายอุดหนุนส่วนต่างราคา เพื่อคงอัตราค่าโดยสารไว้ที่ 8 บาทตลอดสาย ให้เทียบเท่ารถเมล์พัดลมเดิม เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: Cecelia Chang via Unsplash
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.